ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
HEALTH,

โรครูมาตอยด์ โรคข้ออักเสบเรื้อรัง ภัยเงียบที่ทำลายกระดูกและข้อ!

“อากาศเปลี่ยน หนาวขึ้น เย็นขึ้น เครียดมากขึ้น จะปวดมาก”

 กว่าจะรู้ตัว ก็สายเสียแล้ว ถือว่าโรครูมาตอยด์ เป็นภัยเงียบโรคข้อจริง ๆ เพราะไม่ว่า อากาศเปลี่ยน ร้อนมาฝน ฝนมาหนาว และหนาวมาร้อนอีก ผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคนี้ จะทรมานมาก บางคนปวดมาก ถึงกลับต้องคลานไปห้องน้ำกันเลยทีเดียว ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาโรคนี้อย่างถูกวิธี และต่อเนื่อง มีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ข้อต่อกระดูกที่อักเสบเกิดการผิดรูปได้

โรคข้ออักเสบเรื้อรัง หรือ โรครูมาติสซั่ม เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะเด่น คือ มีการเจริญงอกงามของเยื่อบุข้ออย่างมาก เยื่อบุข้อนี้ จะลุกลามและทำลายกระดูกและข้อในที่สุด  โรคนี้ไม่ได้เป็นแต่เฉพาะข้อ เท่านั้น ยังอาจมีอาการทางระบบอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ตา ประสาท กล้ามเนื้อ เป็นต้น

โรครูมาตอยด์ โรคข้ออักเสบเรื้อรัง

ผู้ใดบ้าง ที่มีโอกาสเป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง

โรคข้ออักเสบเรื้อรัง สามารถเป็นได้กับทุกกลุ่ม อายุ ตั้งแต่ เด็กจนถึงวัยชรา  แต่โดยส่วนใหญ่ จะพบในผู้ป่วยวัยกลางคน และพบในเพศหญิง มากกว่า เพศชาย

สาเหตุของ โรครูมาตอยด์

โรคข้ออักเสบเรื้อรังสาเหตุมาจากภูมิคุ้มกันตัวเองบกพร่อง หรือจะอธิบายเข้าใจง่ายคือ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำลายตัวเอง ถึงแม้ว่านักวิจัยยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ แต่หนึ่งในสาเหตุนั้น อาจเกิดจากไวรัส หรือ แบคทีเรีย ที่กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ไปทำลายเนื้อเยื่อของร่างกาย  สัญญาณที่พบของโรคข้ออักเสบเรื้อรังอาจแตกต่างกันแต่ละท่าน บางครั้งสงบ บางครั้งรุนแรง เป็นพัก ๆ ได้เช่นกัน

อาการของโรคข้ออักเสบเรื้อรัง

ผู้ป่วย มักมีอาการปวดข้อ ข้อบวม และเคลื่อนไหวข้อลำบาก จะเป็นมากที่สุดในช่วงตื่นนอนตอนเช้า และอาจจะมีอาการอยู่ถึง 1 – 2 ชั่วโมงหรือนานเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือน ก็เป็นได้  ลักษณะอาการปวดข้อ ช่วงเช้านี้เป็นลักษณะสำคัญของโรคข้ออักเสบเรื้อรัง ซึ่งจะต่างจากโรคข้ออื่น ๆ และตำแหน่งของข้อที่มีอาการปวดมากที่สุด มักจะเป็นที่มือ และเท้า แต่มีโอกาสปวดข้อตำแหน่งอื่น ๆ ได้  นอกจากมีอาการปวดตามข้อทั้งร่างกายแล้ว อาจมีอาการอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น อ่อนเพลีย ไข้ต่ำ ๆ เบื่ออาหาร ตาแห้ง คอแห้งผิดปกติ  ในรายที่ได้รับการรักษาล่าช้า อาจเกิดการทำลายข้อถาวร ทำให้ข้อพิการ ผิดรูปได้

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคข้อเสื่อม เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

อาการของข้ออักเสบนั้น มีหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคข้อเสื่อม นั้น เป็น 2 โรคที่พบบ่อยมากที่สุด

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ นั้นเกิดจากการที่เยื่อบุข้อต่อเกิดการอักเสบขึ้น และมีการทำลายที่ข้อ

โรคข้อเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อน ที่ปกคลุมบริเวณส่วนท้ายของกระดูกบริเวณข้อต่อ มีการเสื่อมจากการใช้งานตามปกติ

ภาวะแทรกซ้อนของโรคข้ออักเสบเรื้อรัง

แน่นอน ความเสี่ยง ที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ นั้นเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป รวมถึงถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง  จะเกิดภาวะแทรกซ้อน ดังนี้ :-

  • ตาแห้ง ปากแห้ง ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบเรื้อรัง ส่วนใหญ่มักจะพบว่าเกิดอาการปากแห้ง ตาแห้ง เคืองตา แพ้ง่าย
  • ข้อจะผิดรูป และสูญเสียการทำงาน จะเกิดปุ่มบวมในบริเวณที่มีการเสียดสี เช่น ข้อศอก และปุ่มบวมนี้ สามารถเกิดได้ทุกที่ในร่างกาย
  • กระดูกเปราะง่าย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หกล้ม กระดูกแตกร้าวได้ง่าย อาจเกิดโรคกระดูกพรุน ซึ่งอาจเกิดจากยารักษารูมาตอยด์บางชนิด ที่ผู้ป่วยต้องทานเป็นประจำระหว่างการรักษา
  • ติดเชื้อ ยาที่ใช้ในการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ สามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ติดเชื้อง่าย
  • ภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ จะมีความเสี่ยงของภาวะหลอดเลือดอุดตัน รวมถึงเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ซึ่งเกิดจากการอักเสบในร่างกาย

โรครูมาตอยด์ โรคข้ออักเสบเรื้อรัง

การรักษา

ถือว่าโรคข้ออักเสบเรื้อรัง เป็นโรคที่มีความผิดปกติของการควบคุมภูมิคุ้มกันของร่างกายตัวเอง (Autoimmune disease) ก่อนให้เกิดการอักเสบ ทำให้ยาที่ใช้ในการรักษา ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มที่มีฤทธิ์ปรับภูมิคุ้มกันให้ทำงานลดลง รวมทั้งยังช่วยลดการอักเสบเฉพาะที่อีกด้วย (target therapy) ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาดีขึ้น โดยมีจุดหมายในการรักษา คือ ช่วยลดความเจ็บปวด ลดการอักเสบ ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดและทำลายข้อ และช่วยทำให้ข้อ สามารถกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม

บางท่าน อาจมีสงสัยว่า มีวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือไม่ คำตอบคือ มีค่ะ การรักษาด้วยการผ่าตัด ถือเป็นการรักษาที่สำคัญอีกหนึ่งวิธี เช่นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม การผ่าตัดซ่อมแซม กรณีข้อผิดรูป ฯลฯ

ผู้อ่านอ่านมาถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งเครียดไปนะคะ เพราะปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มากขึ้นเยอะทีเดียว ทำให้ผลของการผ่าตัดและรักษาโรคข้อรูมาตอยด์ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ช่วยลดความทุกข์ทรมาน ลดความพิการ (ข้อต่อต่าง ๆ )  ซึ่งเมื่อเป็นโรคนี้แล้ว ผู้ป่วยสามารถควบคุมอาการได้ด้วยการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด ออกกำลังกายเบา เบา (เช่น การเดินในน้ำ ) แต่ที่สำคัญคือ ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด  เพราะถึงแม้อาการดีขึ้นแล้ว ก็ควรต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันภาวะเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสื่อม หรือข้อถูกทำลาย

เรื่องเล่าจากเรื่องจริง โรครูมาตอยด์ โรคข้ออักเสบเรื้อรัง

ประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยโรครูมาตอยด์อย่างใกล้ชิด

อยากขอแชร์เรื่องราวอย่างสั้น ๆ ก็แล้วกันค่ะ เหตุเกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดที่สุด คือ คุณแม่ผู้เขียนเอง ท่านเป็นผู้หญิงเก่ง ทำงานคล่องแคล่ว (สวยด้วย ทำงานเก่งด้วย)  แต่โชคชะตาแต่ละคนไม่เหมือนกัน  ย้อนกลับไป เมื่อ 25 ปีที่แล้ว คุณแม่ป่วยเป็นโรครูมาตอยด์  (ตอนนั้นท่านอายุเพียง 50 ปี)  ตั้งแต่เริ่มต้นเกิดอาการเล็กน้อย ส่งสัญญาณน้อยจนตัวคุณแม่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นโรคอะไร จนกระทั่ง อาการกำเริบมากขึ้นตามลำดับ มากขึ้นอย่างไม่รู้ทันตั้งตัว ถึงขนาดต้องคลานเข้าห้องน้ำ ลุกจากเตียงแทบไม่ไหว  และด้วยไม่มีความรู้เรื่องโรคพรรณนี้มาก่อน  ทำให้การรักษาโรคนี้ช่วงแรกของคุณแม่ เป็นไปอย่างลองผิด ลองถูก  ที่บอกว่า ลองผิด ลองถูก  ท่านผู้อ่านลองคิดดูแล้วกัน  คือประมาณว่าเข้าโรงพยาบาลที่ไหนก็แล้วแต่  หมอสั่งให้ตรวจนั่น เจาะเลือดนี่  ทำทุกอย่าง  จ่ายยามา ก็ทานตามแพทย์สั่งทุกประการ ทานยาต่อเนื่อง  ครั้งหนึ่งแพ้ยาที่หมอให้ทาน จนผมร่วงทั้งศีรษะ !  อยากบอกว่าช่วง 3 – 4 ปีแรกสุดแสนทรมาน  อากาศเปลี่ยนทีไร  เจ็บทุกข้อ  (ถ้าดูภายนอกดูไม่ออกว่า คุณแม่ป่วยเป็นโรคนี้ ยังจำได้ว่า เพียงแค่..เอานิ้วตัวเราเอง แตะที่ต้นแขนคุณแม่  ท่านบอกว่าเจ็บมาก)  ต้องขอบอกว่า เคสการป่วยโรคข้ออักเสบเรื้อรังของคุณแม่ ค่อนข้างหนักเอาการ แล้วด้วยต้องทานยาประจำ จึงทำให้เกิดโรคใหม่จากยาที่ทานประจำ (ซ้ำเข้าไปอีก) และโดยพื้นฐานความที่คุณแม่เป็นคนที่รักสวย รักงาม (ตามแบบฉบับผู้หญิง ต้องดูดีเสมอ) เมื่อข้อต่าง ๆ เปลี่ยนรูป ดูไม่สวย ดูไม่เข้าที่เข้าทาง คุณแม่ตัดสินใจเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด ปรับเปลี่ยนข้อต่าง ๆ ในร่างกายเยอะมาก  ไล่มาตั้งแต่ นิ้วเท้า ปรับดัดนิ้วเท้า 10 นิ้วด้วยเหล็กไทเทเนียม, ข้อเท้า ผ่าตัดดามด้วยไทเทเนียม เพื่อให้ยืนได้มั่นคง, ผ่าตัดเปลี่ยนเข่า เป็น ไทเทเนียม ทั้งสองข้าง, ผ่าตัดสะโพกเป็นไทเทเนียม, ผ่าตัดกระดูกสันหลัง ตั้งแต่ท้ายทอย ยาวมาถึงกระดูกสันหลัง (เนื่องจากกระดูกสันหลังเสื่อม ต้องเปลี่ยนบางข้อกระดูกสันหลัง), ผ่าตัดไหล่ (เพราะหกล้มหักทันที), ผ่าตัดนิ้วมือ ทั้ง 10 นิ้ว ปรับให้ตรง สวยงาม ยังไม่นับรวมที่ป่วยด้วยโรคข้ออักเสบเรื้อรังกำเริบช่วงอากาศเปลี่ยน  จนกระทั่ง ได้พบแพทย์หญิงท่านหนึ่ง  และรักษากับท่านจนอาการดีขึ้น (ไม่ต้องผ่าตัดอีก หรือต้องบอกว่าผ่ามาครบทุกอวัยวะแล้ว) ต้องบอกว่า เคสของคุณแม่ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง ท่านเป็นเพื่อนกับรูมาตอยด์อย่างแท้จริง เรียนรู้ที่จะต้องอยู่กับโรคนี้  ทานยาต่อเนื่องทุกวัน พบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง  ถือเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เขียนโดยตรงจริง ๆ ด้วยหน้าที่และความเป็นห่วงคุณแม่มาก จึงอาสาดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอดมา เรื่องราวจริง ๆ ยังมีรายละเอียดอีกเพียบ แต่ขอเล่าพอสังเขปเพียงเท่านี้  (ท่านใดต้องการข้อมูลเชิงลึก สามารถเข้าไปถามได้ที่ www.i-kinn.com นะคะ)

อย่างไรก็ดี ผู้เขียนขอให้กำลังใจทุกท่าน ที่ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง ดูแลรักษาสุขภาพอย่างเคร่งครัด  ทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายตามกำลัง (อย่าหักโหม) นั่งสมาธิ (ช่วยได้มาก)  พบกันใหม่ฉบับหน้านะคะ

………………

(เครดิต :  med.mahidol.ac.th, thairhueumatology.org, www.healthline.com/health/rheumatoid-arthristis#blood-test, www.podpad.com, www.medicinenet.com/rheumatoid_arthritis/article.htm)

บทความที่น่าสนใจ

3 โรค ถามหาเมื่อ “วัยทอง”

6 สัญญาน ขาดแคลเซียมในวัยทอง เสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน

ผู้หญิงวัยทอง อาการเข้าวัยทอง ควรเน้นอาหารแบบไหน ต้องเลี่ยงอะไร ?

HEALTH, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 55-60 ปี,

ศัลยกรรมผู้สูงอายุ ทำอะไรได้บ้างสูงวัย สวยได้ด้วยศัลยกรรม

การ ศัลยกรรมผู้สูงอายุ วันนี้ ผู้เขียน ขอนำเสนอเรื่องที่ดูเหมือนสบาย ชิว ชิว แต่เอาเข้าจริง ๆ ถึงวัยนั้น ก็เป็นเรื่องที่หญิงชายสูงวัย ต้องยอมรับกันด้วยสังขาร ที่ร่วงโรยไปตามวัย  สุภาษิตโบราณที่กล่าวว่า “ไก่งาม เพราะขน คนงามเพราะแต่ง” ยังใช้ได้ดีทุกยุคทุกสมัย  แม้ความเหี่ยวย่น ความหย่อนคล้อยบนใบหน้า ถือเป็นเครื่องสะท้อนของอายุ  ซึ่งแน่นอน ขึ้นชื่อว่าเป็นเพศหญิง ต่างพยายามหาวิธีและตัวช่วยในการชะลอวัย  ไม่ว่าจะเป็น การฉีดโบท๊อกซ์  การเติมเต็มริ้วรอยด้วยฟิลเลอร์  ร้อยไหม ฯลฯ  อ่ะ..ยกตัวอย่างง่าย ๆ เอาตัวผู้เขียนเองเลยหล่ะกัน   ปีนี้อายุก็มากขึ้นอีกปี  และด้วยภารกิจที่ต้องติดต่องาน ประชุมทุกวัน นอนก็น้อย วัยทองด้วย แถมยังปลีกเวลาแอบไปเรียนคลาสบริหารระดับสูงต่าง ๆ  สิ่งหนึ่งที่เห็นจนชินตาคือ ผู้บริหารที่สูงวัยจากหลากหลายอาชีพ ส่วนใหญ่ยังมีใบหน้าที่แลดูเรียว อ่อนวัย ริ้วรอยแทบไม่มี แน่นอนใบหน้าจะลักษณะวีไลน์ วีเชฟ กันคล้าย ๆ กันหมด  กระทั่งผู้เขียนต้องกลับมาถามตัวเองเหมือนกัน  เราน่าจะถึงเวลาต้องทำศัลยกรรมชะลอวัยบ้าง (หรือยัง ?)

ศัลยกรรมผู้สูงอายุ ดึงหน้า โบท็อกซ์

ศัลยกรรมผู้สูงอายุ  ศัลยกรรมชะลอวัย สวยได้ไม่จำกัดอายุ

เรื่องความสวย ความงาม เป็นเรื่องไม่เข้าใคร ออกใคร  แถมถ้าโดนทักว่า สวยขึ้น หุ่นดีขึ้น แหม..วันนั้นทั้งวันมีความสุข อิ่มเอิบใจ  จริง ๆ แล้วการทำศัลยกรรมชะลอวัย ยุคนี้ อาจไม่ใช่แค่ผู้สูงวัยเท่านั้น แม้กระทั่งวัยรุ่น วัยทำงาน ต่างก็สนใจเติมเต็มในส่วนที่ตัวเองขาด  เพียงแต่…ผู้สูงวัย โจทย์ชัด ด้วยใบหน้าที่หย่อนคล้อย หรือ ริ้วรอย จะวิ่งเข้าหาตามธรรมชาติเร็วกว่าวัยอื่นเท่านั้นเอง  อีกทั้ง ยุคนี้ คลินิกความงามเยอะมาก สอดคล้องกับผู้คนที่มีกำลังจ่ายในเรื่องความสวย ความงามกันมากขึ้น  ทำให้การเลือกทำศัลยกรรม / เข้าคลินิกเสริมความงาม จึงเป็นเรื่องธรรมดา ประหนึ่งกลายเป็นเรื่องแฟชั่นในการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง   และหากเป็นผู้สูงวัยแล้วนั้น คงมีหลายปัจจัยที่ต้องเก็บมาคิดเยอะทีเดียว…

ศัลยกรรมสุดชิค อายุไม่เกี่ยว

  • โบท๊อกซ์

โบท๊อกซ์ (Botox) เป็นชื่อทางการค้าของสารสกัดที่เรียกว่า “โบทูลินัม ท๊อกซิน เอ” (Botulinum Toxin A) เป็นนวัตกรรมเพื่อลดริ้วรอย และปรับรูปใบหน้า ซึ่งเป็นที่นิยมในบ้านเราขณะนี้  โดยเน้นในกลุ่มที่ต้องการให้ผิวหน้าไม่หย่อนคล้อย กล้ามเนื้อหน้ามีความกระชับ เรียว  แต่อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท๊อกซ์ ก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน เพราะสาร โบทูลินัม ท๊อกซิน เอ นั้นเป็นสารที่เป็นพิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) หากได้รับโดยการรับประทานเข้าไป อาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้  และอย่างที่ทราบกันดีว่า ผลลัพธ์ของโบท๊อกซ์ นั้นไม่ถาวร เพราะสารนี้สามารถสลายไปได้เอง ภายใน 6 เดือน แต่สามารถเข้ารับการฉีดเติมเป็นระยะได้

  • ดึงหน้า

การศัลยกรรมดึงหน้า สามารถเลือกทำเป็นส่วน ๆ ที่มีปัญหาได้ โดยแบ่งใบหน้าเป็น 4 ส่วน

  1. ดึงหางตา (Temporal lift) เพื่อแก้ไขหางตาที่ตก ให้ยกขึ้น และแก้รอยตีนกา (Crow’s feet) ทำให้ใบหน้าส่วนบนตึงขึ้น
  2. ดึงหน้าส่วนกลาง (Midface lift) เพื่อยกโหนกแก้มขึ้น ทำให้ใบหน้าส่วนกลางตึงขึ้น
  • ดึงหน้าส่วนล่าง เป็นการแก้ไขปัญหาร่องแก้ม ที่ลึกให้จางลง แก้ไขร่องน้ำหมาก ให้จางลง ทำให้ใบหน้าส่วนล่างตึงขึ้น ใบหน้าตอนล่างที่หย่อน ถูกยกขึ้น ดูเรียวขึ้นเป็น V-shape
  1. ดึงคอ (necklift) ทำให้ลำคอตึงขึ้น ลดความหย่อนคล้อย เพื่อให้เข้ากับใบหน้าที่อ่อนวัยลง

ศัลยกรรมผู้สูงอายุ ดึงหน้า โบท็อกซ์

เทรนด์ฮิต ศัลยกรรมปี 2020

รายงานตัวเลขสถิติของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ หรือ International Society Of Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS) ปี 2019 รายงานว่า ศัลยกรรมอันดับ 1 ที่มีผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจคือ การทำศัลยกรรมเสริหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน รองลงมาคือ ศัลยกรรมดูดไขมัน และศัลยกรรมใบหน้า ตาสองชั้น เรียงตามลำดับ  โดยกลุ่มผู้หญิงยังเป็นกลุ่มหลักที่นิยมในการทำศัลยกรรม มากถึง 87.4% โดยนิยมศัลยกรรมเสริมหน้าอก  ตามมาด้วย ศัลยกรรมตาสองชั้น  และกลุ่มผู้ชายมีอัตราเติบโตที่ 14.4% โดยศัลยกรรมที่นิยมในกลุ่มผู้ชาย คือ ศัลยกรรมดูดไขมัน   และการปลูกถ่ายเส้นผม

นอกจากนี้ รายงานของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ (ISAPS) รายงานว่าประเทศไทย มีผู้นิยมทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก  ศัลยกรรมตาสองชั้น  ศัลยกรรมจมูก ติดอันดับท๊อป 10 ของโลก และชาวต่างชาตินิยมมาทำศัลยกรรมในรูปแบบ Medical Tourism ในประเทศไทยเฉลี่ยกว่า 30% เลยทีเดียว

ข้อควรรู้ก่อนทำศัลยกรรม

แน่นอน สำหรับผู้สูงวัย การทำศัลยกรรมชะลอวัย ย่อมไม่มีขีดจำกัด และหากเมื่อสูงวัยแล้ว และสนใจจะพึ่งมีดหมอเพื่อให้กลับมาดูอ่อนวัย (ให้ธรรมชาติมากที่สุด)  มีข้อควรรู้ดังนี้ค่ะ

  • ปรับทัศนคติก่อนการผ่าตัด

แพทย์จะพูดคุยกับผู้ที่มาทำศัลยกรรม ให้เกิดความเชื่อใจ ไม่เครียด ไม่กังวล และจะเล่าถึงผลภายหลังการทำศัลยกรรม เพื่อให้ผู้ที่มารักษารับทราบถึงข้อดีและข้อเสีย ไม่หวังผลเกินความจริง

  • ตรวจเช็คร่างกายให้พร้อม

ถ้าอายุ 40 ปีขึ้นไป แพทย์จะแนะนำให้ตรวจละเอียดมากขึ้น เพื่อป้องกันผลข้างเคียงภายหลังการผ่าตัด  โรคประจำตัว เป็นหนึ่งข้อสำคัญที่แพทย์ต้องทราบก่อนทำศัลยกรรม

  • ทานยาตามแพทย์กำหนด

แนะนำควรทานยาตามแพทย์กำหนด ทั้งก่อนและหลังศัลยกรรมจะต้องไม่ทานยาที่เกี่ยวกับโรคเฉพาะ เพราะยาบางตัวทำให้เกิดปัญหาระหว่างการผ่าตัดได้  แต่อย่างใดก็ตาม ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนการลดยา

  • ตรวจสอบสถาบันเสริมความงาม

ควรเลือกสถานพยาบาลที่สะอาด ปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือ และสิ่งที่สำคัญต้องพร้อมในเรื่องอุปกรณ์เครื่องมือ ตัวแพทย์เอง จะต้องมีประสบการณ์เฉพาะทาง

อยากแก่ แบบไหนล่ะ ?

แน่นอน ความชรา ไม่เคยปรานีใคร มนุษย์ทุกคน ย่อมต้อง “แก่” กันทุกคน  บางคนถึงกับพูดว่า “ไม่อยากแก่  ก็ต้องแก่” และ ถูกต้อง การทำศัลกรรมเพื่อให้ดูอ่อนวัย  หรือบางท่านอาจะเรียกว่า ศัลยกระชากวัย  คงไม่ใช่คำตอบ หรือไม่ใช่แนว ของผู้สูงวัยบางท่าน  ความชอบไม่ชอบ  ความกังวลกลัวเจ็บต่าง ๆ นานา  ผู้เขียนมีโอกาสสัมภาษณ์เพื่อนผู้สูงวัยท่านหนึ่ง อายุประมาณ 86 ปี ท่านกล่าวไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว “ชีวิตพี่ยังชอบมาเรียน มาเติมความรู้  ไม่ใช่ต้องการความรู้อะไรมากหรอกนะ  แต่ที่พี่มาเรียนเนี่ย ชอบที่รู้จักเพื่อนเยอะขึ้น มีเพื่อนมากขึ้น  ไม่งั้น อยู่บ้าน เหงา และ เฉา ไปเลยเหมือนกัน เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกัน ทุกวันนี้พวกโน้นเค้าอยู่บ้านเลี้ยงหลาน  แต่ละวันมองนอกหน้าต่างบ้าน นับใบไม้ร่วง  ซึ่งพี่ไม่เอาเลยชีวิตแบบนั้น”   ท่านเล่าต่อด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขว่า “ในหนึ่งอาทิตย์ พี่ออกจากบ้านทุกวัน สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องรักษาร่างกายเราไม่ให้ป่วย ทานอาหารที่ดี ไม่ต้องแพง ออกกำลังกายบ้างตามแต่สภาพร่างกายอำนวย ไม่เป็นภาระใคร ช่วยเหลือตัวเองได้ ชีวิตก็สุขพอแล้วค่ะ”

การตัดสินใจทำศัลยกรรม จำเป็นต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะไม่ว่าการทำศัลยกรรมชนิดใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีอายุของมัน ร่างกายมนุษย์เราย่อมเปลี่ยนแปลงสภาพตามวัย ตามอายุที่ล่วงเลย  การทำศัลยกรรมผู้สูงอายุ

สามารถนำมาซึ่งความพึงพอใจได้ในระยะหนึ่ง แต่ไม่สามารถคงอยู่ตลอดไป และด้วยเหตุผลนี้เอง นำพาไปสู่การทำศัลยกรรมซ้ำแล้ว ซ้ำอีก เพื่อพยายามรักษาสภาพนั้นไว้ให้นานที่สุด   พบกันใหม่ ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

……….

(เครดิต :  สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ,womantruelife.com, bangmodaesthetic, medicalnewstoday.com, www.webmd.com/beauty/features/face-lift-ten-tips#1)

#KINN_Holistic_Healthcare

บทความที่น่าสนใจ

ซุปกิมจิ เต้าหู้อ่อน แสนอร่อย ดีต่อสุขภาพ

กินผักผลไม้ยังไง ให้ดีต่อ (หัว) ใจ

ผู้หญิงวัยทอง อาการเข้าวัยทอง ควรเน้นอาหารแบบไหน ต้องเลี่ยงอะไร ?

HEALTH,

6 เมนูอร่อยช่วย ล้างลำไส้ ช่วยให้ลำไส้สะอาด ดีต่อระบบขับถ่าย

การ ล้างลำไส้ ถือเป็นเรื่องที่หลายๆ คคนอาจจะมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว และต้องขอยอมรับว่า โรคส่วนใหญ่มักมาจากอาหารที่เรารับประทาน และแน่นอน หนึ่งในอวัยวะที่แสดงอาการผิดปกติง่ายที่สุด เร็วที่สุด นั่นคือ ลำไส้เรานี่เลยค่ะ  พอเป็นแล้ว บางท่านก็จะทนความปวดไป กว่าจะรู้ตัวว่าลำไส้มีปัญหา ก็ต้องทนทรมานกันไป

ล้างลำไส้ คืออะไร ทำไมต้องล้างไส้?

ลองคิดดูสิว่า…ลำไส้ของเราเปรียบได้กับท่ออาหารขนาดยาว มีหน้าที่ช่วยลำเลียงอาหารจากกระเพาะอาหารมาย่อย โดยในระหว่างทางนั้น จะมีการดูดซึมสารอาหารสำคัญผ่านผนังลำไส้ ก่อนส่งต่อไปยังลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีหน้าที่ดูดน้ำและสารอาหารบางส่วนกลับเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง ก่อนที่จะขับกากอาหารเป็นของเสียออกจากร่างกาย

Probiotics คืออะไร

ชื่อนี้น่าจะคุ้นหูใครหลายคน  เพราะอย่างน้อยเจ้าตัวนี้เป็นส่วนประกอบของนมเปรี้ยว – โยเกิร์ต ที่เราเห็นกันแพร่หลายในท้องตลาด

Probiotics คือจุลินทรีย์ที่มีชีวิตขนาดเล็กที่พบได้ในสิ่งแวดล้อม คน สัตว์ มีทั้งชนิดที่เป็นประโยชน์ และเป็นโทษ ซึ่ง Probiotics จัดเป็นเชื้อจุลินทรีย์ในกลุ่มที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีหน้าที่ช่วยในระบบทางเดินอาหาร และระบบภูมิคุ้มกัน แถมยังช่วยในการป้องกัน และรักษาโรคบางชนิดอีกด้วย

ล้างลำไส้ Probiotics

 

Probiotics ที่นิยมเป็นส่วนผสมผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่สามารถรับประทานได้ เช่น

  • Lactobacillus คุ้นหูกันเลยใช่ไหมค่ะ เป็นจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในระบบย่อยอาหาร ระบบทางเดินปัสสาวะ มีมากกว่า 50 สายพันธ์ มีการอ้างอิงการศึกษาพบว่า บางสายพันธ์สามารถช่วยบรรเทา หรือ สามารถป้องกันการติดเชื้อรา ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย  การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  • Saccharomyces Boulardii เป็น Probiotics ชนิดเดียวที่จัดอยู่ในกลุ่มยีสต์ ช่วยในการป้องกันและรักษาโรคท้องเสีย จากการใช้ยาปฏิชีวนะ
  • Streptococcus Thermophilus เป็นตัวช่วยสร้างเอนไซม์แล็กเทส (Lactase Enzyme) ที่ช่วยในการย่อยน้ำตาลแลคโตสในน้ำนม สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตส

Probiotics พบในอาหารหลากหลายประเภท เช่น นมเปรี้ยว โยเกิรต์ กิมจิ  ฯลฯ และแน่นอน การรับประทานอาหารประเภท Probiotics จะส่งผลดีต่อสุขภาพ โดยตัวจุลินทรีย์จะเข้าไปทดแทนจุลินทรีย์ชนิดดีที่ร่างการสูญเสียไปภายในระบบการย่อยอาหาร เช่น ทานอาหารไม่ถูกโภชนาการ การพักผ่อนน้อย เครียดมาก และเมื่อจุลินทรีย์ชนิดดีลดน้อยลง จุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย จึงออกทำงานได้เต็มที่ ส่งผลทำให้การทำงานของลำไส้ทำงานไม่เต็มที่

Prebiotics คืออะไร

เป็นอาหารที่ร่างกายไม่สามารถย่อย และไม่ถูกดูดซึมได้ในระบบทางเดินอาหาร ทั้งกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก แต่จะถูกย่อยได้ด้วยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ โดยจะกระตุ้นการทำงานและส่งเสริมการเจริญของ Probiotics และมีประโยชน์ต่อร่างกาย

Prebiotics พบในอาหารประเภท ผัก เช่น กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง รากชิคอริ  และยังพบใน ผลไม้ เช่น กล้วย แอปเปิ้ล และธัญพืชต่าง ๆ

ล้างลำไส้ Probiotics

Postbiotics คืออะไร

เป็นสารอาหารที่ได้จากกระบวนการหมักของแบคทีเรียชนิดดี (Postbiotic byproducts) โดยส่วนใหญ่เป็นสารอาหารที่ลำไส้ของเราสามารถดูดซึมไปใช้ได้ง่าย โดยสารอาหารเหล่านี้จะช่วยเสริมให้ปริมาณแบคทีเรียชนิดดีมากขึ้น ผลก็คือ มันจะทำให้ลำไส้ สามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมเพิ่มภูมิคุ้มกันอีกด้วย

แน่นอน ในยุคนี้ ก่อนเราจะรับประทานอาหารไร เราต้องคำนึงถึงสิ่งที่ร่างกายจะได้รับ ไม่ว่าทั้ง Pro – Pre – Post Biotics ต่างมีประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อยเลย

อีกหนึ่งข้อที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย  และเกิดขึ้นบ่อยจนเราอาจลืมสังเกต ว่าเมื่อไหร่ที่เราทานอาหารจำพวกของทอด ของหวาน ของมัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ แบบไม่ค่อยมีผักผลไม้เข้าร่วมในมื้อเมนูแต่ละวันนั้น  ระบบขับถ่ายของเราจะเริ่มไม่คล่องตัว เช่น อาหารไม่ย่อย ไม่ถ่ายอุจจาระ และในบางรายมีอาการปวดท้อง จุกเสียดร่วมด้วย ฟังดูแย่เลยนะคะ  อร่อยปาก ลำบากลำไส้ ก็แบบนี้แหละค่ะ  วันนี้ผู้เขียน ขอแนะนำเมนูช่วยขับเคลื่อน ล้างลำไส้ และบำรุงลำไส้มาฝากกันค่ะ  รับรองว่าลำไส้ของคุณต้องปลื้ม และกลับมาทำงานได้แบบปกติอย่างแน่นอน ไปดูเมนูเหล่านั้นกันค่ะ

1. น้ำพริกผักต้ม ผัดผัก หรือเมนูผักๆ ทั้งหลาย
ได้แก่ ผักใบเขียวทั้งมวล  ประเภท คะน้า กวางตุ้งต้มสุก ที่มีทั้งโฟเลตและใยอาหารที่ละลายได้  รวมไปถึงฟักทอง แครอทต้มสุก เพื่อให้ได้วิตามินเอและเบต้าแคโรทีน นอกจากนี้ยังแนะนำผลไม้สุกเนื้อนุ่มนิ่ม  เช่น มะละกอ กล้วยสุก  ให้อยู่ในมื้ออาหารในแต่ละวันของคุณด้วยค่ะ

2. กินปลาแล้วดี นอกจากฉลาดแล้ว ยังย่อยง่าย
ในเมนูจากปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน จะได้วิตามินดีและบี 12  รวมถึงอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง  เช่น ปลา กุ้ง หอย ผักกูด ผักโขม เพื่อชดเชยการสูญเสียเลือดค่ะ

3. โยเกิร์ต หรือ นม
นี่เป็นอีกเมนูที่สามารถช่วยลำไส้เราได้ดีค่ะ  เนื่องจากจะไปเพิ่มจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีแก่ลำไส้ได้ (ตามที่กล่าวไว้ด้านบน Probiotic) แนะนำว่า ควรเลือกซื้อแบบไขมันต่ำและน้ำตาลน้อยจะดีที่สุดนะคะ

4. น้ำเปล่า
แน่นอนว่าช่วยเรื่องระบบการย่อยและระบบขับถ่ายได้ดี แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว กำลังดีเลยค่ะ

5. ธัญพืชต่างๆ
ธัญพืชต่างๆ  ก็เป็นอีกประเภทที่ที่ต่อลำไส้นะคะ  เช่น  ข้าวกล้อง  ข้าวโอ๊ต  ขอแบบคาร์โบไฮเดรตที่ดีหรือคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนนะคะ   แบบที่ไม่ผ่านกรรมวิธีหรือการขัดสีค่ะ  เพราะนอกจากจะมีเส้นใยและกากอาหารที่ช่วยในการขับถ่ายแล้ว  ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายด้วยค่ะ

6. ผักประเภทสมุนไพร
อย่ามองข้ามไปเชียวค่ะ ผักต่าง ๆ ที่มีสรรพคุณทางยาของบ้านเราดีๆทั้งนั้นนะคะ เช่น ใบกะเพรา ใบแมงลัก พริกสด หอมแดง กระเทียม  ตะไคร้ เป็นต้นเหล่านี้  ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยดูดซับไขมันในลำไส้ ช่วยบำรุงลำไส้ ช่วยระบบย่อยอาหาร  และยังสามารถช่วยให้เจริญอาหาร  ขับปัสสาวะของเสียออกจากร่างกายได้ดี  ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดได้ด้วยนะคะ

เห็นหรือไม่คะว่า อาหารที่ช่วยบำรุงลำไส้ของเรานั้น  สามารถหาทานได้ง่ายๆ  นอกจากการรับประทานอาหารที่ดีและพอเหมาะแล้ว ควรออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอร่วมด้วย จะดีมากเลยค่ะ  พบกันใหม่ ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

————-

(เครดิต :  www.tistr-foodprocess.net.food_health/food_health6.htm,   https://www.biocare.co.uk/news/probiotics-or-prebiotics.html

www.webmed.com), www.pobpad.com

บทความที่น่าสนใจ

จะใจดีกับใครในโลกก็ได้ แต่อย่าลืมใจดีกับตัวเอง

7 อาหารลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาหาร ป้องกันเบาหวานได้ชะงัด

กินผักผลไม้ยังไง ให้ดีต่อ (หัว) ใจ

HEALTH, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 55-60 ปี,

5 เครื่องดื่มสำหรับผู้สูงวัย เพื่อสุขภาพที่ดี

เครื่องดื่มสำหรับผู้สูงวัย คือ “การเลือกโภชนาการที่ดี คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตที่สำคัญที่สุดเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี” แน่นอน วัยผู้สูงอายุ เป็นวัยที่เริ่มมีความเสื่อมของร่างกาย จึงจำเป็นต้องเน้นการทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกาย และในเวลาเดียวกันต้องเพิ่มความแข็งแรงให้กับสุขภาพมากยิ่งขึ้น  โดยวันนี้ ดิฉัน จะขอแนะนำ 7 เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพผู้สูงวัย มีอะไรบ้าง :-

เครื่องดื่มสำหรับผู้สูงวัย

เครื่องดื่มสำหรับผู้สูงวัย ที่ควรดื่ม

เครื่องดื่มสำหรับผู้สูงวัย

1.น้ำเปล่า

ขอจัดเป็นอันดับแรกเลยค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัว หาง่าย หยิบดื่มได้เลย แต่ผู้สูงอายุไม่ค่อยจะดื่มน้ำเปล่ากัน  (แม้กระทั่งผู้สูงอายุที่บ้านดิฉันเอง ก็ต้องช่วยกันจัดกระบอกน้ำ 1 ลิตรวางไว้ใกล้ตัว เพื่อเตือนกันให้ดื่ม) น้ำเปล่า ถือเป็นเครื่องดื่มที่ง่ายและมีประโยชน์ต่อสุขภาพสูงที่สุด  โดยน้ำเปล่าจะช่วยในการเพิ่มสมดุลให้กับร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ มากขึ้น  และยังช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในผู้สูงอายุได้ดีด้วย  อีกประการที่จะลืมกล่าวไม่ได้เลยค่ะ  ดื่มน้ำเปล่า จะช่วยลดอาการท้องผูกในผู้สูงอายุด้วยค่ะ  โดยดื่มวันละ 6-8 แก้ว ก็เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันแล้วค่ะ

2.นมพร่องมันเนย

ในวัยผู้สูงอายุ เน้นการดื่มนมพร่องมันเนยที่ปราศจากน้ำตาลและไขมันเป็นสำคัญ เพราะนมมีแคลเซียมสูง ช่วยในเรื่องการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะดึงแคลเซียมออกจากกระดูกและฟันไปใช้ในด้านอื่น ๆ ทำให้เกิดปัญหาฟันผุ กระดูกเปราะบาง กระดูกพรุน แตกหักได้ง่าย  จึงจำเป็นต้องเสริมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายให้เพียงพอเสมอ   ถ้าสังเกต จะเห็นว่า ผู้สูงอายุที่ดื่มนมพร่องมันเนยเป็นประจำ จะห่างไกลโรคกระดูกพรุน มากกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มนมเลย

3.น้ำมะตูม

อย่างที่เราทราบ ๆ กันดีว่า มะตูม เป็นสมุนไพรชนิดเดียวที่ช่วยในเรื่องการบำรุงสมอง ลดอาการชอบหลงลืม และป้องกันการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้  แนะนำให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำมะตูม โดยการทำน้ำมะตูม วิธีการทำแสนง่ายมาก โดยนำผลมะตูมที่โตเต็มที่ มาฝานเป็นแว่นเล็ก ๆ จากนั้นมาตากให้แห้งและคั่วจนกระทั่งมีสีเหลืองสวยงาม จากนั้นนำมาต้มในน้ำเดือด แค่นั้นเอง แนะนำให้ผู้สูงอายุ จิบตลอดวัน จะส่งผลดีต่อสุขภาพได้อย่างง่าย ๆ

4.น้ำเต้าหู้

น้ำเต้าหู้ ถือเป็นเครื่องดื่มที่คลาสสิคมาก มีมาแต่ช้านาน หาซื้อดื่มง่าย แม้กระทั่งทำเองก็ไม่ยากด้วยค่ะ  น้ำเต้าหู้อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เนื่องจากมีเครื่องเติมใส่หลายอย่าง เช่น ลูกเดือย เม็ดแมงลัก ที่ช่วยให้อิ่มสบายท้อง  แต่เน้นดื่มน้ำเต้าหู้ ที่รสจืดจะดีที่สุด (งดใส่น้ำตาลนะคะ) เพราะจะดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุ และไม่เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานด้วยค่ะ

5.น้ำใบบัวบก

น้ำใบบัวบก ไม่เพียงจะช่วยแก้อาการช้ำในได้ ยังเหมาะกับผู้สูงอายุดื่มด้วย  น้ำใบบัวบก ช่วยในการลดความดันเลือด เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อย่างดี  โดยมีวิธีการทำไม่ยาก นำใบบัวบกมาสัก 30 กรัม และผสมกับน้ำ 1 แก้ว คั้นสดได้น้ำใบบัวบกดื่มได้ทันทีเลยค่ะ

วันนี้ นำเสนอเพียง 5  เครื่องดื่มง่าย ๆ ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ และควรดื่มมากที่สุด อีกทั้งยังช่วยชะลอความชรา ความเสื่อมอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายอีกด้วย  นอกจาก ผู้สูงอายุ ดื่มเครื่องดื่มสุขภาพแล้ว อย่าลืม เน้นในเรื่องการออกกำลัง เบา เบา ด้วยนะคะ เพื่อให้มีชีวิตยืนยาวและยั่งยืน อยู่กับลูกหลานนาน ๆ ค่ะ

บทความที่น่าสนใจ

4 โทษของน้ำตาล อันตรายที่มากับรสหวาน ควรหวานแค่ไหน ถึง (พอ) ดีต่อร่างกาย

กิน ปาท่องโก๋เสี่ยงไขมันสูง สุขภาพแย่ ไขมันในเลือดพุ่งสูง !

3 โรค ถามหาเมื่อ “วัยทอง”

HEALTH,

5 เห็ดลดน้ำหนัก ยิ่งกินยิ่งผอม มีคุณค่าประโยชน์หลากหลาย

ทาน เห็ดลดน้ำหนัก ในช่วง Work From Home จะมีกิจกรรมง่าย ๆ ที่สมาชิกครอบครัวร่วมทำกันเองภายในบ้าน  ไม่ว่า จะเป็นการออกกำลังกายด้วยกัน  หรือ คุณพ่อบ้าน อาจมีไอเดียซ่อมบำรุงห้องใต้หลังคา, เปลี่ยนก๊อกน้ำ หรือ ทำความสะอาดแท้งค์น้ำ ก็เป็นได้  ถือเป็นกิจกรรมทำให้บ้านเราเองดูดีขึ้น แถมได้ออกกำลังกายไปในตัว  ส่วนคุณแม่บ้าน ช่วงนี้ เห็นหลายคนอวดภาพการทำอาหารกันเต็ม social media เลย โชว์ฝีมือกันประหนึ่งเป็นเชฟมือหนี่ของแต่ละบ้านกันทีเดียว 🙂 แต่ใครที่ทำอาหารไม่เป็น (เหมือนผู้เขียน) ก็อาศัยเปิด youtube ศึกษาวิธีการทำสิค่ะ  วันก่อนผู้เขียนเปิดคลิป “การทำถั่วเขียวต้ม ทำอย่างไรให้อร่อยเหมือนแม่ค้า” ได้สูตรมาว่า ต้องนำถั่วมาคั่วก่อนต้ม  เส้นผมบังภูเขาทีเดียว เลยรีบลองลงมือทำ ผลออกมา อร่อยสุดสุดค่ะ  เห็นไหมค่ะ  อะไรก็เกิดขึ้นได้ช่วง Work From Home  วันนี้ผู้เขียน จึงอยากจุดประกายนำเสนอ เมนูที่ไม่อ้วน แถมให้โปรตีนสูง นั่นคือ เมนูเกี่ยวกับ “เห็ด”

สารพัดเห็ดจัดเป็นเมนูจานเด็ดของคนทานมังสวิรัติ  หรือคนที่ต้องการ ควบคุมน้ำหนักที่นิยมนำเห็ดต่าง ๆ มาประกอบอาหาร เพราะมีโปรตีนสูง ยิ่งถ้านำเห็ดหลาย ๆ ชนิดมาปรุงอาหารเข้าด้วยกัน ก็รับโปรตีนและสารอาหารที่หลากหลายไปเต็ม ๆ พ่วงด้วยสรรพคุณทางยาดี ๆ จากเห็ดแต่ละชนิดอีกต่างหาก

เห็ดลดน้ำหนัก 5 ชนิด อาหารเพื่อสุขภาพยอดฮิต

1.เห็ดเข็มทอง

สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง

เป็นเห็ดดอกเล็ก ๆ ที่เติบโตในสภาพอากาศหนาวเย็น มีคุณค่าทางอาหารสูงและรสชาติอร่อย ถือเป็นหนึ่งในเห็ดยอดฮิตที่คนไทยชอบทาน เพราะให้ประโยชน์ตั้งขนาดนี้

– ทานแล้วช่วยลดน้ำหนัก เพราะมีไฟเบอร์สูง แคลอรีต่ำ กินแล้วอิ่มเร็ว อิ่มนาน แถมยังควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้หิวเร็ว

– ต้านมะเร็ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง – สลายไขมันในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมอาหารไปใช้ได้ดีขึ้น

– ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ เพราะมีไฟเบอร์สูง

2.เห็ดฟาง

สรรพคุณของเห็ดฟาง

เป็นเห็ดที่ขึ้นได้ดีในธรรมชาติ จึงนำมาปรุงอาหารกันอย่างแพร่หลาย แต่หลายคนไม่รู้ว่า เห็ดฟาง มีสรรพคุณดี ๆ แบบนี้ด้วย

– มีวิตามินซีสูง ทานแล้วช่วยป้องกันโรคเหงือก เลือดออกตามไรฟัน

– มีสาร volvatioxin ช่วยป้องกันการเติบโตของไวรัสที่ทำให้ป่วยไข้หวัดใหญ่

– มีกรดอะมิโนสำคัญอยู่หลายชนิด หากทานประจำจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการติดเชื้อต่าง ๆ

– ช่วยลดความดันโลหิต

– ทางแพทย์แผนโบราณจัดให้เห็ดฟางเป็นเภสัชวัตถุที่มีรสหวานเย็น จึงช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยย่อยอาหาร บำรุงโลหิต บำรุงกำลัง บำรุงตับ แก้ร้อนใน แก้ช้ำใน

3.เห็ดออรินจิ

สรรพคุณของเห็ดออรินจิ

– สารเบต้ากลูแคนในเห็ดออรินจิมีคุณสมบัติต้านมะเร็ง อีกทั้งยังไปช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ต่อต้านเชื้อไวรัส

– เป็นแหล่งพลังงานที่ดี ทำให้นักกีฬานิยมทานเพื่อเสริสร้างและฟื้นฟูกำลังทั้งก่อนและหลังการแข่งขัน

– ผู้ป่วยโรคโลหิตจางควรทาน เพราะสามารถช่วยเพิ่มระดับฮีโมโกลบินในเลือดได้

– มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันการถูกทำลายของเซลล์อันเนื่องมาจากสารอนุมูลอิสระต่าง ๆ

– มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น

4.เห็ดหูหนูดำ

สรรพคุณของเห็ดหูหนูดำ

รสสัมผัสกรุบ ๆ กรอบ ๆ จากดอกเห็ดที่มีลักษณะคล้ายแผ่นวุ้น ทำให้หลายคนชอบทาน และยังพกประโยชน์มาอีกเพียบ

– มีคุณสมบัติที่เย็นกว่าเห็ดหูหนูขาว จึงช่วยรักษาโรคร้อนใน แก้เจ็บคอ หยุดเลือดออก เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด ประจำเดือนมากผิดปกติ ริดสีดวงทวาร โรคบิด (เนื่องจากเลือดร้อน)

– นำไปต้มกับน้ำตาลจิบเป็นชาแก้ไอได้

– เป็นยาบำรุงเลือดและพลัง รักษาโรคโลหิตจาง

– แก้อาการท้องเสีย โรคริดสีดวงทวาร

– ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร

5.เห็ดนางฟ้า

สรรพคุณของเห็ดนางฟ้า

เห็ดอีกหนึ่งชนิดที่คนนิยมทาน เพราะรสชาติอร่อย แถมราคาไม่แพง ประกอบอาหารได้หลากหลาย

– มีโปรตีนและเส้นใยอาหารสูง เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก รวมทั้งผู้ป่วยในระยะพักฟื้นหรือหลังผ่าตัด

– ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด จึงดีต่อหัวใจ

ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

– ช่วยให้การไหลเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น

– มีโพแทสเซียมสูง จึงช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ รวมทั้งความสมดุลของน้ำในร่างกาย

…..

ที่มา :  www.i-kinn.com

บทความที่น่าสนใจ

4 โทษของน้ำตาล อันตรายที่มากับรสหวาน ควรหวานแค่ไหน ถึง (พอ) ดีต่อร่างกาย

กิน ปาท่องโก๋เสี่ยงไขมันสูง สุขภาพแย่ ไขมันในเลือดพุ่งสูง !

3 โรค ถามหาเมื่อ “วัยทอง”

BUSINESS,

MK ซื้อแหลมเจริญ !!! เพราะอะไร? ทำไม MK ต้อง Take over แหลมเจริญ

ดีลใหญ่ MK ซื้อแหลมเจริญ ถือเป็นข่าวใหญ่ที่ ณ วันนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก MK ถือเป็นร้านอาหารในดวงใจของคนไทย  วันก่อนผู้เขียน ได้มีโอกาสร่วมฟังบรรยายของพี่ฤทธิ์ ธีระโกเมน – เจ้าของ MK (เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในคลาสหลักสูตรแห่งหนึ่งซึ่งพี่ฤทธิ์ ได้ลงเรียนอยู่  หัวข้อบรรยายในวันนั้น “ทำไม MK ต้อง Take over แหลมเจริญ”  ผู้เขียนได้โพส แค่ หัวข้อและภาพไม่กี่ภาพ ผ่าน เฟสบุค เพียงไม่กี่ชั่วโมง  ก็มีหลังไมค์มาถามอย่างต่อเนื่อง “อยากให้เล่าลงรายละเอียดด้วย” วันนี้ขออนุญาตแบ่งปัน โดยถอดจาก short note เรื่องที่พี่ฤทธิ์เล่าถึง “ความเป็นมาก่อนตัดสินใจ take over แหลมเจริญ” เล่าอย่างง่าย ๆ สบาย ๆ สไตล์พี่เล่าให้น้องฟัง ใช้คำพูดเรียบง่าย แต่สะกดใจคนฟัง ชนิดไม่มีใครลุกไปเข้าห้องน้ำเลย…

MK ซื้อแหลมเจริญ แหลมเจริญ

ครัวไทยของโลก

“ถือเป็นคำถามที่คนชอบมักถามผมเสมอว่า “ทำไมต้อง take over แหลมเจริญ”  และเป็นประเด็นที่น่าสนใจ  เพราะประเทศไทย เป็นประเทศที่เราจะต้องแข่งขันกับเขาได้ในด้าน “อาหาร”  หลายคนบอกว่า จะเป็นครัวไทยของโลก  ผมได้เจอนักธุรกิจแวดวงประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง เช่น เวียตนาม  ลาว   กัมพูชา  ทุกคนกลัวประเทศไทยหมด  เพราะอะไรครับ ? ทุกคนใช้ของประเทศไทยหมด  เราเองก็มองประเทศไทยเก่งกว่าประเทศเพื่อนบ้านเยอะเลย  เขาคิดว่าเราเป็นพี่เลี้ยง  เป็นโคช  เป็นครู  เพราะฉะนั้นถือเป็นความโชคดี ที่ผมเข้ามาอยู่ในธุรกิจนี้เกือบ 30 กว่าปี ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น จนถึงปัจจุบัน จนสุดท้ายเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราก็ตัดสินใจนำบริษัทฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์  ที่เข้าไม่ใช่ว่าเพื่อจะเอาสตางค์ นะครับ  เพราะธุรกิจอาหาร ก็ทราบกันอยู่แล้วว่า ไม่ต้องใช้เงินกู้อะไรมากมาย และเป็นธุรกิจที่อยู่ตัวแล้ว มันเป็น cash generator  เงินสดนี่ เข้ามาก่อน และเราค่อยไปจ่าย Supplier ประมาณสักหนึ่งเดือนให้หลัง  เพราะฉะนั้น เราก็จะมีส่วน pass cash เยอะมาก”

เหตุผลที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ ฯ

“ผมนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ฯ เพราะเหตุผลหลาย ๆ ประการ  อาจเป็นเรื่องของ succession เพราะถ้าเราไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ ฯ รุ่นต่อไปที่เข้ามาบริหารบริษัทฯ นี้ เราไม่แน่ใจว่า เขาอาจจะผันธุรกิจนี้ไปทำอย่างอื่นได้  อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ มันเปิดโอกาส ให้เราได้ Collaboration คือเราจะร่วมมือกับใคร มันง่ายขึ้นมาก  ทีแรก เคยได้ยินมา แต่ไม่เชื่อ จนกระทั่ง เราเข้าตลาดมา 5 ปี  บอกได้เลยว่า 5 ปีที่ผ่านมา ผมได้พบเจอนักลงทุนประมาณสัก 200 จากบริษัททั่วโลก ที่มานั่งคุยกับเรา เอาธุรกิจมาให้เราขาย   ผมว่าเกือบ 100 บริษัท ที่ผมคุยมาแล้ว จากประเทศสิงค์โปร์  มาเลเซีย  จีน  เกาหลี  เยอะไปหมดครับ  ทำให้เราได้ความรู้เหมือนอ่านเคสใน MBA  แต่นี่ของจริง ไม่ใช่เคส  หลายคนชวนเราไปลงทุน  เราก็บอก เรายังไม่เก่ง เราลงทุนที่เมืองไทยดีกว่า  จริง ๆ แล้ว เราก็เคยลงทุนในต่างประเทศ เช่น จีน เวียตนาม สิงค์โปร์  อินโดนีเซีย ทั้งไปและกลับ  ไปแล้วก็เจ๊ง ก็กลับมา มีทั้งเคสที่สำเร็จ และไม่สำเร็จ   ฉะนั้นเป็นการเรียนรู้ เราทดลองทำ  อีกอันหนึ่งที่คนชอบคาดหวังในตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ บริษัท ต้องเติบโต เพราะถ้าบริษัทเราไม่เติบโต  เราจะไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้”

MK สุกี้ ซื้อแหลมเจริญ แหลมเจริญ

แนวทางการเติบโตของบริษัท

“การเติบโตของบริษัท โดยปกติแล้ว เราคิดว่ามี 2 แนวทาง  :-

โตตามธรรมชาติ  เป็น chain เครือข่ายร้านอาหารโตตามธรรมชาติ คือการเปิดสาขา  มีคนเคยถามผม ตอนที่ผมมี 100 สาขา ว่า “จะเปิดสักเท่าไหร่ดี”  ผมก็ตอบว่า “สัก 200 หน่ะ”  พอผมเปิดได้ถึง 200 สาขา และมันยังไปต่อได้ ก็มีคำถามเดิม ถามผมอีก  ผมก็ตอบว่า “สัก 400 สาขา”  ซึ่งวันนี้ก็ 400 กว่าสาขาแล้ว  วันนี้ก็มีคนมาถามผมอีกว่า “ยังไปต่อได้อีกเท่าไหร่”  (พี่ฤทธิ์ เล่าพร้อมอมยิ้มมุมปากเล็กน้อย)   แต่ก่อนเราก็มองจังหวัด อำเภอ ใช่ไหมครับ  ตอนนี้ผมคงต้องไป ตำบล    ซึ่ง Model มันก็สามารถขยายเป็นโมเดลค่อย ๆ เล็กลง เพื่อเจาะกลุ่มตลาดกว้างขึ้น ไกลมากขึ้น

  • นำแบรนด์ใหม่ ๆ

เป็นการนำแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามา ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของแบรนด์ที่สองของเรา Yayoi ซึ่งเข้ามาในจังหวะที่เหมาะสมมาก  โดยใช้หลักการเดียวกันกับ MK คือ “ขยาย”  ซึ่งปัจจุบันมี 200 กว่าสาขาแล้ว คนก็ยังถามผมอีกว่า “ไปได้อีกเท่าไหร่” ผมก็ตอบว่า 400 เป็นคำตอบเดียวกับที่ผมเคยตอบตอนถาม MK (หัวเราะ)

ซึ่งขณะที่ขยาย เราก็ได้ปรับ Infrastructure และในฐานะที่ผมได้เปรียบเพราะเคยเป็นวิศวกร  เพราะฉะนั้น เวลาจะคิดอะไร เราจะคิดเป็นระบบ เป็น System มาก เพราะถ้า Infrastructure ไม่ดี ไม่มีทางขยายได้ อันนี้ยืนยันเลย   ถือว่า Infrastructure นี้สำคัญมาก โดยเฉพาะเรื่อง คน  เรื่อง Training Development Program, Training School  จะมีคนเข้ามาสมัครเท่าไหร่ก็ตาม  เราเตรียมพร้อมแล้ว  แข่งขันได้  เราเทรนด์กันตั้งแต่พนักงานบริการ จนถึงระดับผู้จัดการ  จนถึงระดับบริหาร และระดับผู้นำ และอีกเรื่องคือ Logistic Supply Chain  ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ ส่งของมาถึงที่ร้านเท่านั้น  เราต้องตามไปดูต้นตอของอาหาร  ซึ่งพวกนี้ เราก็ทำมาหลายปีแล้ว  ปัจจุบัน MK เป็นบริษัทเดียวที่ซื้อผัก ผลไม้ จากโครงการหลวง ฯ ถึง 90%  เพราะฉะนั้น เราสามารถพัฒนาร่วมกันได้ พวกทำผักออแกนนิค  อะไรต่าง ๆ  สารตกค้าง เราสามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทาง  ทำให้เรามีความแข็งแกร่งในเรื่อง Infrastructure  และสามารถเหลือเวลาไปดูแลซัพพอร์ตด้านอื่น ๆ”

MK ซื้อแหลมเจริญ ทำไม เลือก แหลมเจริญ

“ทีนี้ พอได้ทั้งหมดนี้มาแล้ว  เราก็ถามตัวเองว่า ด้วยศักยภาพทั้งหมดที่เรามี  เราจะนำ Strength ของเราไปขยายต่ออะไรได้บ้าง ถ้าเป็นผู้ผลิต  เราอาจไปได้ยาก เราเลยตัดสินใจขยาย Strength ของเราออกแนวด้านข้าง เลยหา Brand ใหม่  และโดยบังเอิญโชคดีที่ประมาณสักปีกว่า  เราก็เจอ Local Brand อันนี้ คือ แหลมเจริญ  ซึ่งตอนนั้น แหลมเจริญ มี 25 สาขา สำหรับเราถือว่า “น้อย” น้อยมาก แต่สำหรับเขา เขาเหนื่อยมาก ถ้าจะให้เขาต้องเปิดให้เกิน 25 สาขาขึ้นไป   ผมเลยบอกว่า ถ้าเหนื่อย งั้นเรามาร่วมมือกันดีไหม  ร่วมมือกันในที่นี้คือ “ผมมีองค์ความรู้”  เขามี “Support system” เช่นคุณต้องสร้างโรงงานเพื่อผลิต กระจายอาหาร  ผมบอกไม่ต้อง  เพราะผมมีพื้นที่ ใช้ของผมเลย  ต้นทุน ก็แชร์กันได้ ถูกกว่าเยอะ   โรงเรียนสอนเทรนนิ่ง ใช้ของเราก็ได้  บัญชีใช้ของเราก็ได้  ใช้ได้เกือบทุกอย่าง   เราก็เชิญผู้บริหารมาชมกิจการของผม ผมเปิดหมดนะครับ  ผมเปิดให้ดูหมดเลย  เขาก็ประเมินตัวเอง และเขาบอกผมว่า  ถ้าเขาจะต้องเปิดมากกว่า  25  สาขา คงต้องใช้เวลาอีก 10 ปี  ที่เขาจะสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นถึงระดับนี้   ซึ่งผมก็บอกเค้าว่า ผมขออนุญาตไปดูธุรกิจของคุณด้วยได้ไหม ?   พอผมไปดูของเขาเสร็จ เราก็มีความคิดตรงกัน  ว่าถ้าเราร่วมมือกัน  ผมคิดว่า ภายในปีเดียว เราทำ Integration ดี ดี อาจจะเข้ามาในระดับที่ใกล้เคียงกันในทุกมาตรฐาน   พอเราเห็นตรงกันตามนี้  เราจึงเข้าไปคุยว่าจะซื้อขายกันปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งจริง ๆ แล้ว main หลักคือ เราต้องเข้าใจกันก่อน มีความคิดในการทำงานที่ตรงกัน  เหมือนกัน คือ แคร์ลูกค้า  ผมก็บอกไปว่า ถ้าคุณยังรักธุรกิจนี้  คุณก็ยังเป็น ซีอีโอ เหมือนเดิม  แต่ผมขอส่ง คนของผมไปเป็นผู้ช่วย ซึ่งทีมเขาก็ยังบริหารงานอยู่เหมือนเดิม  ซึ่งผมถือว่าเป็นส่วนผสมที่ดีมาก   ส่วนในเรื่องสัดส่วนเรื่อง ถือหุ้น  ต้องเป็นสัดส่วนที่พอดี ไม่มากเกินไป หรือ น้อยเกินไป  ผมบอกเขาไปว่า  ของผมถือเท่าไหร่ก็ได้  แต่ต้องเป็น majority  คุยกันไป คุยกันมา จึงจบกันที่ 65 / 35 ก็เป็นอะไรที่ win win และเป็นเป้าหมายของเราที่เราต้องสร้างธุรกิจนี้ให้โต 2-3 เท่าตัวจากที่เขาทำอยู่ภายในระยะเวลา 3 ปี  เราเองก็คุ้ม  เขาก็คุ้ม  เราสามารถ ทำให้มูลค่าธุรกิจของเขาเพิ่มขึ้นมา   เพราะในส่วน 35% ถ้าเขาทำเอง เขาอาจไม่สามารถทำได้”

“วันนี้ เล่าอะไรที่เป็นตัวเลขไม่ได้ เพราะเราก็เป็นบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ  ถือเป็นดีลแรกที่บริษัทเราทำ และน่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในอนาคต”

ยึดหลัก ซื่อสัตย์ ตรงไป ตรงมา เหมือนกัน

“ทั้งแหลมเจริญ และผม มีอุดมการณ์ที่ตรงกัน คือมี Integrity คือความซื่อสัตย์ ซื่อตรง ตรงไป ตรงมา ผมเคยเจอคนที่จะมาเป็นพาร์ทเนอร์ สุดท้ายต้องมาทะเลาะกัน เจอบ่อยมาก โกงกัน แต่ผมมั่นใจว่า คนที่มาเป็นพาร์ทเนอร์ของผมคนนี้ ไม่โกงผมแน่นอน และเขาก็รู้ว่า ผมไม่โกงเขาเช่นกัน  ทั้งสองฝ่าย เรามี Trust ซึ่งคำว่า Trust เขียนในสัญญาซื้อขายไม่ได้  ไม่รู้จะเขียนอย่างไร   เราคุยกับคุณพ่อ คุณแม่เขา มีความรู้สึกเสมือนครอบครัวเดียวกัน เป็นความผูกพันและไว้ใจ” กล่าวพร้อมยิ้มสดใส

…..

(เครดิต :  คุณฤทธิ์  ธีระโกเมน , www.i-kinn.com)

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com