ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
HEALTH,

มะเร็งคือธรรมชาติ หมายถึงอะไร? และควรดูแลตัวเองอย่างไร

มะเร็งคือธรรมชาติ วันก่อนได้อ่านบทความของท่าน ดร.ชนิสา อรรถจินดา Ph.D. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ท่านได้เขียนเกี่ยวกับ โรคมะเร็ง ได้อย่างน่าสนใจมาก จึงอดไม่ได้ที่จะมาแชร์ ผ่านทาง blog ของ I-KINN เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทาง แชร์ข้อมูลผ่านสังคมคนรักสุขภาพ เพราะอย่างที่เรา ท่านกันดีว่า  ปัจจุบันนี้ คนเป็นโรคมะเร็ง พบบ่อยมาก ๆ อย่างกะเป็นไข้หวัดกันเลย  ดิฉันเชื่ออย่างหนึ่งว่า “You Are What You Eat” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรค  หรือ ทำให้เรามีสุขภาพดี เช่นกัน ขออนุญาติหยิบบทความของ ท่าน ดร.ชนิสา อรรถจินดา มาเล่าให้ฟังค่ะ :-

มะเร็งคือธรรมชาติ

มะเร็งคือธรรมชาติ

“ที่บ้านอาศรม และ ศูนย์บำบัดรักษามะเร็งในต่างประเทศหลายๆแห่ง แนะนำคนไข้ที่เป็นมะเร็ง ให้เลิกกิน “เนื้อสัตว์ ไข่ นมสัตว์” อย่างเด็ดขาด และ นี้คืออีกเหตุผลหนึ่งที่คุณควรทราบ เวลาที่คุณหรือคนที่คุณรักเป็น “มะเร็ง”

นี่คือ สิ่งที่คุณ ไม่เคยคาดคิด มาก่อนเลยว่า จะมีผู้ใดกล่าวว่า – มะเร็ง คือ ธรรมชาติ
(Cancer is Natural)
มะเร็งคือธรรมชาติ ของการปรับตัว ของเซลล์ อันเนื่องมาจาก การที่เลือดของเรา กลายเป็นพิษ เกินกว่าที่ เซลล์จะมีชีวิต ต่อไปได้ ถ้าหาก เซลล์เหล่านั้น ไม่ปรับตัว เซลล์เหล่านั้น จะป่วย และตาย เซลล์เหล่านั้น จึงตอบสนอง อย่างเป็น ธรรมชาติ ด้วยการผ่าเหล่า เพราะเซลล์ ในร่างกายมนุษย์ มีความสามารถ ที่จะปรับตัว เพื่อรับมือกับ การเปลี่ยนแปลง การปรับตัว ของเซลล์ จึงเป็นสิ่ง ที่เป็นธรรมชาติ
เป็นที่ น่าเสียดายว่า คุณหมอทั่วโลก บอกกับเราว่า วิธีการรักษามะเร็ง คือ การบำบัดด้วย-คีโม หรือ การทำลาย เซลล์มะเร็ง ด้วยรังสี แต่สิ่งที่คุณหมอ ไม่ได้บอกเราคือ ทำไมเซลล์มะเร็ง จึงผ่าเหล่า
ตั้งแต่แรก? อย่างไรก็ตาม- เมื่อสภาพแวดล้อม เปลี่ยนไป เซลล์อีกจำนวนมาก ก็จะผ่าเหล่า- ต่อไปอีก-ไม่เร็วก็ช้า นั่นเป็นสาเหตุ ที่เราพบเห็น
ผู้ป่วยมะเร็ง ถูกให้คีโม ดีขึ้นเพียงชั่วคราว แล้วกลับทรุด ลงไปใหม่อีก
จากมุมมอง ของเซลล์ หากมัน ไม่ผ่าเหล่า-มันจะต้องตาย การผ่าเหล่า ของเซลล์ จึงเป็นธรรมชาติ
มะเร็ง แท้จริงแล้ว คือ วิวัฒนาการ ของกลุ่มเซลล์ ที่พยายามรอดตาย จากสภาพแวดล้อม ที่เป็นพิษ แต่ทั้งหมดนี้ ก็กลายเป็นสิ่งที่ ควบคุมไม่ได้ เพราะเซลล์เหล่านั้น ลงเอยด้วยการ- ฆ่าร่างกาย แต่นั้น ไม่ใช่ประเด็น ที่แท้จริง

มะเร็ง คือ วิวัฒนาการ ของกลุ่มเซลล์ ที่พยายาม จะรอดตาย ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นพิษอย่างสูง เราต้องพยายาม ทำความเข้าใจ ในประเด็นนี้ ให้ชัดเจน การพยายามฆ่า เซลล์เหล่านั้น โดย ไม่ได้เปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อม เปรียบได้กับ การฆ่าแมลงวัน โดยไม่ได้พยายาม เอาขยะออกไป เอาละ คุณจะลงมือ อย่างฉับพลัน เพื่อปรับปรุง สภาพแวดล้อม ของคุณ อย่างรวดเร็ว ได้อย่างไร
มีวิธีการง่ายๆ ด้วยกัน 3 วิธีคือ:

วิธีที่ 1. หายใจลึกๆ – หายใจลึกๆ

สิ่งแรกที่กระตุ้น ให้เซลล์ผ่าเหล่า และ กลายเป็น เซลล์มะเร็ง คือ การขาดออกซิเจน
เซลล์ มะเร็ง ปรับตัวเพื่อรอดชีวิต ในสภาพแวดล้อม ที่มีระดับ ออกซิเจนต่ำ ยิ่งมีออกซิเจน ต่ำเท่าไร เซลล์มะเร็ง ก็ยิ่งเติบโต ได้มากขึ้นเท่านั้น เพราะนี่คือ วิวัฒนาการ ของเซลล์ ที่ปกติต้องการ จะรอดชีวิต อยู่ได้ ในสภาพแวดล้อม ที่มีระดับ ออกซิเจนต่ำ – วิธีแก้ไขคือ หายใจลึกๆ ซึ่งเป็นการ ออกกำลังง่ายๆ ที่ทำได้ทุกเช้า เพื่อเพิ่ม ระดับออกซิเจน ให้กับเลือด
— เดิน 5 นาที แล้วหายใจแบบนี้ คือ
– หายใจเข้า 4ครั้ง ติดกัน กลั้นหายใจแล้วนับ 1 ถึง4
– หายใจออกช้าๆ 4 ครั้ง ติดกัน
ทำอย่างนี้ครับ
>>>> 1-2-3-4 <<<<
ทำอีกครั้งครับ
>>>> 1-2-3-4 <<<<
ผมหายใจเข้าทางจมูก >>>>
กลั้นใจแล้วนับ 1-2-3-4
หายใจออกทางปาก <<<<
หายใจ เข้าไปในท้อง ไม่ใช่หายใจ เข้าไปในอก นี่คือวิธีการหายใจ ที่ถูกต้อง ถ้าหากไม่มีที่เดิน ให้เดิน ในห้องนอน ของคุณ เพราะมันมีที่ พอสำหรับ
การออกกำลัง ของเราทุกวิธี

2 หยุดรับประทาน กรด

รับประทานให้ครบ 5 หมู่ เน้นการทานผัก ผลไม้ (ที่รสไม่หวานจัดเกินไป) เลี่ยงจำพวกแป้ง มันจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด

สิ่ง ที่สอง ที่มากระตุ้นเซลล์ ให้ผ่าเหล่า กลายเป็น เซลล์มะเร็ง คือ สภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด เพราะนั่นคือ การตอบสนอง ที่จะทำให้ เซลล์รอดชีวิตได้ ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด เซลล์ที่ผ่าเหล่า จะตาย ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นด่าง และเติบโต ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด คุณจะทำ ให้ร่างกายของคุณ เป็นด่างได้ ก็ด้วยการ รับประทาน
อาหารที่เป็นด่าง มากขึ้น
น้ำผัก น้ำผลไม้สด มีประสิทธิภาพ สูงมาก
– งดน้ำตาล โคคา-โคล่า เปปซึ่ และ น้ำอัดลมทุกชนิด กาแฟ เนื้อสัตว์ นม บุหรี่ และ แอลกอฮอล์
– รับประทาน ผักสดสีเขียว ผลไม้สด น้ำด่าง และ น้ำมะพร้าว หากคุณ ต้องการเห็น การเปลี่ยนแปลง ของสุขภาพ อย่างน่าอัศจรรย์ ในระยะเวลาอันสั้น ดื่มน้ำผักสดปั่น ทุกเช้า โดยไม่ต้อง รับประทาน อะไรอีกเลย จนกว่าจะถึง มื้อเที่ยง นำผักใบเขียว ผลไม้ หลากหลายชนิด มะเขือเทศ แตงกวา ปั่นกับน้ำสะอาด แล้วดื่ม คุณอาจจะคิดว่า มันไม่น่าดื่มเลย แต่มันไม่เลวร้าย และออกจะอร่อย ด้วยซ้ำไป เมื่อคุณ คุ้นเคยกับมัน

 3 ดูแลร่างกายของคุณ

ความเครียด ทำให้ ระบบภูมิคุ้มกัน อ่อนแอ
ความ เครียด คือ ฆาตกรเบอร์หนึ่ง และเป็นต้นเหตุ ที่ก่อให้เกิดโรค ทุกโรค ความเครียด เพิ่มกรด และ ส่งผลกระทบ ต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ในร่างกาย มันจึงเป็นสิ่ง ที่สำคัญมาก ที่เราจะต้อง ทำจิตใจ ให้แข็งแรง เบิกบานอยู่เสมอ
คุณจะทำเช่นนั้น ได้อย่างไร ?
ทำสมาธิ ดูหนังตลก ละเว้นจากการดู ข่าวร้าย
และ เรื่องเลวร้าย อ่านหนังสือดีๆ ที่ทำให้เกิด แรงบันดาลใจ หาสัตว์มาเลี้ยง พบเพื่อนใหม่ๆ สัมพันธภาพใหม่ๆ ปลดความทุกข์ ความสลดใจเก่าๆ และสิ่งเลวร้ายต่างๆ ที่ผ่านไปแล้ว”

#คินน์เพื่อชีวิตยืนยาวและยั่งยืน

บทความที่น่าสนใจ

7 วิธีลดน้ำตาลในเลือด ไม่ง้อ “ยา”

ภัยใกล้ตัว น้ำตาลในเลือดสูง พุ่งสูงปรี๊ดด เหตุเพราะชานมไข่มุก !

เมนูอาหารเจ “ฟองเต้าหู้พันเห็ดนึ่งซีอิ๊ว” อร่อยฟินจนลืมเนื้อสัตว์

HEALTH,

5 วิธี ดูแลตับ ให้แข็งแรง ห่างไกลโรคมะเร็งตับ

วันก่อน หลีได้อ่านบทความในงานศึกษาและวิจัย กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า ผู้ชายไทย มีจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับ และท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งช่องปาก และมะเร็งเม็ดเลือดขาว  ส่วนผู้หญิงไทย มีจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ อ้างอิงข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข รายงานในปี 2559 ประเทศไทย จากผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งประมาณ 77,566 คน เป็นเพศชาย 44,490 คน และเป็นเพศหญิง 33,076 คน  จะเห็นได้ว่า “โรคมะเร็งตับ” จะคงครองแชมป์โรคมะเร็งของคนไทย

แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลี เฝ้าคอยติดตามข่าวอย่างสนอกสนใจ คือ ข่าวจากวารสารทางการแพทย์ระหว่างประเทศต้านตับ ที่ชื่อ Liver International ได้เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 ลงไว้อย่างน่าสนใจ คือ การได้สำรวจผู้ที่เคยเป็นนักดื่มแอลกอฮอล์ หรือ ดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบัน จำนวน 319,514 คน พบว่า ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วเคยมีประวัติการใช้ “กัญชา” ร่วมด้วยแล้ว พบว่า ลดความเสี่ยงโรคตับโดยรวมลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ 30% – 45% รวมถึงความเสี่ยงโรคมะเร็งตับด้วย

และได้เขียนเพิ่มเติมอย่างน่าสนใจอีกว่า เพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสนไปไกลถึงขั้นว่ากัญชาเป็นยารักษาโรคมะเร็ง  จะต้องระลึกเสมอว่า งานวิจัยดังกล่าวมีนัยยะเฉพาะการใช้กัญชาอาจจะ “ช่วยป้องกันลดความเสี่ยงโรคมะเร็งตับเท่านั้น ไม่ได้แปลว่า เมื่อเป็นโรคมะเร็งตับแล้วลำพังการใช้กัญชาเป็นยาเดี่ยวจะทำให้หายจากโรคมะเร็งตับได้”  อย่างไรแล้ว ก็คงต้องติดตามกันต่อไป สำหรับงานศึกษาค้นคว้าและวิจัยขององค์การอนามัยโลก  ขอบคุณบทความที่น่าสนใจจากคุณปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ณ บ้านพระอาทิตย์   

5-เทคนิค-ดูแลตับ

แน่นอน อย่างที่เราท่านทราบกันดีว่า การดื่มเหล้า อาจเป็นส่วนหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เป็นโรคตับแข็ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คนทั่วไปจะไม่เสี่ยงต่อภาวะตับอักเสบ แน่นอน ย่อมเกี่ยวข้องโดยตรงกับพฤติกรรมบริโภคอาหารด้วย อาหารที่มีสารเจือปนในอากาศในอาหารมีมากมายในปัจจุบัน จึงทำให้คนส่วนใหญ่เกิดภาวะสะสมสารพิษในตับมากมายโดยไม่ทันจะรู้เนื้อรู้ตัว และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมเราต้องหมั่นดูแล บำรุงตับให้มีสุขภาพดี  วันนี้ หลี มีเทคนิคดูแลตับ มาฝากกันค่ะ :-

วิธีดูแลตับ

  • เน้นทานอาหารที่ช่วยให้ตับทำงานดีขึ้น

5-เทคนิค-ดูแลตับ

เพราะตับเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย โดยตับทำหน้าที่ผลิตน้ำดี สะสมไกลโคเจน สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย กำจัดสารพิษต่าง ๆ เราควรเน้นทานอาหารที่ช่วยให้ตับทำงานดีขึ้น

เช่น ขิง เป็นสมุนไพรมีฤทธิ์ในการต่อต้านการอักเสบดีมาก โดยมันจะสามารถช่วยตับในการกำจัดสารพิษที่ก่อตัวขึ้นในร่างกาย และยังช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น  หรือสาหร่าย เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยในการทำงานของตับ และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระด้วย อีกทั้งยังช่วยกำจัดสารพิษในร่างกาย  เน้นทานผักใบเขียว เพราะช่วยทำให้ตับสะอาด และเพิ่มกากในลำไส้ ทำให้ลดปัญหาท้องผูก และช่วยระบบขับถ่าย

  • ไม่ทานอาหารมัน

5-เทคนิค-ดูแลตับ

ด้วยภาวะเร่งรีบในสังคมปัจจุบัน  ไม่ว่าจะเป็นอาหารฟาสฟู้ดจึงเป็นสิ่งที่หาซื้อทานง่าย แต่เราควรเน้นอาหารที่มาจากการต้ม แกง เท่านั้น เพราะอาหารทอดต่าง ๆ จะมีไขมันสูง หรือเลี่ยงอาหารที่มีแคลอรี่สูง เพราะจะทำให้มีโอกาสเกิดภาวะไขมันพอกตับได้

  • ไม่ทานยาเกินความจำเป็น

5-เทคนิค-ดูแลตับ

การกินยาเกินความจำเป็น ส่งผลโดยตรงทำให้ตับทำงานหนักขึ้น  จึงควรทานยาเท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาค่าของตับให้อยู่ปกติ และทำงานไม่หนักเกินไป

  • อย่าปล่อยให้ร้อนใน

5-เทคนิค-ดูแลตับ

บางครั้งร่างกายอ่อนเพลีย และร้อนใน แนะนำให้ทานยาสมุนไพร จะดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นฟ้าทลายโจร  ดื่มน้ำใบบัวบก  เมื่อหายร้อนใน ควรหยุดทาน ไม่เช่นนั้น ร่างกายจะเย็นเกินไป

  • พักผ่อนให้เพียงพอ

เพื่อน ๆ ทราบไหมค่ะว่า เวลาช่วงไหนที่ตับทำงานดีที่สุดในร่างกาย คำตอบก็คอ ช่วงเวลา 22.00-02.00น. ถือเป็นช่วงเวลาที่ตับเริ่มจ่ายความร้อน ออกมาทำให้เลือดไม่เย็นและเกิดความหนืด จึงเป็นเวลาที่เราควรพักผ่อนนอนหลับ ไม่ควรทำกิจกรรมอื่น  หลายท่าน นิยมทานอาหารมื้อดึกมากเป็นพิเศษ ต้องระวังในเรื่องของน้ำย่อยอาหาร และระบบย่อยอาหารที่จะส่งไขมันกลับไปพอกที่ตับ  สะสมนานวันเข้า จะกลายเป็น ไขมันพอกตับ ในที่สุด

ดังนั้น ถือว่าโรคตับ เป็นโรคติดอันดับต้น ๆ ที่มีคนป่วยมากขึ้นทุก ๆ ปี และนี่คือ 5 เทคนิคดูแลตับ ที่เราสามารถทำการดูแลได้ด้วยตัวเอง  เพื่อช่วยลดการสะสมสารพิษในตับที่มีผลต่อการเจ็บป่วยในร่างกายของเรา  ฝากดูแลตับกันตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะสายเกินไปนะคะ J

 

#คินน์เพื่อชีวิตที่ยืนยาวและยั่งยืน

www.kinn.co.th

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ผู้สูงอายุกับ โรคความดันโลหิตสูง ควรรับมืออย่างไร ?

5 โรคยอดฮิตวัย 50 ปี ที่ทุกคนต้องระวัง ปัญหาสุขภาพที่พบในผู้สูงอายุ

เปิด 5 สัญญาณขาดธาตุเหล็ก อาการร่างกายขาดธาตุเหล็กสังเกตยังไง

HEALTH,

5 โรคมนุษย์ออฟฟิศ โรคประจำตัวของคนวัยทำงานที่ต้องระวัง

 โรคมนุษย์ออฟฟิศ ที่ต้องรู้และต้องระวังให้จงหนัก ด้วยชีวิตที่เร่งรีบในแต่ละวัน  รีบไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าเป็น รีบตื่น รีบทานอาหารกลางวัน รีบประชุม รีบกลับบ้าน สุดท้ายยังต้องรีบนอน เพื่อให้พรุ่งนี้ตื่นมาทำงานไหว  แถมไม่มีเวลาออกกำลังกาย ความเคยชิน กลายเป็นกิจวัตรเร่งแบบนี้จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี มิสงสัยเลยว่าโรคต่าง ๆ ต้องถามหาเป็นแน่แท้  แอดมิน จะพามาดูกัน โรคยอดฮิต อันดับฮิตแรก ถึงฮิตสุดท้าย นั้นมีอะไรบ้าง :-

 5 โรคมนุษย์ออฟฟิศ

1.โรคออฟฟิตซินโดรม (Office Syndrome)

โรคมนุษย์ออฟฟิศ โรคออฟฟิตซินโดรม (Office Syndrome)

หลายท่านอาจต้องเคยได้ยินโรคนี้ แม้กระทั่งแพทย์ยังพูดถึงเลย ออฟฟิตซินโดรม นั้นเป็นอย่างไร เล่าเลย โรคออฟฟิตซินโดรม เป็นโรคที่คนทำงานออฟฟิตส่วนใหญ่เป็นกัน  (ชื่อก็บอกแล้วเนอะ) โดยมีอาการตั้งแต่ปวดตึงบริเวณ คอ ศีรษะ ไหล่ ไล่มาจนถึง หลังตึง ถ้าเป็นอาการหนักมาก ๆ อาจถึงขั้นหันคอ ไปคุยกับเพื่อนยังไม่ได้  เงยไม่ได้  อาการเหล่านี้ เริ่มแท้มักเกิดจากทำงานนั่งอยู่ท่าเดิมนาน ๆ คิดเร็ว ๆ เลยท่าไหน นั่งทำงาน ๆ นาน หนีไม่พ้น อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ โดยไม่หยุดพักเป็นเวลาหลาย ๆ ชั่วโมง พอนั่งนาน จึงเกิดอาการนั่งผิดท่าบ้าง นั่งหลังค่อม ไหล่ห่อ หดขา เกร็งคอ เหล่านี้ คือสาเหตุของโรคออฟฟิตซินโดรม แบบพอเห็นภาพเลย

วิธีทางแก้ไข สุดแสนง่าย (แต่จะทำเปล่าไม่รู้) หากเรารู้ตัวว่า เริ่มมีอาการปวดเมื่อยขณะนั่งทำงาน ในท่าเดิมนาน ๆ เราก็ควรยืน เดิน หรือเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง  ทำนู้น ทำนี่ เพื่ออะไร เพื่อเป็นการยืดเส้น ยืดสาย  อาจจะจำท่าในฟิตเนสมาลองทำดูในออฟฟิต เช่น ท่าบริหารคอ ก้ม เงย หรือเอียงคอสัก 5 นาที (นับในใจ) ลองทำอย่างนี้ สลับไปมา เพื่อลดปัญหาปวดเมื่อยต้นคอ ได้เป็นอย่างดี

2.โรคท่อปัสสาวะอักเสบ (Urinary Tract Infections)

โรคมนุษย์ออฟฟิศ โรคท่อปัสสาวะอักเสบ (Urinary Tract Infections)

“ปัสสาวะมีสีเลือดปน” ทีมงานท่านนึงเคยกระซิบ ทั้่ง ๆ ที่ห้องน้ำอยู่หลังออฟฟิต ตรงนี้เอง แต่ด้วยความที่คิด “เดี๋ยวก่อนๆ” จนกระทั่งพบความผิดปกติในร่างกาย  โรคท่อปัสสาวะอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เป็นปัญหาที่บ่อยมากทั้งผู้ใหญ่และเด็ก และมักเกิดขึ้นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะด้วยลักษณะทางกายภาพของเพศหญิง จะมีท่อปัสสาวะที่สั้นกว่าเพศชาย ทำให้มีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคและติดเชื้อได้ง่ายกว่า

วิธีการแก้ไข สุดแสนง่าย คือถ้าปวดปัสสาวะ แนะนำให้รีบเข้าห้องน้ำเลยดีกว่า อย่าปล่อยให้ปวดมากเกินค่อยเข้า  และสำหรับผู้ที่เป็นแล้ว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ ในกรณีที่ไม่ซับซ้อนเกินไป แพทย์จะเลือกใช้ยาปฏิชีวะนะ ทั้่งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ป่วย และต้องระวังภาวะแทรกซ้อนจากโรคท่อปัสสาวะอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นท่อปัสสาวะอักเสบ กรวยปัสสาวะอักเสบ

3.โรคกระเพาะอาหาร

อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น มนุษย์ออฟฟิตเป็นสายพันธ์ที่เร่งรีบกันตลอดเวลา ทำให้บางครั้ง เลือกที่งดอาหารเช้าบ้าง  งดทานข้าวระหว่างวันบ้าง  ด้วยเหตุผลงานเยอะ งานไม่เสร็จบ้าง ทานไม่ทัน เลยไม่ทานดีกว่า เหล่านี้เป็นเหตุผลที่พอจะเข้าใจได้ ถ้าโรคกระเพาะถามหา  การรับประทานอาหารที่ไม่ตรงเวลา หรือไม่ทานเลย ทำให้กรดในกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ แถมเยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ เกิดการระคายเคืองจนกลายเป็นแผลในกระเพาะอาหารในที่สุด

วิธีแก้ไข สุดแสนง่าย ให้นึกเสมอว่า ไม่ว่าจะเร่งรีบแค่ไหน มนุษย์เราควรทานอาหารให้ครบมื้อ ทานมาก ทานน้อย ไม่สำคัญ แต่แนะว่าต้องทานอาหารให้ครบมื้อ นะคะ

4.โรคกรดไหลย้อน

โอ้ โห้ โรคนี้ ได้ยิน บ๋อย บ่อย ค่ะ เป็นอีกหนึ่งโรคท๊อปติดอันดับเช่นกัน โรคกรดไหลย้อน มีสาเหตุมาจากความเร่งรีบ (อีกแล้ว) คือรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา หรือ เร่งรับประทานอาหารเสร็จแล้วเข้านอนเลย กระเพาะอาหารยังไม่จะย่อยอาหารกันเลย นอนแล้ว อีกอย่าง รวมถึงพฤติกรรมที่ชอบทานของรสจัดจ้าน ดื่มแอลกอฮอลล์ ก็มีส่วนทำให้เกิดกรดไหลย้อน ได้

วิธีแก้ไข สุดแสนง่าย แน่นอน เราต้องปรับพฤติกรรมในการรับประทานอาหารให้ “ตรงเวลา”

5.โรคอ้วน โรคมนุษย์ออฟฟิศ

แน่นอน โรคนี้ต้องอยู่ในลิสต์ เป็นอีกหนึ่งโรคฮิต โรคอ้วน แค่ชื่อ ก็ไม่พึงปรารถนาสำหรับชาวออฟฟิต แต่ด้วยพฤติกรรมบริโภคอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเพราะเวลาที่เร่งรีบ รับประทานอาหารฟาสฟู้ด กันเป็นประจำ ทานอาหารไม่เป็นเวลา ทานจุกจิกซะเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งการขาดการออกกำลังกาย แถมเครียดกับปัญหาในหน้าที่การงานอีก โรคอ้วนถามหาแน่นอนค่ะ

วิธีแก้ไข สุดแสนง่าย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิต หาเวลาไปออกกำลังกาย เดินในสวนย่อมก็ยังดี  หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่นอาหารทอด รวมถึงเลี่ยงเครื่องดื่มพวกแอลกอฮอล์

(ตอนที่ 1)

#5_โรคฮิต_มนุษย์ออฟฟิศ_(ต่อ)

Posted by KINN on Wednesday, 5 September 2018

(ตอนที่ 2)

บทความที่น่าสนใจ

7 วิธีลดน้ำตาลในเลือด ไม่ง้อ “ยา”

อาหารผู้สูงอายุ เลือกอย่างไร ไม่ให้น่าเบื่อ ?

โรคเบาหวาน หากดูแลไม่ดี อาจเสี่ยงตัดขา !

General Post,

5 ขั้นตอน บันไดสู่ความสำเร็จ ที่คุณต้องรู้

บันไดสู่ความสำเร็จ เทคนิคไม่ลับที่พูดถึงการประสบความสำเร็จง่ายๆ ด้วยพฤติกรรมของมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ด้วยเพราะการแข่งขันในสนามธุรกิจ มีการแข่งขันการตลอดเวลา แม้ในที่ทำงาน ต่างยังต้องแข่งขัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เรากำหนดไว้  หลายท่านมีฝัน ที่จะเป็นผู้ประกอบการ แต่นั่น ไม่ใช่ทุกฝัน จะสามารถประสบความสำเร็จ ได้วันนี้มีแนวทาง 5 ขั้นตอน เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ เรามาดูกันค่ะ :-

บันไดสู่ความสำเร็จ 5 ขั้นตอน

บันไดสู่ความสำเร็จ

1.ต้องรู้จริง

ลองสำรวจตัวเอง ว่า เราชอบตรงไหน ถนัดอะไร ด้านใดเป็นพิเศษ  เพราะถ้าเราทราบว่า เราถนัดด้านไหน เป็นพิเศษ แล้วหล่ะก็  เราจะสามารถมองเห็นภาพ รู้ถึงปัญหา และหาจุดที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมยังหา จุดเด่น ที่ของเราเหนือคู่แข่งได้

2.ต้องกำหนดกลุ่มลูกค้าให้ชัด 

เพราะเมื่อเราเลือกแล้วว่า เราจะทำธุรกิจอะไร ขั้นต่อไปคือ ต้องเลือกกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้า เราได้ ซึ่งขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก จำเป็นมาก  เพราะกลุ่มเป้าหมาย จะเป็นตัวกำหนดว่าธุรกิจของเราจะเป็นไปในทางทิศใด

3.ศึกษาตลาด 

หรือที่เรา ๆ เรียกว่า “สำรวจตลาด” นั่นเอง  การทำธุรกิจที่ดี เราต้องรู้จักตลาดนั้น ๆ และคู่แข่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน  และควรวางแผนคร่าว ๆ ว่าทำธุรกิจประเภทไหน กลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างไร  มันสามารถโยงมาถึงการกำหนดราคาได้ด้วย  ปัจจัยเหล่านี้ จะทำให้กำหนดคู่แข่งได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

4.ต้องแตกต่าง 

หลายแบรนด์ ต่างชูประเด็น ความแตกต่าง ว่าสินค้าเราแตกต่างจากสินค้าอื่น แบรนด์อื่นอย่างใด  และควรแตกต่างอย่างโดนใจ  และถ้าเราสามารถรู้ว่า คู่แข่งคือใคร เราก็สามารถที่สร้าง ความแตกต่าง ในตลาดได้เช่นกัน

5.ต้องมีการพัฒนา

ไม่ว่าสินค้านั้น จะขายดีมากขนาดไหนก็ตาม  จะต้องมีการพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ สิ่งที่อันตรายของการทำธุรกิจ คอ การที่สินค้าถึงจุดอิ่มตัว และเข้าสู่ระยะถดถอยในที่สุด  ฉนั้น เราต้องมีการพัฒนาสินค้า  พัฒนาการบริการ และพัฒนาชุดความคิดของผู้บริหารเองด้วย

#คินน์เพื่อชีวิตยืนยาวและยั่งยืน

บทความที่น่าสนใจ

EP 15 อยู่กับการเมือง “ในองค์กร” ให้เป็น

สติ – กำลังใจ คุณจะก้าวข้ามผ่านเรื่องร้ายได้

ในความปกติใหม่ คุณจะเป็น “ผู้รอด” หรือไม่

HEALTH,

พฤติกรรมอั้นฉี่บ่อย ภัยร้ายสุขภาพแย่ที่ไม่ควรทำ

พฤติกรรม อั้นฉี่บ่อย ถือเป็นปัญหาที่พบบ่อยกับชาวออฟฟิศ  เพราะเมื่อไม่นานมานี้ เช้าวันหนึ่ง ได้ทราบข่าวจากทีมงานคนหนึ่งว่า ปัสสาวะเป็นสีข้น ปัสสาวะทีไรแสบทุกที ไปพบหมอแล้ว  หมอบอกว่า เป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ  โชคดี ที่เพิ่งเป็น จึงยังไม่ได้ปัสสาวะเป็นเลือด เธอว่าอย่างนั้น   แต่ดิฉัน ก็ยังแปลกใจอยู่ เพราะสถานที่ที่เธอทำงาน กับห้องน้ำ  เดินไปเพียง 6 ก้าว ก็ถึงแล้ว  ทำไม ต้องอั้น ปัสสาวะ ?  คำตอบที่ได้ยินจากทีมงานคนเดิม คือ คิดว่า ทำงานอีกนิดเดียวก็เสร็จ เลยอั้นกันเป็นอาจิณ กลายเป็นนิสัย จนกระทั่ง เกิดอาการดังกล่าว  ทนไม่ไหว เลยไปปรึกษาแพทย์

พฤติกรรม อั้นฉี่บ่อย อาจเสี่ยงเป็น โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ

จริง ๆ สาเหตุของโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ เกิดจากอะไรหล่ะ ?  ก่อนที่เราจะถึงสาเหตุ  เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า โรคทางเดินปัสสาวะ คืออะไร ?

พฤติกรรม อั้นฉี่บ่อย ภับร้ายสุขภาพแย่ที่ไม่ควรทำ

โรคทางเดินปัสสาวะ หรือ ที่เรียกว่า Urinary Tract Infections คือ ภาวะที่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ  แล้วเจ้าตัวทางเดินปัสสาวะนั้น ประกอบด้วย ท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ท่อไต และ ไต นั่นเอง  และระบบทางเดินปัสสาวะ ยังแบ่งออกเป็น ระบบทางเดินปัสสาวะตอนบน (Upper urinary tract) คือ ไตและท่อไต   ส่วนระบบทางเดินปัสสาวะตอนล่าง (Lower Urinary Tract) ก็คือ กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ นั่นเอง   โรคทางเดินปัสสาวะ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นในผู้ใหญ่ และ เด็ก  และพบบ่อยในเพศหญิง มากกว่า เพศชาย  เพราะอะไร  เพราะด้วยลักษณะทางกายภาพของผู้หญิง ที่มีท่อปัสสาวะ สั้นกว่า เพศชาย ทำให้มีโอกาสการติดเชื้อ ได้ง่ายกว่า และแน่นอน ส่วนใหญ่จะติดเชื้อ จากช่องคลอด จากเพศสัมพันธ์

สาเหตุที่พบบ่อยของโรคทางเดินปัสสาวะ

พฤติกรรม อั้นฉี่บ่อย ภับร้ายสุขภาพแย่ที่ไม่ควรทำ

มักจะเกิดจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย Gonorrhea และเชื้อแบคทีเรียตัวอื่น ๆ และพบบ่อยในผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็น จากผ้าอนามัย  ทิชชูเปียกเช็ดหลังขับถ่าย  การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เชื้อที่อยู่ในเมือกของช่องคลอด  สิ่งระคายเคืองที่มาสัมผัสกับท่อปัสสาวะ ทำให้เป็นสาเหตุของท่อปัสสาวะอักเสบ  จะรู้สึกระคายเคือง อาจทำให้มีหนอง  มีหนองในน้ำปัสสาวะ ฯลฯ

อาการภายหลังติดเชื้อของโรคทางเดินปัสสาวะ

พฤติกรรม อั้นฉี่บ่อย ภับร้ายสุขภาพแย่ที่ไม่ควรทำ

  • ปัสสาวะมีสีขุ่น อาจมีเลือดปนออกมา
  • ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็นกว่าปกติ
  • รู้สึกเจ็บปวด แสบร้อน ระหว่างปัสสาวะ
  • ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ปัสสาวะไม่สุด
  • อาจมีไข้ หรือ หนาวสั่น
  • อาจมีอาการอ่อนเพลีย

ใครที่มีโอกาส หรือ เสี่ยงต่อการเป็นโรคทางเดินปัสสาวะ

พฤติกรรม อั้นฉี่บ่อย ภับร้ายสุขภาพแย่ที่ไม่ควรทำ

  • ผู้ที่กลั้นปัสสาวะนาน ๆ (เพราะรถติด หรือ เคยชินกับการกลั้นปัสสาวะ) ส่งผลให้เกิดการแช่คั่งของน้ำปัสสาวะ เชื้อโรคในปัสสาวะจึงเจริญได้ดีมาก
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ร่างกายเลยติดเชื้อง่าย ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคความดัน โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • ผู้ที่ต้องคาสายปัสสาวะ ตลอดเวลา
  • ผู้ที่มีต่อมลูกหมากโต เพราะจะไปกั้นทางเดินปัสสาวะ
  • ผู้ที่มีนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

ภาวะแทรกซ้อนของโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ

พฤติกรรม อั้นฉี่บ่อย ภับร้ายสุขภาพแย่ที่ไม่ควรทำ

  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ผู้ป่วยบางท่าน ที่เป็นผู้ป่วยนอนติดเตียง  จะเกิดอาการแบบเป็น ๆ หาย ๆ กลายเป็นเรื้อรัง  หากไม่ได้รับการรักษาให้ถูกวิธี เชื้อโรคอาจลุกลามไปที่ไต ลามไปถึงทำให้กรวยไตอักเสบ

  • กรวยไตอักเสบ

อย่างที่แจ้งข้างต้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เชื้ออาจลุกลามไปที่กระแสเลือด กลายเป็นเลือดติดเชื้อ และเป็นพิษ ซึ่งกลายเป็นปัญหาอันตรายถึงแก่ชีวิตได้  หากปล่อยทิ้งไว้ อาจกลายเป็น ไตวายได้

  • ท่อปัสสาวะอักเสบ

ที่เห็นเด่นชัด คือ อาการแทรกซ้อนที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นต่อมลูกหมากอักเสบ  กระเพาะปัสสาวะอักเสบ จากการมีเชื้อโรคลามมาได้

การรักษาโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ

พฤติกรรม อั้นฉี่บ่อย ภับร้ายสุขภาพแย่ที่ไม่ควรทำ

โดยทั่วไป แพทย์จะใช้การรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะ และแน่นอน ต้องค้นหาสาเหตุร่วมเพื่อรักษา และปัจจัยเสี่ยงเพื่อแก้ไขป้องกันได้  อาการของโรค สามารถหายด้ภายในไม่กี่วัน  แต่ผู้ป่วยต้องทานยาให้ครบตามแพทย์สั่งจนหมด  ส่วนผู้ที่มีอาการมาก มีไข้สูงตามมา ปวดเอวมาก แพทย์อาจแนะนำให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

การป้องกันโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ

พฤติกรรม อั้นฉี่บ่อย ภับร้ายสุขภาพแย่ที่ไม่ควรทำ

  • พยายามอย่ากลั้น / อั้น ปัสสาวะ เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะ ควรรีบปัสสาวะออกในทันที และ ปัสสาวะให้สุด
  • ดื่มน้ำสะอาด อย่างน้อย 8 – 10 แก้ว ช่วยขับลดแบคทีเรีย ในร่างกายออกมา
  • ทำความสะอาดช่องคลอดให้ถูกวิธี แนะนำให้เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง
  • เลี่ยงการใช้ยาดับกลิ่นบริเวณอวัยวะเพศ

 

#คินน์เพื่อชีวิตยืนยาวและยั่งยืน

บทความที่น่าสนใจ

กินผักผลไม้ยังไง ให้ดีต่อ (หัว) ใจ

มารู้จัก แยมมะกรูด..แยมสมุนไพรดีต่อสุขภาพ

5 ผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก กินแล้วผอม ให้ผิวออร่า ในหน้าฝน

HEALTH,

6 วิธีสังเกตอาการ ไส้ติ่งอักเสบ ปวดท้องแบบไหนถึงควรไปพบหมอ

ไส้ติ่งอักเสบ ถือเป็นโรคยอดฮิต ที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ  เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดิฉัน ได้มีโอกาสไปเยี่ยมคุณพ่อเพื่อน ที่เพิ่งผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ  โดยก่อนหน้านี้ มีอาการปวดท้องอยู่เสมอ ๆ จนเจ้าตัวเข้าใจว่า น่าจะเป็นเพียงการปวดท้องธรรมดา อาหารไม่ย่อยธรรมดา  จนกระทั่ง เช้าวันหนึ่ง หน้าซีด เดินไม่ไหว ภรรยาเห็นท่าไม่ไหว  รีบนำส่งโรงพยาบาล  ตรวจวินิจฉัยว่า ไส้ติ่งใกล้แตกแล้ว  ต้องรีบผ่าตัดโดยด่วน  และถ้ามาช้ากว่านี้เพียง 3 ชั่วโมง รับรองจะซีเรียสมากกว่านี้ เพราะ “ติดเชื้อ” ทั่วร่างกายแน่นอน

ทีนี้ มาดูกันว่า ภาวะไส้ติ่งอักเสบ จริง ๆ แล้ว เกิดจากอะไร ?

โรคไส้ติ่งอักเสบ เกิดจากอะไร

ไส้ติ่ง เป็นเพียงอวัยวะเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายท่อที่ยึดติดกับส่วนของลำไส้ใหญ่  บริเวณไส้ติ่งจะอยู่ทางท้องน้อยด้านขวา  หน้าที่ของไส้ติ่ง ไม่ได้สำคัญอะไรเลย การที่เราจะเอา ไส้ติ่งออกนั้น ไม่ได้ทำให้ระบบร่างกาย ระบบย่อยอาหารเปลี่ยนแปลง  ยังคงใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมตามปกติ

อาการ ไส้ติ่งอักเสบ ปวดท้องแบบไหนถึงควรไปพบหมอ

 

ไส้ติ่งอักเสบ ชื่อก็บอกแล้วว่า เป็นการอักเสบของไส้ติ่ง จัดอยู่ในภาวะฉุกเฉิน และเมื่อได้รับการผ่าตัด หรือ รักษาทันท่วงที ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะฟื้นตัวได้ไม่ยาก  แต่หากรักษาช้า ปล่อยให้ไส้ติ่งแตก  จะทำให้มีการติดเชื้อ และถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน

สาเหตุของ ภาวะไส้ติ่งอักเสบ

อาการ ไส้ติ่งอักเสบ ปวดท้องแบบไหนถึงควรไปพบหมอ

เกิดจากการอุดตันของช่องภายในไส้ติ่ง การอุดตันนี้ ทำให้แรงดันเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ ทำให้เลือดมาเลี้ยงได้ไม่ดี จนกระทั่งเกิดการอักเสบ  หากการอุดตันนี้ไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะไส้ติ่งอักเสบสีดำคล้ำ หรือ ไส้ติ่งแตกได้ในที่สุด  แล้วสิ่งอุดตันเหล่านั้นคืออะไร  คำตอบคือ จำพวกอุจจาระ การติดเชื้อแบคทีเรีย ของทางเดินอาหาร ก็สามารถทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้น  กด เบียด ไส้ติ่ง ทำให้อุดตันได้เช่นกัน

สัญญาณของภาวะไส้ติ่งอักเสบ

  • อาการปวดท้อง

โดยเริ่มจากช่วงสะดือ อ้อมไปทางด้านขวาล่าง

  1. เบื่ออาหาร
  2. ท้องผูก
  3. ท้องเสีย
  4. คลื่นไส้ อาเจียน
  5. มีไข้
  6. ท้องอืด

หลายท่าน พออ่านถึงตอนนี้เริ่มคิดตาม อาการนี้ไม่ใช่ว่าจะเป็นทุกคนที่เป็นไส้ติ่งอักเสบ  อาจจะมีบางอาการ ก็เป็นได้ อาการปวดจะเป็นมากขึ้น เมื่อเริ่มขยับตัว เคลื่อนไหว  หรือแม้กระทั่งการหายใจ เข้าออกลึก ก็ปวดเจ็บ ไม่ควรใช้ยาแก้ปวด อะไรเลย แนะนำ ควรรับปรึกษาแพทย์โดยทันที

อาการ ไส้ติ่งอักเสบ ปวดท้องแบบไหนถึงควรไปพบหมอ

ภาวะไส้ติ่งอักเสบในผู้สูงอายุ

แน่นอน ผู้สูงอายุ มีอัตราการเป็นไส้ติ่งอักเสบมากกว่าคนที่อายุน้อยกว่า  โดยทั่วไป ผู้สูงอายุ มักไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองเป็นไส้ติ่งอักเสบ  เข้าใจว่าเป็นการปวดท้องธรรมดา หรือเป็นไข้ธรรมดา  ส่วนใหญ่กว่าจะทราบ ก็คือ ไส้ติ่งใกล้เริ่มแตก  ดังนั้น ผู้สูงอายุท่านใด ที่มีไข้เพียงเล็กน้อย หรือ อาการปวดท้องทางด้านขวา ก็น่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอ ที่ควรปรึกษาแพทย์ ก่อนที่อะไร ๆ จะสายเกินแก้

อาการ ไส้ติ่งอักเสบ ปวดท้องแบบไหนถึงควรไปพบหมอ

ภาวะแทรกซ้อนของไส้ติ่งอักเสบ

อย่างที่เรียกไปแล้วข้างต้นว่า ภาวะที่ร้ายแรงสุด คือภาวะไส้ติ่งแตก ! ซึ่งจะเกิดขึ้น เมื่อไม่ได้รับการรักษาได้ทันท่วงที  โดยเฉพาะผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงต่อภาวะนี้มากที่สุด  ซึ่งภายหลัง ไส้ติ่งแตก จะทำให้มีการติดเชื้อของเยื่อบุช่องท้อง และทำให้เกิดหนอง โพรงหนอง ได้จากการติดเชื้อ ของเยื่อบุช่องท้อง เป็นการติดเชื้อที่อันตรายมาก นำไปสู่การเสียชีวิตได้

 

#คินน์ เพื่อชีวิตยืนยาวและยั่งยืน

บทความที่น่าสนใจ

ซุปกิมจิ เต้าหู้อ่อน แสนอร่อย ดีต่อสุขภาพ

ภัยใกล้ตัว น้ำตาลในเลือดสูง พุ่งสูงปรี๊ดด เหตุเพราะชานมไข่มุก !

ถั่วนัตโตะ ลดไขมันในเลือด ได้จริงหรือ ?

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com