ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
HEALTH,

5 วิธีป้องกัน โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และวิธีสังเกตอาการ

โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ โรคใกล้ตัวที่เชื่อหรือไม่ว่า ตลอดชั่วชีวิตของคนเราหนึ่งคน จะมีโอกาสเป็นโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ มากถึงร้อยละ 1 – 15 โดย นิ่ว สามารถเกิดขึ้นได้ในอวัยวะที่มีการสัมผัสกับปัสสาวะโดยตรง คือ ไต กรวยไต ท่อไต และกระเพาะปัสสาวะ   แน่นอน คุณผู้อ่าน ย่อมเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ต้องกลั้นปัสสาวะกันมาแล้ว  ไม่ว่าจะเป็น ขณะอยู่ในที่สาธารณะบ้าง หรือ กำลังทำงานติดพันอยู่บ้าง และเกิดปวดปัสสาวะ ทำให้ต้องกลั้นปัสสาวะจนหน้านิ่วคิ้วขมวด  แต่รู้หรือไม่ว่า คนที่เป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะนั้น มีอาการตรงกันข้ามเลยค่ะ ไม่ได้ต้องอด ต้องกลั้น แต่อย่างใด  แย่ไปกว่านั้นคือ เบ่งอย่างไรก็ไม่ออก หรือ ออกบ้าง แต่ยากเย็นแสนเข็ญมาก  แค่คิดก็ทรมานแทนแล้ว   ดังนั้น ในบทความนี้ ขอนำ คุณผู้อ่าน มาพบกับ ท่านนายแพทย์ ภัทร์ ศักดิ์ศิริสัมพันธ์ – อนุสาขา ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยาขั้นสูง และปลูกถ่ายไต ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  ในเรื่องนิ่วในทางเดินปัสสาวะ กันนะคะ

เรามาดูกันนะคะ ว่าการที่เรานั่งทำงานเฉย ๆ ในแต่ละวัน หรือ การกลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ จะเป็นปัจจัยให้เกิดได้ไหม อย่างไร

ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิด โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

  • เพศ เพศชาย มีโอกาสเกิดนิ่วได้มากกว่าเพศหญิง ถึง 2 เท่า
  • อายุ นิ่วจะพบมากสุดในอายุ 40 – 60 ปี และพบไม่บ่อยในคนที่อายุน้อยกว่า 20 ปี
  • เชื้อชาติ ข้อนี้มีผลวิจัยด้วยค่ะ ว่าชนต่างชาติกัน มีโอกาสเป็นนิ่วต่างกัน ชนผิวขาว ชาวละติน ชาวเอเชีย และอเมริกัน-แอฟริกัน ตามลำดับ
  • ฤดูที่เปลี่ยนไป พบ นิ่ว ในช่วงฤดูร้อนมากกว่า ฤดูอื่น ๆ
  • อาชีพ โดยส่วนใหญ่อาชีพที่ต้องสัมผัสกับความร้อน จะเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วมากขึ้น เช่น พ่อครัว แม่ครัว พนักงานโรงงานหลอมเหล็ก เป็นต้น
  • อาหารการกิน ถือว่ามีส่วนสำคัญเช่นกัน นิ่วจะเกิดมากขึ้นในคนที่ชอบทาน เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์  และอาหารที่มีสารออกซาเลตสูง เช่น มันฝรั่ง หัวผักกาด ฯลฯ
  • การดื่มน้ำ การดื่มน้ำปริมาณมากมีผลช่วยป้องกันการเกิดนิ่วได้ ผู้ที่ดื่มน้ำน้อย จะมีโอกาสเป็นนิ่วได้มากกว่า

เมื่อเราทราบถึงปัจจัยแล้ว คุณผู้อ่านอยากจะทราบถึงอาการ ว่าอาการจะเป็นอย่างไร มีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง เรามาดูกันค่ะ

สัญญานเตือน โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

อาการของนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะ อาจจะมีอาการ หรือ ไม่มีอาการก็ได้  ในกรณีที่มีอาการนั้น จะเกิดจากสาเหตุหลัก ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ :-

  • อาการปวด

ถ้านิ่ว อุดกั้นปัสสาวะภายในไต จะมีอาการปวดตื้อ ๆ ที่บริเวณไต คือ ตรงบริเวณบั้นเอวเยื้องไปทางด้านหลัง ถ้านิ่วมาอุดกั้นที่ท่อไต ผู้ป่วยมักมีอาการปวดบั้นเอว หรือ ท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่งแบบทันทีทันใด และปวดรุนแรงมาก เริ่มแรกอาจปวดมากสลับกับปวดเบาเป็นพัก ๆ อาจมีปวดร้าวไปที่ตำแหน่งอื่นได้ เช่น ท้องน้อย หัวหน่าว ขาหนีบ

  • อาการอักเสบ

หรืออาจเป็นการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ส่วนบน ได้แก่ การติดเชื้อที่ไต หรือ กรวยไต จะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดบริเวณบั้นเอวเยื้องไปทางด้านหลัง และอาจมีปัสสาวะขัด

  • อาการอื่น ๆ

อาจมีปัสสาวะมีเลือดปน มองเห็นเป็นสีแดง หรือ ชมพูคล้ายน้ำล้างเนื้อ อาจมีลิ่มเลือดปนอยู่ หรือ มีนิ่วหลุดออกมาขณะปัสสาวะ อาจเห็นเป็นเศษหินเล็ก ๆ เม็ดกรวด หรือ เม็ดทราย หลุดมากับปัสสาวะ

5 วิธีป้องกันนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

  • แนะนำดื่มน้ำให้มาก ๆ จะดื่มมากเท่าใด ให้ดูจากปริมาณปัสสาวะที่ออกตลอดวัน อธิบายง่าย ๆ คือ แนะนำให้ดื่มน้ำจนกระทั่งปัสสาวะออกมามากว่า 2 ลิตรต่อวัน
  • ดื่มน้ำผลไม้ที่มีส่วนประกอบของซิตรัส เช่น น้ำมะนาว และน้ำส้ม ช่วยป้องกันนิ่วได้เป็นอย่างดี
  • ลดปริมาณการทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ให้น้อยลง
  • จำกัดอาหารที่มีเกลือโซเดียมให้น้อยลง โดยการลดการทานเค็ม นั่นเอง
  • เรื่องน้ำหนักตัว ก็มีส่วนเช่นกัน พยายามลดน้ำหนักตัวลง ไม่ให้อ้วน มีงานวิจัยมาแล้วว่า ดัชนีมวลกาย (body mass index BMI) ที่เพิ่มขึ้น รอบเอวที่ใหญ่ขึ้น และน้ำหนักตัวที่มากขึ้น ล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดนิ่วสูงเลยทีเดียว

ถือเป็นโรคที่พบบ่อยในคนวัยทำงาน และเราสามารถป้องกันได้อย่างง่าย ๆ และถูกวิธี ตามที่กล่าวเบื้องต้น  ช่วงนี้ อากาศเย็นมาเยือนแล้ว  ดูแลสุขภาพกันนะคะ  พบกันใหม่ฉบับหน้า สุขสันต์วันลอยกระทง นะคะ สวัสดีคะ

(เครดิต : นพ.ภัทร์ ศักดิ์ศิริสัมพันธ์)

www.kinn.co.th

#KINN_Holistic_Healthcare

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

3 โรค ถามหาเมื่อ “วัยทอง”

7 อาหารลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาหาร ป้องกันเบาหวานได้ชะงัด

ภัยใกล้ตัว น้ำตาลในเลือดสูง พุ่งสูงปรี๊ดด เหตุเพราะชานมไข่มุก !

HEALTH,

5 วิธีป้องกัน อุบัติเหตุในผู้สูงอายุ เนื่องจากความเสื่อมของร่างกาย

อุบัติเหตุในผู้สูงอายุ หรือการบาดเจ็บที่พบบ่อยในผู้สูงอายุอันดับต้น ๆ เลย หนีไม่พ้น “การพลัดตกหกล้ม” !  อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ปีล่าสุด เผยว่า ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2559 – 2562 ที่เพิ่งผ่านมาหยก ๆ นี่เอง มีจำนวนผู้สูงอายุที่บาดเจ็บด้วยอุบัติเหตุในผู้สูงอายุสาเหตุการพลัดตกหกล้ม ทั้งหมดถึง 141,895 ราย หรือ เพิ่มมากขึ้นทุกปี คิดเป็นร้อยละ 29.5 จากปี 2559 และถ้าเรามองลึกเข้าไปในรายละเอียด  จะเห็นว่า กลุ่มที่มีอายุประมาณ 60 – 65 ปี ตามมาด้วย กลุ่มผู้สูงอายุ 66 – 69 ปี และกลุ่มอายุประมาณ 70 – 75 ปี เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  แต่จุดที่น่าสังเกตคือ พออายุประมาณ ตั้งแต่ 70 ปี ขึ้นไป จะพบว่า เป็นผู้หญิง มากกว่าผู้ชาย และถ้ามองลึกเฉพาะในปีปัจจุบันนี้ คือ ปี 2562 จะเห็นชัดเจนว่า ผู้สูงอายุที่บาดเจ็บด้วยสาเหตุพลัดตกหกล้ม ทั้งหมดถึง 24,364 ราย !

เมื่อเราทราบอย่างนี้แล้ว เราจะเห็นว่า ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และเมื่อเกิดแล้ว ก็อาจเกิดปัญหาแทรกซ้อนตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็น กระดูกข้อมือหัก  สะโพกหัก หรือ กระดูกสันหลังหัก หรือเสี่ยงไปถึง เลือดคั่งในสมอง เป็นต้น  แน่นอน ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ  ผู้สูงอายุในวันนี้ ก็คือ หนุ่มสาวของเมื่อวาน ความเสื่อมของร่างกายค่อย ๆ ทยอยมา โดยเฉพาะความเสื่อมของตา การมองเห็น นี่ยังไม่นับถึงที่ผู้สูงอายุ มักเกิดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ แขน และ ขา ทำให้เป็นสาเหตุเพิ่มปัจจัยการเกิดอุบัติเหตุ พลัดตกหกล้ม ได้บ่อยขึ้นไปอีก

อุบัติเหตุในผู้สูงอายุ

ด้วยเพราะการ “พลัดตกหกล้ม” คือสาเหตุของการบาดเจ็บของผู้สูงอายุอันดับหนึ่ง  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉัน ได้มีโอกาสไปเดินดูงาน H.C.R. 2019 International Home Care & Rehabilitation Exhibition ถือเป็นงาน Aging Society ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จัดงานใน Tokyo Big Sight อยากจะเล่าแบบชาวบ้านเลยว่า นวัตกรรมสินค้าที่วางโชว์อยู่ในงาน ล้วนแล้วแต่เป็นการ “ป้องกัน” เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ “ภายหลังเกิดอุบัติเหตุ” ไม่ว่าจะเป็น เตียงไฟฟ้าแบบแยกชิ้นผู้ป่วยนอนได้ เพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุที่นอนติดเตียง ไปยังโรงพยาบาล, รถเข็นคนไข้ แบบปรับระดับได้ชนิดที่เบาที่สุดเพียง 2 กก., เข็มขัดกลช่วยพยุงแผ่นหลัง และหน้าขา ขณะเดินเพื่อป้องกันการหกล้มจากกล้ามเนื้อขา-หลัง อ่อนแรงขณะเดิน, อุปกรณ์กันลื่น ตัวจับในห้องน้ำ, ไม้เท้าไทเทเนี่ยม, เก้าอี้ที่ดีไซน์เป็นโถชักโครก สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเดิน และอื่น ๆ อีกมากมาย  เออ ยังมี รถเก๋งแปลงส่วนที่นั่งให้โล่ง เพื่อรองรับรถเข็นไฟฟ้า เข็นขึ้นรถได้สะดวก  ถือว่าเป็นงานที่เปิดโลกอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับผู้สูงอายุแบบ 360 องศา เลยทีเดียว   กลุ่มคนที่เดินในงาน แน่นอน เป็นกลุ่มคนผู้สูงอายุ (ที่ยังเดินได้ดี)  และกลุ่มคนที่เป็นผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นไฟฟ้า (บังคับเองได้) มาเดินดูของ และอีกกลุ่มหนึ่งที่สังเกต คือ กลุ่มคนที่ทุพลภาพจริง ๆ ที่ลูกหลานเข็นมาเพื่อชม นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเหมาะกับผู้สูงอายุในบ้านตนเอง

ผู้สูงอายุ

ถือเป็นบุคคลที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นกรณีพิเศษ เพราะด้วยวัยที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นตาที่เริ่มพร่ามัว หูที่ได้ยินไม่ชัด รวมถึงความทรงตัวที่ดูจะน้อยลงตามอายุที่มากขึ้น  เป็นเหตุให้ผู้สูงอายุเกิดอุบัติเหตุหกล้มได้ง่าย  และแน่นอน เมื่อผู้สูงอายุเกิดหกล้มแล้ว จะส่งกระทบต่อคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล  ดังคำกล่าวที่ว่า ล้มคนเดียว เจ็บทั้งบ้าน และเมื่อผู้สูงอายุหกล้มแล้ว แน่นอน ไม่เหมือนเดิม และต้องใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างนาน บางรายถึงกับต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิตที่เหลือ  สร้างความทุกข์ใจกับผู้สูงอายุนั้น ๆ

ทีนี้ เมื่อเราทราบถึงอันตรายที่เกิดขึ้นในกรณีผู้สูงอายุหกล้ม เรามาดูวิธีป้องกัน พร้อมกันเลยค่ะ :-

วิธีป้องกัน อุบัติเหตุในผู้สูงอายุ

1.หาอุปกรณ์ช่วยเวลาเดินสำหรับผู้สูงอายุ

แน่นอน ในวัยนี้ การทรงตัวย่อมจะไม่แน่น แข็งแรงเหมือนวัยหนุ่มสาว  ดังนั้นเวลาเดิน แนะนะควรมีตัวช่วยในการทรงตัว เพื่อป้องกันการหกล้ม  ไม่ว่าจะเป็น ไม้เท้าสามขา  วอลค์เกอร์ (ไม้เท้าสี่ขา) ไม้ค้ำยัน ต่าง ๆ   และแนะนำควรเลือกให้เหมาะสมกับความสูง (ปรับขนาดต้องไม่ยาวหรือสั้นเกินไป) เพราะถ้าปรับขนาดไม่พอดีกับความสูง  แทนที่จะป้องกันหกล้ม กับกลายเป็นเหตุให้หกล้ม ก็เป็นได้

2.หมั่นสังเกตอาการผิดปกติด้านการรับรู้

ไม่ว่าจะเป็นอาการสับสน  ความหลงลืม ของวันเวลาต่าง ๆ ชื่อเพื่อน ชื่อลูกหลาน หรือ สมาชิกครอบครัว  รวมถึงการทำการตัดสินใจช้าลง  ตอบสนองต่อการรับรู้ช้า นั่นเอง

3.หมั่นสังเกตผิดปกติการเดิน

การเดิน การทรงตัวในการเดิน  เพราะผู้สูงอายุมีกลไกการทำงานที่จะควบคุมการทรงตัวลดลง ทำให้บางที ยืนเฉย ๆ อาจเซ ได้  เรียกว่า เด็กวิ่งชน สามารถทำให้ท่านล้มได้เลย

4.จัดอุปกรณ์ภายในบ้านเพื่อเอื้อต่อผู้สูงอายุ

  • ทางลาดในบ้าน ควรจะมีเพื่อผ่อนแรงผู้สูงอายุในกรณีที่ต้องใช้ Wheel Chair (เก้าอี้รถเข็นผู้ป่วย) ควรทำทางลาดไว้ตามบันไดต่าง ๆ ความชันไม่ควรเกิน 5 องศา และมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. และมีความลาดยาว ต้องไม่เกิน 5 เมตร
  • ขนาดเตียงต้องเหมาะสม

ควรจัดให้นอนบนเตียงที่มีความยาวไม่น้อยกว่า 180 ซม. สูงประมาณ 40 ซม.

โรควัยทอง

5.ต้องเพิ่มราวจับ ป้องกันอุบัติเหตุในผู้สูงอายุ

เพิ่มราวจับบริเวณทางเดินรอบบ้าน ในห้องน้ำ การติดตั้งราวจับ ควรเน้นให้มีลักษณะสั้น – ยาว  หรือเป็นรูปตัวซี ได้เลยค่ะ  ติดตั้งที่ผนังห้องน้ำ  ทางเดินลาด ทางเดินในบ้าน ห้องครัว และออกแบบติดตั้งไว้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 80 ซม.

6.ต้องเพิ่มแรงเสียดทานให้พื้น

แน่นอน เพื่อระวังการหกล้ม พื้นต้องพื้นแรงเสียดทาน เช่น ติดแผ่นกันลื่น เป็นแถบยางกันลื่น หรือ วัสดุไม้สังเคราะห์  หรือถ้าเป็นกระเบื้อง ควรเป็นกระเบื้อง ลวดลายกันลื่นโดยเฉพาะ ที่ปัจจุบัน มีหลายแบรนด์ หลายลวดลายให้เลือก เพื่อความสวยงามด้วย

7.หมั่นสังเกตอาการของการมองเห็น

สังเกตอาการ หรือสิ่งผิดปกติของการมองเห็น  เช่น ตาพร่า มัว บอกระยะห่างชัดเจนไม่ได้  และการที่ไม่สามารถแยกความต่างของสีได้  เหล่านี้ ควรต้องสังเกต เพื่อปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไข

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว สาเหตุสำคัญของการพลัดตกหกล้ม คือ ตัวผู้สูงอายุเองมีความเสื่อมของร่างกาย ให้การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ลดลง ดังนั้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา อย่าตื่นตกใจ ให้ตั้งสติให้ดี จากนั้นให้ประเมินการบาดเจ็บ หากไม่สามารถขยับหรือลุกได้  ให้ท่านนอนในท่าที่สบาย อย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เพื่อป้องกันกระดูกอาจหักไปทำลายเนื้อเยื่อ หลอดเลือด ฯลฯ และให้รีบโทร.สายด่วนไปยังโรงพยาบาล เพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

 

(เครดิต :  สพฉ.)

#KINN_Biopharma

www.kinn.co.th

บทความที่น่าสนใจ

โรคเบาหวาน กับ ผู้สูงอายุ วิธีสังเกตอาการและการป้องกันภาวะเบาหวาน

ผู้สูงอายุกับ โรคความดันโลหิตสูง ควรรับมืออย่างไร ?

7 วิธี ดูแลผู้สูงอายุ ให้มีชีวิตยืนยาว สุขภาพยืนยาว

General Post, HEALTH,

“อัลไซเมอร์” โลกส่วนตัวในวันที่จำลูกหลานไม่ได้

อัลไซเมอร์ หรือ โรคสมองเสื่อม กับผู้สูงอายุ อาจจะเป็นด้วยความชราย่างกรายเข้ามา  ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่โรคต่าง ๆ จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ คือ ภาวะสมองเสื่อม เช่นโรคอัลไซเมอร์  ถึงแม้ปัจจุบันโลกเรา กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ  และประเทศญี่ปุ่นนำหน้าก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วกว่าประเทศไทยถึง 10 ปี ถ้าย้อนกลับไป 30 ปีที่แล้ว  คงไม่มีใครรู้จักโรคนี้  แต่ ณ ปัจจุบัน คนเป็นโรคอัลไซเมอร์ กันเยอะขึ้น ชนิดเป็นญาติใกล้ตัว เป็นเพื่อนหรือเป็นคนข้างบ้าน เสียด้วยซ้ำ

จากสถิติทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย พบว่าผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมถึงร้อยละ 3 – 6 และแน่นอน พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย (อีกแล้ว) ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่ามีการศึกษาวิจัยโรคนี้อย่างต่อเนื่อง และมีข้อมูลใหม่ ๆ เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้แน่ชัด  ทำให้ยังไม่มีการรักษาโรคนี้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาหารต่าง ๆ ของโรคนี้ได้ในระดับหนึ่ง

ศาสตราจารย์นายแพทย์กัมมันต์ พันธุมจินดา นายกสมาคมโรคสมองเสื่อมแห่งประเทศไทย ท่านกล่าวตอนหนึ่งได้อย่างน่าสนใจว่า “โรคสมองเสื่อม นับเป็นโรคหนึ่งในผู้สูงอายุที่โลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นโรคที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมที่พบบ่อยมากที่สุด”

อาการของโรค อัลไซเมอร์

อาการเริ่มแรก มักจเป็นการลืมเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ๆ ไม่นาน แต่จะจำได้แม่น สำหรับความจำในเรื่องราวในอดีต  อาจจะมีการถามซ้ำในเรื่องเดิมที่เพิ่งบอกไป หรือ พูดซ้ำ ๆ ในเรื่องที่เพิ่งเล่าให้ฟัง  รวมถึงพฤติกรรมที่มีอาการหลงลืม เช่น วางของแล้วลืม, สับสนเรื่องวัน เวลา สถานที่ต่าง ๆ , การตัดสินใจแย่ลง ไม่เฉียบคมเหมือนสมัยก่อน อาการเหล่านี้ จะค่อย ๆ เริ่มเปลี่ยนแปลง จนทำให้เกิดปัญหาต่อการทำงาน และกิจวัตรประจำวัน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช้าหรือเร็วขึ้นก็ขึ้นกับระดับความสามารถเดิม รวมถึงความเอาใจใส่ของลูกหลานด้วย

อัลไซเมอร์

การดำเนินโรคจะค่อยเป็นค่อยไป

การดำเนินของโรคสมองเสื่อม จะค่อยเป็นค่อยไป และทรุดลงในช่วงระยะ 1-3 ปี จะมีปัญหาเรื่องวันเวลา สถานที่ และอาจหลงลืมทางกลับบ้าน โดยเฉพาะกลางคืนอาจไม่นอนทั้งคืน จะออกนอกบ้าน หยุดงานอดิเรก เช่น เก็บกวาดบ้านต่าง ๆ  ดูทีวี อ่านหนังสือพิมพ์ ส่วนหนึ่ง เพราะดูและอ่านไม่เข้าใจ คิดคำนวณไม่ได้ ทอนเงินไม่ถูก  เมื่อเวลาผ่านไปอีก 2 – 3 ปี อาการยิ่งทรุดหนัก ความจำแย่ลงมาก จำญาติไม่ได้ เคลื่อนไหวช้าลง ไม่ยอมเดิน หรือ เดินก็จะก้าวขาไม่ออก ไม่ค่อยยอมเดิน  ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองไม่ได้ เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน รับประทานอาหารเองไม่ได้ พูดน้อยลง กลั้นปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้ ต้องมีคนดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ที่ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมจะเสียชีวิตในเวลา 2 – 10 ปี และโดยเฉลี่ยจะ 10 ปีด้วยโรคแทรก เช่น ติดเชื้อจากปอดบวม หรือ แผลกดทับ

การรักษา

อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ว่า โรคนี้ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้ มีเพียงการใช้ยารักษา และการจัดการดูแลที่จะช่วยบรรเทาอาการด้านความคิดและพฤติกรรมของผู้ป่วยได้เพียงชั่วคราว หรืออาจทำให้การพัฒนาการของโรคนี้ช้าลงได้ในบางราย  และเป้าหมายของการดูแลรักษา จะเป็นการเน้นให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้ทั้งผู้ดูแลและผู้ป่วยนั้นมีความสุขไปด้วยกัน ไม่เช่นนั้น อาจเกิดความเครียด  หงุดหงิด ซึ่งไม่เป็นผลดีทั้งผู้ดูแลและผู้ป่วยได้

แนวทางป้องกัน

คือ ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ เพราะอะไร ? เนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้ จะยิ่งมีโอกาสเกิดโรคโรคสมองเสื่อม และโรคสมองเสื่อมจากหลอดเลือด พร้อมลดพฤติกรรมเสี่ยง ดังนี้ :-

  • ไม่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • เลิกการสูบบุหรี่
  • ตรวจและควบคุมระดับความดันเลือด
  • เน้นการออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน (ขั้นต่ำ)
  • เน้นการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นทานผลไม้ ผัก อย่างน้อย 5 ส่วน

 

อ่านมาถึงตรงนี้ เราจะได้เลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคโรคสมองเสื่อม เพราะเราไม่สามารถอยู่เป็นอมตะได้ อย่างที่มีคำกล่าวว่า “รู้ทันอัลไซเมอร์ ก่อนลืมคนที่เรารัก”   ฉบับหน้า เราจะมาคุยกันในเรื่อง Aging Society กันต่อ  ด้วยเพราะดิฉันมีแพลนไปงาน H.C.R.2019 International Home Care & Rehabilitation Exhibition ถือเป็นงาน Aging Society ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ไม่ว่าจะรวมทั้งอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุ, Bio Pharma, Bio Skin Care และอื่น ๆ อีกมากมาย น่าสนใจมาก จัดเป็นครั้งที่ 46 แล้วคะ ที่ Tokyo Big sight กรุงโตเกียว เพื่อน ๆ ท่านใดไปร่วมงาน เจอะเจอกัน ทักกันได้นะคะ  วันนี้ สวัสดีค่ะ J

(เครดิต : ศ.นพ.กัมมันต์ พันธุมจินดา)

(เครดิต : เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ)

#KINN_Biopharma

www.kinn.co.th

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

อาหารผู้สูงอายุ เลือกอย่างไร ไม่ให้น่าเบื่อ ?

โรคเบาหวาน กับ ผู้สูงอายุ วิธีสังเกตอาการและการป้องกันภาวะเบาหวาน

7 วิธี ดูแลผู้สูงอายุ ให้มีชีวิตยืนยาว สุขภาพยืนยาว

General Post, HEALTH,

สูงวัย สุขภาพดีด้วย 5 เครื่องดื่ม

“การเลือกโภชนาการที่ดี คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตที่สำคัญที่สุดเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี” แน่นอน วัยผู้สูงอายุ เป็นวัยที่เริ่มมีความเสื่อมของร่างกาย จึงจำเป็นต้องเน้นการทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกาย และในเวลาเดียวกันต้องเพิ่มความแข็งแรงให้กับสุขภาพมากยิ่งขึ้น  โดยวันนี้ ดิฉัน จะขอแนะนำ 7 เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพผู้สูงวัย มีอะไรบ้าง :-

  • น้ำเปล่า

ขอจัดเป็นอันดับแรกเลยค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัว หาง่าย หยิบดื่มได้เลย แต่ผู้สูงอายุไม่ค่อยจะดื่มน้ำเปล่ากัน  (แม้กระทั่งผู้สูงอายุที่บ้านดิฉันเอง ก็ต้องช่วยกันจัดกระบอกน้ำ 1 ลิตรวางไว้ใกล้ตัว เพื่อเตือนกันให้ดื่ม) น้ำเปล่า ถือเป็นเครื่องดื่มที่ง่ายและมีประโยชน์ต่อสุขภาพสูงที่สุด  โดยน้ำเปล่าจะช่วยในการเพิ่มสมดุลให้กับร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ มากขึ้น  และยังช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในผู้สูงอายุได้ดีด้วย  อีกประการที่จะลืมกล่าวไม่ได้เลยค่ะ  ดื่มน้ำเปล่า จะช่วยลดอาการท้องผูกในผู้สูงอายุด้วยค่ะ  โดยดื่มวันละ 6-8 แก้ว ก็เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันแล้วค่ะ

  • นมพร่องมันเนย

ในวัยผู้สูงอายุ เน้นการดื่มนมพร่องมันเนยที่ปราศจากน้ำตาลและไขมันเป็นสำคัญ เพราะนมมีแคลเซียมสูง ช่วยในเรื่องการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะดึงแคลเซียมออกจากกระดูกและฟันไปใช้ในด้านอื่น ๆ ทำให้เกิดปัญหาฟันผุ กระดูกเปราะบาง กระดูกพรุน แตกหักได้ง่าย  จึงจำเป็นต้องเสริมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายให้เพียงพอเสมอ   ถ้าสังเกต จะเห็นว่า ผู้สูงอายุที่ดื่มนมพร่องมันเนยเป็นประจำ จะห่างไกลโรคกระดูกพรุน มากกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มนมเลย

  • น้ำมะตูม

อย่างที่เราทราบ ๆ กันดีว่า มะตูม เป็นสมุนไพรชนิดเดียวที่ช่วยในเรื่องการบำรุงสมอง ลดอาการชอบหลงลืม และป้องกันการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้  แนะนำให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำมะตูม โดยการทำน้ำมะตูม วิธีการทำแสนง่ายมาก โดยนำผลมะตูมที่โตเต็มที่ มาฝานเป็นแว่นเล็ก ๆ จากนั้นมาตากให้แห้งและคั่วจนกระทั่งมีสีเหลืองสวยงาม จากนั้นนำมาต้มในน้ำเดือด แค่นั้นเอง แนะนำให้ผู้สูงอายุ จิบตลอดวัน จะส่งผลดีต่อสุขภาพได้อย่างง่าย ๆ

  • น้ำเต้าหู้

น้ำเต้าหู้ ถือเป็นเครื่องดื่มที่คลาสสิคมาก มีมาแต่ช้านาน หาซื้อดื่มง่าย แม้กระทั่งทำเองก็ไม่ยากด้วยค่ะ  น้ำเต้าหู้อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เนื่องจากมีเครื่องเติมใส่หลายอย่าง เช่น ลูกเดือย เม็ดแมงลัก ที่ช่วยให้อิ่มสบายท้อง  แต่เน้นดื่มน้ำเต้าหู้ ที่รสจืดจะดีที่สุด (งดใส่น้ำตาลนะคะ) เพราะจะดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุ และไม่เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานด้วยค่ะ

  • น้ำใบบัวบก

น้ำใบบัวบก ไม่เพียงจะช่วยแก้อาการช้ำในได้ ยังเหมาะกับผู้สูงอายุดื่มด้วย  น้ำใบบัวบก ช่วยในการลดความดันเลือด เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อย่างดี  โดยมีวิธีการทำไม่ยาก นำใบบัวบกมาสัก 30 กรัม และผสมกับน้ำ 1 แก้ว คั้นสดได้น้ำใบบัวบกดื่มได้ทันทีเลยค่ะ

และนั่นคือ 5  เครื่องดื่มง่าย ๆ ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ และควรดื่มมากที่สุด อีกทั้งยังช่วยชะลอความชรา ความเสื่อมอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายอีกด้วย และอย่าลืม เน้นในเรื่องการออกกำลัง เบา เบา ด้วยนะคะ เพื่อให้มีชีวิตยืนยาวและยั่งยืน อยู่กับลูกหลานนาน ๆ ค่ะ

เครดิต :  https://www.thebangkokinsight.com/205175/

#คินน์เพื่อชีวิตยืนยาวและยั่งยืน

HEALTH,

หมดห่วง ! คอเลสเตอรอลสูง จัดการได้

คงต้องขอยอมรับว่า เทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังฮิตติดอันดับสังคมไทยกันมากขึ้น  ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวคือ อาหารเพื่อสุขภาพ อุปกรณ์ลดอุบัติเหตุเพื่อสุขภาพ (สำหรับผู้สูงวัย) หรือแม้กระทั่ง ฟิตเนสดัง ๆ ในบ้านเราตอนนี้ ก็จัดโปรเอาใจคนรักสุขภาพ แบบว่าเลือกวัน เวลา ที่ตัวเองสะดวกไปออกกำลังกาย แถมจัดเทรนเนอร์ให้เฉพาะบุคคลในราคาพิเศษอีกด้วย  แต่บางครั้ง สิ่งที่ใกล้ตัวเรา จนเราบางทีก็เผลอลืมไป นั่นคือ การเช็คสุขภาพประจำปี  หลายครั้งที่ดิฉัน เจอะเจอคนใกล้ตัว หรือรุ่นพี่ที่รู้จักกัน ส่วนใหญ่ก็จะคุยเกี่ยวกับสุขภาพ จนบ่อยครั้งมันคล้าย ๆ กับคำถามว่า “ทานข้าวยัง ?” แต่เป็น “คอเลสเตอรอลพี่ เท่าไหร่” หรือ “ เวลาว่างพี่ชอบออกกีฬาประเภทไหน ?”  หลายครั้ง คนที่ถูกถาม คิดนานนิดนึง ก่อนตอบว่า “จำไม่ค่อยได้ ครั้งสุดท้ายตรวจเลือดวัดคอเลสเตอรอล ได้เท่าไหร่ รู้แต่ว่า สูง แต่จำไม่ได้แล้วค่ะ”  โห้..ดิฉันเอง ก็คิดในใจนะคะว่า จริง ๆ เรื่องสุขภาพตัวเราเองหน่ะ สำคัญที่สุด…

มีรายงานจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คนไทย ไขมันในเลือดสูง มีมากถึง 26 ล้านคน ! ผู้ชายพบร้อยละ 41 และ ผู้หญิงพบร้อยละ 47 (โห้..ไม่ธรรมดาเลยนะคะ)  อย่างที่จั่วหัวข้อด้านบน คอเลสเตอรอลเกินมาตรฐาน จัดการได้ เพียงแค่เราต้องเลือกทานไขมันให้ถูกวิธี  เพราะเอาเข้าจริง ๆ ถ้าจะต้องเลิกทานอาหารทุกชนิดที่มีไขมัน นั่นเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องนัก  ทีนี้ เรามาทำความเข้าใจกัน เรามาดูกันค่ะ …..

ง่าย ๆ เลยค่ะ  ก่อนอื่นถามตัวเราเอง ตรวจสุขภาพครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่  ถ้าตอบว่า ไม่เคยเลย หรือ เคยแต่นานแล้ว มากกว่า 1 ปี ดิฉันขอแนะนำให้รีบจัดเวลาไปตรวจคอเลสเตอรอลในร่างของเราดู  และแน่นอน บ้างตอบว่า “ตรวจแล้ว คอเลสเตอรอลสูงเชียว แต่เพราะผมไม่ค่อยระวังในการทานอาหาร  และระวังยากพี่ เอนเตอร์เทนแยะ และอาหารที่หมอให้ลด ก็เป็นของชอบทั้งนั้น” ถือเป็นคำตอบยอดฮิตที่ได้ฟังกันบ่อย  และอีกอย่าง เอาเข้าจริง ๆ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า นอกจากระดับคอเลสเตอรอลแล้ว สิ่งที่เราต้องใส่ใจ คือ ระดับของไขมันดี และ ไขมันเลว ในเลือด ต่างหากค่ะ

คอเลสเตอรอลสูง จัดการได้

ไขมัน มีกี่ชนิด

เราแบ่งประเภทไขมันในร่างกาย แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

  • ไขมันดี HDL

ย่อมาจากคำว่า High Density Lipoprotein คือ ไขมันที่มีความหนาแน่นสูง เป็นไขมันที่ดีสำหรับหลอดเลือดแดง เพราะมันจะช่วยป้องกัน ไม่ให้ไขมันไม่ดี คือ คอเลสเตอรอล  ไตรกลีเซอไรด์ ไปพอกสะสมในหลอดเลือดแดง  ถ้าเรามี HDL ต่ำ ก็จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว เช่น โรคหลอดเลือดสมอง และ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

ไขมัน HDL ได้ไขมันที่มี Polyunsaturated fats มีมากในน้ำมันทานตะวัน  ข้าวโพด  ถั่วเหลือง และพวกปลาทะเลน้ำลึก ที่นอกจากจะมีไขมันดี HDL แล้วยังมี โอเมก้า 3 ช่วยบำรุงหัวใจอีกด้วย

  • ไขมันไม่ดี LDL

ย่อมาจาก Low Density Lipoprotein คือ ไขมันที่มีความหนาแน่นต่ำ และแน่นอน เป็นไขมันที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว และไขมันไม่ดี  ก็ยังแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

  • ไขมันอิ่มตัว Saturated fats เป็นไขมันที่ได้จากสัตว์ เช่น ไขมันจากเนื้อสัตว์ หนังสัตว์ อาหารทะเลบางประเภท เช่น (กุ้ง ปลาหมึก) นม เนย และที่ได้จากพืช ได้แก่ น้ำมันมะพร้าว กะทิ อาหารเหล่านี้ จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูง
  • ไขมันทรานส์ Trans fatty acid ถือเป็นไขมันที่ได้จาก น้ำมันพืช น้ำมันที่ใช้ทอดอาหาร อาหารฟาสฟู้ด และแน่นอน ไขมันชนิดนี้ จะทำให้คอเลสเตอรอลสูงกว่าไขมันอิ่มตัว (Saturated fats)

อ่านมาถึงตรงนี้ สามารถเข้าใจได้ว่า ถ้าเรามีปัญหาคอเลสเตอรอลเกินมาตรฐาน การแก้ไขคือ หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นประเภท Trans fat ด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงจากโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้น เพียงเท่านี้ เราก็สามารถเลือกทานอาหารง่ายขึ้น และดีต่อสุขภาพอีกด้วย  เพราะช่วงนี้ โรคแปลก ๆ เกิดขึ้นเยอะค่ะ ตามที่เราเห็นจากสื่อต่าง ๆ   และแท้จริงแล้ว คอเลสเตอรอลสูง เกิดจาก You Are What You Eat นั่นเอง ช่วงนี้ อากาศเปลี่ยนแปลง ฝนตกกันเกือบทุกเย็น รักษาสุขภาพกันทุกท่านนะคะ  ฉบับหน้า หัวข้อน่าสนใจ ถือเป็นคำถามที่คุณผู้อ่านถามกันมาเยอะ  เจอกันฉบับหน้า โชคดีวันฝนตกนะคะ J

 

(credit : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข)

#KINN_Biopharma

www.kinn.co.th

บทความที่น่าสนใจ

3 โรค ถามหาเมื่อ “วัยทอง”

กิน ปาท่องโก๋เสี่ยงไขมันสูง สุขภาพแย่ ไขมันในเลือดพุ่งสูง !

ภัยใกล้ตัว น้ำตาลในเลือดสูง พุ่งสูงปรี๊ดด เหตุเพราะชานมไข่มุก !

HEALTH,

คลิป สัมภาษณ์สด ผู้ใช้กัญชาในต่างแดน

กัญชา เป็นยา หรือ ไม่ ?

ลองมาฟังบทสัมภาษณ์ของชายหนุ่ม 3 คน ที่เคยใช้ชีวิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มาถ่ายทอดเรื่องราวของกัญชา

(credit :  พันธ์บุรีรัมย์)

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com