ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
HEALTH,

อินทผาลัม สารอาหารเพียบ รู้ยัง ?

ประโยชน์ของ อินทผาลัม ที่คุณต้องรู้ …. เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ดิฉัน ได้มีโอกาสบินไปประชุมดูงานที่ประเทศอิตาลี โดยสารการบิน เอมิเรตส์แอรไลน์ เครื่องต้องแวะสนามบินนานาชาติดูไบ เพื่อเปลี่ยนเครื่องเป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง ต้องขอบอกว่า สนามบินแห่งชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ครึกครื้นด้วยผู้โดยสาร นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจมากมาย ถือเป็นสนามบินที่มีผู้คนใช้หนาแน่นที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มผู้โดยสารระหว่างประเทศ โดยเป็นสนามบิน ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2503 และขยายตัวอย่างรวดเร็วจนเป็นหนึ่งในสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของโลกในแง่พื้นที่ใช้สอยของอาคารผู้โดยสาร   สิ่งหนึ่งที่ดิฉันสังเกตระหว่างทางในสนามบิน จะเต็มไปด้วยร้านค้า ดิวฟี เสื้อผ้า แบรนด์เนม เครื่องใช้ไฟฟ้า เยอะเต็มไปหมด ซึ่งแทบไม่ต่างกับสนามบินอื่น ๆ ที่เคยแวะผ่าน  แต่อีกอย่างหนึ่งที่เป็นภาพติดตา คือ ร้านขาย อินทผาลัม มีเยอะมาก บ้างเป็นมุมเล็ก ๆ ขายเป็นกล่อง เพื่อเป็นของฝาก อินทผาลัม ที่นี่เค้าสอดใส้ถั่วอัลมอนด์  และถั่วชนิดต่าง ๆ ให้เลือกอีกด้วย ทำให้เพิ่มรสชาติให้น่าสนใจขึ้นไปอีก  กล่องแพคเกจจิ้ง ก็น่าหยิบซื้อเป็นของฝาก  และแน่นอน ดิฉัน ก็เป็นหนึ่งในผู้โดยสาร ที่อดใจไม่ได้จะหยิบซื้อฝากญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ    เพื่อน ๆ เคยสงสัยไหมค่ะว่า “อินทผาลัม” จริง ๆ ประโยชน์มีอะไรบ้าง ?  ทานเยอะ อ้วนไหม ? ทานเยอะ ค่าน้ำตาลเพิ่มไหม ?  เหล่านี้เป็นต้น  วันนี้ ดิฉัน ขออนุญาตรวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับผลไม้ทรงคุณค่า สารอาหารเพียบ  มาให้อ่านกันค่ะ :-

อินทผาลัม คืออะไร ?

อินทผาลัม คืออะไร ?

อินทผาลัม เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน และอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็น และสำคัญหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์ ใยอาหาร  แร่ธาตุที่มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ อีกด้วย เล็กดี รสโต เลยใช่ไหมคะ J  ถึงแม้ ผลไม้ชนิดนี้ จะมีขนาดเล็ก โดยหนึ่งผล จะหนักประมาณ 7.5 กรัม และเนื้ออินทผาลัม 100 กรัม จะให้พลังงานมากถึง 314 แคลอรี่ เลยทีเดียว และยังให้แร่ธาตุมากถึง 10 ชนิด เช่น ทองแดง โพแทสเซียม แมกนีเซียม ซีลีเนียม  ฯลฯ ในปริมาณมากกว่า 15 % ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน รวมทั้งสารโพลีฟีนอล (Polyphenol) ที่มีส่วนช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากการเสื่อมของร่างกาย เช่น ป้องกันเซลล์ และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ไม่ให้ถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังอุดมด้วย วิตามิน ซี  วิตามิน บี  วิตามิน เค ธาตุเหล็ก  และเส้นใยอาหารเพียบ !  นอกจากนี้ ยังพบสารอาหารจำพวกน้ำมันโวลาไทล์  ไฟเบอร์  และเบต้าแคโรทีน  ที่ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย และช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ป้องกันการเกิดมะเร็งได้เป็นอย่างดี

 

ปัจจุบัน อินทผาลัม ได้รับความนิยมปลูกในประเทศไทยมากขึ้น แต่ก็ยังถือว่ามีจำนวนไม่มาก เนื่องจากสภาพภาวะอากาศที่ไม่เหมาะสม  ราคาของผลไม้ชนิดนี้ในประเทศไทย จึงยังมีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องนำเข้า

อินทผาลัม กับชาวมุสลิม

อินทผาลัม กับชาวมุสลิม

อินทผาลัม เป็นผลไม้ที่เป็นที่นิยมในกลุ่มชาวมุสลิม เนื่องจากในเดือนรอมฎอน หรือ เดือนถือศีลอด จะมีการละศีลอด แต่สามารถรับประทานอินทผาลัมได้ เป็นความเชื่อจากศาสดามูฮัมหมัด ที่ส่งเสริมให้ชาวมุสลิม ทานแต่เพียงอินทผาลัมกับน้ำเปล่า

อินทผาลัม กับสรรพคุณน่าทึ่ง !

อีกอย่างที่ชื่นชอบของผลไม้ อินทผาลัม คือ เป็นผลไม้ที่ไม่มีคอเลสเตอรอล และไขมันต่ำ  อินทผาลัม อุดมไปด้วย เบต้าแคโรทีน ลูติน และ ซีแซนทิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งในช่องท้อง แก้โรควิงเวียนศีรษะ แก้กระหาย ลดเสมหะภายในลำคอ  หากรับประทานอินทผาลัมตอนช่วงเช้า ขณะท้องว่าง จะช่วยฆ่าเชื้อโรค พยาธิ  และสารพิษที่ตกค้างในลำไส้  และระบบทางเดินอาหาร  ช่วยลดความรุนแรงของแผลในกระเพาะอาหาร  และอินทผาลัมสดนั้น มาคั้นเป็นน้ำเพื่อดื่มโดยมีประโยชน์ไม่แพ้ อินทผาลัมแห้ง

อินทผาลัม กับ สรรพคุณ น่าทึ่ง !

  • โพแทสเซียม

ถือว่า อินทผาลัม เป็นแหล่งของโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ รักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย  ควบคุมการเต้นของหัวใจ และความดันเลือด  รวมทั้งป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ

  • วิตามินต่าง ๆ

วิตามิน บี 3 ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ให้ทำงานเป็นปกติ  รวมทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้มีสุขภาพดีอีกด้วย   วิตามิน บี 6 ช่วยในการพัฒนาสมอง เสริมสร้างระบบประสาท และระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง   วิตามิน เอ  ช่วยในเรื่องบำรุงสายตา ช่วยเสริมสร้างเยื่อเมือกบุผิว รวมถึงช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกาย

  • เพิ่มเส้นใยอาหาร

อินทผาลัม ช่วยเพิ่มปริมาณของเนื้ออุจจาระ ป้องกันอาการท้องผูก ช่วยทำให้อุจจาระนิ่มจนเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ง่ายขึ้น  อีกทั้งเส้นใยอาหารยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดน้ำหนักได้ (สาว ๆ ฟังแล้วน่าจะชอบ) เนื่องจากด้วยความที่เส้นใยอาหารสูง จึงทำให้อิ่มท้องได้นานขึ้น โดยปริมาณของเส้นใยอาหารที่แนะนำให้ทาน อยู่ที่ 25กรัมต่อวัน

  • สารต้านอนุมูลอิสระ

อินทผาลัม เต็มเปี่ยมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย จากการศึกษาในการต้านอนุมูลอิสระของอินทผาลัม พบว่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีชื่อว่า สารโพลีฟีนอล ในปริมาณสูง ! เมื่อเปรียบเทียบกับบรรดาผลไม้แห้งชนิดอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัย ระบุว่า อินทผาลัม เป็นแหล่งอาหารสำคัญต้านอนุมูลอิสระ อีกด้วย

  • ชะลอความชรา

แน่นอน เมื่อพวกเราอายุเยอะขึ้น สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน เรื่องผิวพรรณ มักมีรอยเหี่ยว ย่น  หย่อนยานลง สูญเสียความชุ่มชื้น และผลิตน้ำมันได้น้อยลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดริ้วรอย แก่ก่อนวัย อินทผาลัม มีสารไฟโตฮอร์โน (Phytohormones) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการต้านริ้วรอย และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้เห็นชัดว่า สารสกัดจากอินทผาลัม ช่วยลดความเหี่ยวริ้วรอยบนใบหน้าได้

  • ต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ค้นคว้าสรรพคุณของอินทผาลัม แจงว่า ใยอาหารและสารโพลีฟีนอล ในอินทผาลัมช่วยบำรุงสุขภาพของลำไส้ใหญ่ โดยช่วยเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ และยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง อินทผาลัม ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ไม่มีผลต่อการลดเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้

อินทผาลัม กับ เบาหวาน

มีงานวิจัย นายแพทย์ Juma M Alkaabi ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ได้ทำการวิจัยกับผู้ป่วยเบาหวาน โดยให้ผู้ป่วยเบาหวาน รับประทานอินทผาลัม พบว่า ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงข้นแต่อย่างใด สาเหตุเพราะน้ำตาลที่อยู่ในอินทผาลัม เป็นน้ำตาลที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  อย่างไรก็ตาม การทานอินทผาลัม ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป

อินทผาลัม ทานเยอะ อ้วนไหม

ต้องขอบอกว่า อินทผาลัม เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ระบบการย่อยอาหาร และยังช่วยทำให้อิ่มท้องนาน  ซึ่งการที่เรามีระบบขับถ่ายที่ดี ก็สามารถทำให้ควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น และไม่ทำให้อ้วน ถ้าเราเลือกทานอินทผาลัม ที่ไม่ได้ผสมน้ำตาลมากเกินไป

ข้อควรระวังในการทานอินทผาลัม

ด้วยความที่อินทผาลัม มีโพแทสเซียมสูงมาก จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว

#คินน์เพื่อชีวิตยืนยาวและยั่งยืน

#KINN_Biopharma

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กินผักผลไม้ยังไง ให้ดีต่อ (หัว) ใจ

อาหารผู้สูงอายุ เลือกอย่างไร ไม่ให้น่าเบื่อ ?

4 โทษของน้ำตาล อันตรายที่มากับรสหวาน ควรหวานแค่ไหน ถึง (พอ) ดีต่อร่างกาย

HEALTH,

สูงวัย สุขภาพดี – เทรนด์ใหม่ มาแรงของผู้บริโภคเอเชีย

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น – บริษัทโภชนาการระดับโลกที่มีความมุ่งหมายในการทำให้ผู้คนทั่วโลกมีสุขภาพที่ดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น เปิดเผยผลสำรวจการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีในเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2561 ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใหญ่วัย 40 ปีขึ้นไป จำนวน 5,500 คน ใน 11 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม การสำรวจเผยให้เห็นถึงความหมายของการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี ความสำคัญของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี รวมถึงปัจจัยสร้างแรงจูงใจและผู้ที่มีอิทธิพลต่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี

สูงวัย สุขภาพดี

สูงวัย สุขภาพดี

ผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกโดยส่วนใหญ่ (66%) ให้ความหมายของการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีว่าหมายถึง “ความกระฉับกระเฉงทั้งร่างกายและจิตใจเมื่อมีอายุมากขึ้น” แม้การมีอายุมากขึ้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ (92%) ก็เชื่อว่าการเตรียมพร้อมโดยการลงมือปฎิบัติอย่างจริงจังจะช่วยให้มีสุขภาพดีเมื่อสูงวัยได้ และผู้ตอบแบบสำรวจ 76% ได้เริ่มเตรียมพร้อมเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีแล้ว

อย่างไรก็ดี มีผู้บริโภคกลุ่มเล็กมากที่เชื่อว่าควรเริ่มเตรียมตัวสู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีตั้งแต่เนิ่นๆ โดยผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่าครึ่งเพียงเล็กน้อย (54%) เห็นว่าอายุที่เหมาะสมในการเริ่มเตรียมตัวสู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีคือช่วงอายุ 40-45 ปี

ข้อมูลจาก Asia Pacific Risk Center ระบุว่า เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่เข้าสู่ภาวะที่มีประชากรสูงวัยเร็วที่สุดในโลก โดยคาดว่าประชากรที่เข้าสู่ช่วงสูงวัย (อายุ 65 ปีและมากกว่า) จะมีจำนวนมากกว่า 200 ล้านคนนับจากปัจจุบันนี้จนถึงปีพ.ศ.2573

คุณสตีเฟน คอนชี รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น กล่าวว่า “เนื่องจากประชากรสูงวัยที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความท้าทายทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในภูมิภาคนี้ เราจึงเชื่อว่าผู้บริโภคควรได้รับความรู้เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมอย่างจริงจังเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี ผ่านการเลือกรับโภชนาการที่ดีขึ้นและกิจกรรมการออกกำลังกาย ทั้งนี้ สมาชิกที่ได้รับการฝึกอบรมของเรา ประกอบกับผลิตภัณฑ์โภชนาการที่ตรงกับความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค จะทำให้ผู้บริโภคสามารถเริ่มสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีได้ตั้งแต่เนิ่นๆ”

“การเลือกโภชนาการที่ดีขึ้น” คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตที่สำคัญที่สุดเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี

เมื่อถามว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตที่สำคัญที่สุดเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีคืออะไร ผู้ตอบแบบสำรวจ 81% เลือก “การเลือกโภชนาการที่ดีขึ้น” มากกว่า “การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอขึ้น” (75%) และ “การทำกิจกรรมกระตุ้นสมองมากขึ้น (71%)”

อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสำรวจที่เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่สำคัญเหล่านี้อย่างจริงจังมีจำนวนน้อยกว่าผู้ตอบแบบสำรวจที่มองเห็นความสำคัญเรื่องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี

อาหารเสริมที่ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกรับประทานอยู่นั้น ผลสำรวจพบว่าส่วนใหญ่บริโภควิตามินรวม (75%) และแคลเซียม (53%) โดยมีผู้บริโภคเพียง 3 ใน 10 รายที่บริโภคโปรตีนเป็นอาหารเสริมเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี ทั้งที่โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการพัฒนากล้ามเนื้อเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี (ร่วมกับการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง) ผลสำรวจนี้จึงแสดงให้เห็นว่าบทบาทของโปรตีนในการส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีได้ถูกมองข้ามไป

ผลสำรวจได้ค้นพบปัจจัยจูงใจที่สำคัญ 3 ประการที่ส่งเสริมให้ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกเลือกโภชนาการที่ดีขึ้นเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี ซึ่งประกอบด้วย

การมีความเข้าใจมากขึ้นถึงบทบาทของโภชนาการที่ดีในการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี (66%)

ความสะดวกในการเข้าถึงอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี (46%)

การมีเพื่อนและคนในครอบครัวที่สูงวัยอย่างมีสุขภาพดีไปพร้อมกัน (35%)

ครอบครัวและเพื่อนเป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกได้รับเคล็ดลับการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี โดยผู้บริโภค 51% ขอคำแนะนำจากคนในครอบครัวและเพื่อน ซึ่งมากกว่าสื่อออนไลน์ (49%) และโทรทัศน์ (43%)

(credit : เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น)

#KINN_Biopharma

#คินน์เพื่อชีวิตยืนยาวและยั่งยืน

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ในความปกติใหม่ คุณจะเป็น “ผู้รอด” หรือไม่

อาหารผู้สูงอายุ เลือกอย่างไร ไม่ให้น่าเบื่อ ?

ถั่วนัตโตะ ลดไขมันในเลือด ได้จริงหรือ ?

HEALTH,

คุณเตรียมตัวพร้อมสำหรับ สังคมผู้สูงอายุ แล้วหรือยัง ?

การเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ อาจจะไม่นานเกินวัย … เนื่องจากวันก่อนดิฉัน ได้เคยลงโพสในเฟสบุคเพจ www.kinn.co.th  ไว้ว่าอีกไม่เกิน 2 ปี สังคมไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยสมบูรณ์  ปัจจุบันนี้ เรามีผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ประมาณ 10.3 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 15.5%  และแน่นอน ด้วยสัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคโดยภาพรวมเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภค ผู้ผลิตสินค้า การทำธุรกิจ ที่ต่างมุ่งเน้นไปที่ Aging Society

สังคมผู้สูงอายุ ต้องกังวลเรื่องอะไร?

ปัญหาที่น่าจะเป็นห่วงมากที่สุด หนีไม่พ้นปัญหาในเรื่องการเงิน เพราะอะไร ? เพราะโดยส่วนใหญ่ผู้สูงอายุมีเงินออมไม่พอใช้ในวัยเกษียณ  ไหนจะค่ากินอยู่  ไหนจะค่าหยูกยา ซึ่งมีผลสำรวจวิจัยจากหลายแหล่งแสดงถึงตัวเลขตั้งแต่ 60-80% จากกลุ่มตัวอย่าง ถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก  และด้วยอายุที่มากขึ้น การรับความเสี่ยงในการลงทุนต่าง ๆ ย่อมลดน้อยลง ครั้นเงินฝากที่เก็บในธนาคารตั้งแต่สมัยหนุ่มสาวในรูปแบบเงินฝากธนาคารเป็นหลัก  ก็ดูเหมือนจะมีมูลค่าลดลงด้วยสาเหตุเงินเฟ้อ !

เมื่อเราทราบกันอย่างนี้ แน่นอนค่ะ ถ้าผู้สูงอายุเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา  ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยา  การดูแล การรักษา ย่อมต้องพึ่งพาเงินจากลูกหลานเป็นหลัก  ฉะนั้น การออมเงินโดยการลงทุนในสินทรัพย์ตามความเสี่ยงที่เหมาะสมกับสถานะของผู้สูงอายุ ด้วยช่องทางของกองทุนรวม ตราสารหนี้ ดูเหมือนจะเข้ามามีบทบาทในการบริหารเงินในวัยเกษียณ  ดังนั้น ถ้าผู้สูงอายุ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในกองทุนนั้น ๆ ได้ นั่นหมายความว่า โอกาสที่จะมีเงินออมเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายย่อมจะดีขึ้นตามมาด้วย

แล้วปัจจัยอะไรบ้างหล่ะ ที่มีผลต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ

องค์ประกอบที่จะมีผลต่อสุขภาพของวัยผู้ใหญ่มีมากมายและซับซ้อน แต่สามารถจัดเป็นหมวดหมู่ง่าย ๆ  4 องค์ประกอบ ด้วยกัน คือ

1)   อาหาร – โภชนาการ (Diet)

1.1 การรับประทานสารอาหารมากเกินไป การรับประทานอาหารที่มีไขมัน คลอเลสเตอรอล น้ําตาล และน้ําเกลือมากเกินไป มักนำไปสู่ความอ้วน ความดันโลหิตสูง โครงสร้างไขมันสูง ทําให้เกิด ภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคเบาหวาน เป็นลม และโรคอื่นๆ

 

1.2 การขาดแคลนสารอาหาร การรับประทานอาหารแปรรูป อาหารไม่สด การกินจุบกินจิบ ผู้ที่ดื่มกาแฟหรือชามากเกินไป จะมักมีอาการขาดวิตามิน และเกลือแร่ ตลอดจนกากใยอาหาร ซึ่งส่งผล ให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โลหิตจาง เป็นหวัด  หรือไข้หวัดใหญ่ เหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย เป็นต้น  ซึ่งจะ ค่อยๆ บั่นทอนสุขภาพของเราให้แย่ลง

 

1.3 การปรุงอาหารที่ผิดวิธี อาหารหลายชนิดที่มีประโยชนต์ต่อสุขภาพ แต่ว่ามีการปรุงอาหาร ไม่ถูกหลัก หรือไม่ถูกวิธีเช่น การย่างเกรียม ทอด หรือการย่าง จะก่อให้เกิดสารอันตราย ทําให้คุณค่า ของสารอาหารถูกทําลายไป เช่น อาหารที่ทอดจะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งส่งผลให้ เกิดปฏิกิริยาออกซิไดซ์ ไขมัน และสารก่อมะเร็ง ซึ่งจะทําให้เกิดอาการอุดตันของเส้นเลือดและทําให้อวัยวะเกิดการเสื่อมถอย หรือแม้กระทั่งก่อให้เกิดมะเร็งได้

2)    วิถีชีวิต (Lifestyle)

2.1 ขาดการออกกําลังกาย

การออกกําลังกาย จะกระตุ้นการตื่นตัวและส่งผลดีต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น ทําให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยพาออกซิเจนและสารอาหารไปสู่เนื้อเยื่อ ทําให้ การขับสารพิษจากร่างกาย ใช้เวลาน้อยลง เพิ่มพูนความแข็งแกร็ง และช่วยควบคุมน้ําหนัก การขาดการออกกําลังกาย ทําให้การทำหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ เชื่องช้าลง และทําให้ร่างกายอ่อนเพลีย ขาดพลังงาน และความแข็งแกร่ง ทําให้น้ําหนักตัวเพิ่มง่ายขึ้น

 

2.2 วิถีชีวิตที่ไม่สม่ำเสมอ

การนอนดึก นอนหลับไม่เพียงพอ นอนไม่หลับ การดื่มน้ําน้อย การรับประทานอาหาร หรือการขับถ่าย ไม่เป็นเวลา และความเครียด เป็นวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่ ดังนั้น การพักผ่อนให้เต็มที่ นอนหลับให้เต็มอิ่ม ตลอดจนการดํารงชีวิตที่ดีจึงเป็นพื้นฐานในการรักษาสุขภาพที่ถูกต้อง เพราะร่างกายของเราจําเป็นต้องใช้เวลา ที่เพียงพอในการซ่อมแซมอวัยวะต่าง ๆ ที่สึกหรอจาก การดํารงชีวิตประจําวัน

3)   สุขภาพจิต (Mental Health)

ความเครียด เมื่อเราอยู่ภายใต้ความกดดัน หรือความเครียด ไม่ว่าจะเกิดจากการเงิน การศึกษา หรือการสมรส ก็จะทําให้เราต้องการสารอาหารเพิ่มมากขึ้น ถ้าหากไม่ได้รับใน ปริมาณที่เพียงพอในเวลาที่เหมาะสม ก็จะทําให้มีปัญหาสุขภาพตามมา

4)  สภาวะสิ่งแวดล้อม (Environmental Factor)

เกือบจะทุกพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่เต็มไปด้วยมลภาวะ เช่น ควันเสียจากรถยนต์ โรงงาน อุตสาหกรรม สารโลหะหนักในอาหารทะเล หรือยาฆ่าแมลงในผักและผลไม้ จะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของเรา ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม และการที่เรานิยมใช้ภาชนะพลาสติก น้ํายาทํา ความสะอาด และเครื่องสําอาง อาจจะทําลายความสมดุลของฮอรโมนในร่างกายได้

แน่นอน การมาของสังคมผู้สูงอายุ เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่จะเกิดขึ้นแน่นอน  เราควรมีการวางแผนครอบคลุมอนาคตทั้งในส่วนตัวเราเอง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

พบกันใหม่ ในฉบับหน้านะคะ

#คินน์เพื่อชีวิตยืนยาวและยั่งยืน

#KINN_Biopharma

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 สมุนไพรจีน ยอดฮิต แนะวิธีเลือกยาจีนอย่างไร ให้ได้ผลดีที่สุด ?

7 วิธีลดน้ำตาลในเลือด ไม่ง้อ “ยา”

กินผักผลไม้ยังไง ให้ดีต่อ (หัว) ใจ

General Post,

ไม่อยากก็ไม่ทุกข์ ความไม่ใช่ทุกข์เพราะ “ไม่มี” แต่ทุกข์เพราะ “ไม่รู้จักพอ”

เมื่อ ไม่อยากก็ไม่ทุกข์ ประโยคที่อาจจะฟังดูล้าสมัย แต่ความเป็นจริงแล้วประโยคนี้นั้นเป็นความจริงแท้ที่อยู่คู่สัจธรรมชีวิต ซึ่งน้อยคนมากที่จะเข้าใจความหมายในแก่นแท้ของมัน วันนี้ผู้เขียนจึงมีเรื่องๆ หนึ่งที่ต้องการนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เข้าใจความหมายของมันได้มากขึ้น

ไม่อยากก็ไม่ทุกข์ ไม่ใช่ทุกข์เพราะ “ไม่มี” แต่ทุกข์เพราะ “ไม่รู้จักพอ”

彡 เสี่ยเจริญคนที่รวยที่สุดในประเทศกับความพอ

ก่อนไปอินเดียหลวงพ่อรูปหนึ่ง ท่านบอกกับเสี่ยเจริญว่า…

“โยมไปดูนะ ว่าชีวิตของจัณฑาลที่อินเดียนั้น ย่ำแย่ขนาดไหน เผลอๆ สุนัขในวัดของอาตมา ยังมีคุณภาพชีวิตดีกว่าขอทานที่อินเดียอีก”

เสี่ยเจริญได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ เพราะการไปอินเดียในครั้งนั้น เขาตัดสินใจไม่หาข้อมูลใดใดเกี่ยวกับประเทศอินเดียเลย…

ภาพชีวิตที่เห็นตรงหน้า หลายครั้งทำให้สะเทือนใจมาก จนไม่อาจยกกล้องขึ้นมาบันทึกภาพ

หลายๆ เรื่องจากคำบอกเล่าจากไกด์ชาวอินเดีย แทบทำให้เขาจินตนาการไม่ถูกถึงความเศร้าในโชคชะตาที่มนุษย์คนหนึ่งพึงมี…

หลวงพ่อท่านถามเขาว่าเห็นขอทานแล้วรู้สึกอย่างไร เสี่ยเจริญตอบท่านว่ารู้สึกสงสารและเศร้าใจ สังเวชใจ

หลวงพ่อมองหน้าเขาแล้วท่านก็เอ่ยขึ้นว่า
“เห็นก็เพียงเห็น อย่าไปตัดสินว่าเขาทุกข์หรือจนกว่าเรา อย่าไปคิดเองเออเองว่าเขาลำบากกว่าเรานะโยม”

“ค่าของคนอยู่ที่ไหน”

คำถามนี้เสี่ยเจริญคิดว่าเราต้องย้อนกลับไปถามตัวเองก่อนว่า เราวัดคุณค่าของความเป็นคนจากอะไร?

วัดจาก “คุณค่า” หรือ “มูลค่า”

ถ้าเราวัดคุณค่าของคนจาก “มูลค่า” สิ่งที่เขาครอบครองแน่นอน…คนรวยย่อมถูกตัดสินว่ามีชีวิตที่ดีกว่าคนจน เศรษฐีย่อมน่าจะมีความสุขสบายกว่าชีวิตขอทาน และคนที่ครอบครองทรัพย์สินมากมายมหาศาล น่าที่จะเป็นที่ยอมรับนับถือมากกว่าคนจนหมอนหมิ่นถิ่นแคลน

แต่ถ้าเราวัดค่าของคน จาก “คุณค่า”
คงต้องย้อนกลับมาถามกันใหม่ว่า

“อะไรคือความแตกต่างของความเป็นมนุษย์”

เสี่ยเจริญ

ถ้ามองในมิตินี้ ทั้งกษัตริย์และยาจก ทั้งนายกและจับกัง ทั้งนายแพทย์ พระเถระ นายทหารระดับสูง พลตำรวจ ทนายความ นักแสดง นักพูด พ่อค้าแม่ขาย ครู นักมวย ฯลฯ

ทุกคนที่เกิดมาบนโลกนี้ ไม่มีอะไรที่แตกต่างกันเลยในความเป็นเพื่อนร่วม เกิด แก่ เจ็บ ตาย…

เสี่ยเจริญก็ตาย หมาก็ตาย แมวก็ตาย ควายก็ตาย

ความตายที่มีคุณค่ากับความตายที่ว่างเปล่าเศร้าโศกมีอะไรที่แตกต่าง ?

คุณค่าความหมายที่ทำให้ความตายของคนๆ หนึ่งแตกต่างจากคนอีกคนหนึ่ง นั่นคือ “สิ่งที่เขาได้ทำก่อนตาย” หรือที่เราเรียกว่า “หน้าที่ของความเป็นมนุษย์” นั่นเอง

ถ้าใครสักคนเดินตกบันไดแล้วขาหัก ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นขอทานหรือนักกีฬาทีมชาติ ต่างก็เจ็บเหมือนกัน

วินาทีที่เขาใกล้ตาย ขอทานอาจไม่ห่วงอะไรเลย เพราะทุกข์กับชีวิตมานานจนชินชา ตายแบบไม่ต้องห่วงหาอาลัยอาวรณ์ใดใด

ในขณะที่เศรษฐีพันล้านหมื่นล้านแบบเสี่ยเจริญอาจนอนตายตาไม่หลับ ห่วงทั้งลูกหลานที่รอแย่งชิงมรดก ห่วงกิจการที่ตนเองสร้างมาทั้งชีวิตว่าใครจะสืบทอดความยิ่งใหญ่

แบบนี้…ไม่รู้ใครทุกข์กว่าใครนะครับ

วันท้ายๆ ของการเดินทางในอินเดีย
เสี่ยเจริญมองขอทานเป็น “ครู”

เขาไม่เคยเห็นขอทานคนไหนตื่นเช้ามา แล้วเดินเอาเชือกไปผูกคอตายใต้ต้นไม้ เพื่อหนีความทุกข์เข็ญที่มีในชีวิต

เขาเห็นแต่ขอทานที่รู้ “หน้าที่” ของตน เห็นใครเดินมาก็เข้าไปขอ ขอข้าว ขอเงิน ได้ก็ดีใจ ไม่ได้ก็นั่งรอต่อไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนใดใด

หิวก็ทน มีข้าวก็กิน กินอิ่มแล้วนอน
สืบพันธุ์ไปตามมีตามเกิด

เราอาจมองว่านี่เป็นชีวิตที่ชวนสังเวช หรือเป็นชีวิตที่ไร้ค่า

แต่เสี่ยเจริญอยากให้เรามองในอีกแง่มุมหนึ่ง ชีวิตที่ดีที่เราใฝ่ฝันและปรารถนา บางคนเกิดตายอีกสิบชีวิต ยังไม่อาจบรรลุความฝันของตัวเองที่ตั้งไว้

อยากเรียนจบในสถาบันที่ดี อยากมีแฟนสวย หล่อ มีลูกน่ารักสักสองคน อยากรวย อยากมีบ้านสวยๆ มีรถเท่ๆ มีมือถือรุ่นใหม่ให้ใช้

อยากเป็นคนอินเทรนด์ไม่ตกยุค อยากเป็นคนที่ติดตามข่าวสารได้ตลอดเวลา อยากได้รับความรักจากคนรอบข้าง ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากป่วย ไม่อยากตาย

ยิ่งเราอยากเท่าไหร่
ดูเหมือนเราจะยิ่งทุกข์มากเท่านั้น

ไม่ใช่ทุกข์เพราะ “ไม่มี” แต่ทุกข์เพราะ “ไม่รู้จักพอ

ขอขอบคุณสำหรับบทความผู้ไม่ประสงค์ออกนาม แต่มีความหมายยิ่งนัก

(เครดิต : sanumkao.com)

HEALTH,

3 โรคภายในผู้หญิง ภัยเงียบที่ผู้หญิงต้องรู้ !

ปัญหา โรคภายในผู้หญิง ถือเป็นโรคใกล้ตัวที่สามารถขึ้นได้กับผู้หญิงทุกวัยและทุกคนโดยไม่มีสาเหตุ ไม่มีปัจจัยเสี่ยง กว่าจะรู้ตัวว่าเป็น อาการก็เริ่มที่จะหนักขึ้นแล้ว วันนี้ดิฉันจะพาสาว สาว มาทำความรู้จัก 3 โรคภายในผู้หญิง ที่มีโอกาสเป็นมากที่สุด

โรคภายในผู้หญิง ภัยเงียบที่ผู้หญิงต้องรู้

โรคภายในผู้หญิง ที่ต้องระวัง

  • เนื้องอกในมดลูก

ถือเป็นโรคทีเกิดในกล้ามเนื้อมดลูก ลักษณะมีเนื้องอกโตในโพรงมดลูกหรือโตเป็นก้อนนูนจามดลูก พบบ่อยในเพศหญิงอายุระหว่าง 30-40 ปี และส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุ ส่วนใหญ่มักเจอโดยการตรวจและพบโดยบังเอิญ ยกตัวอย่างผู้หญิง 10 คน มักพบเนื้องอกมดลูกได้ถึง 4 คน และมีถึง 30% ที่ต้องรับการรักษา  อาการที่มักมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้องประจำเดือน หรือ ประจำเดือนมากผิดปกติ  และแน่นอนผู้ที่ต้องได้รับการผ่าตัดเนื้องอก มีอาการเข้าข่ายดังต่อไปนี้ :-

  • มีประจำเดือนมากผิดปกติ
  • มีอาการปวดท้องมาก
  • มีอาการปัสสาวะบ่อย เนื่องจากเนื้องอกไปกดทับอวัยวะข้างเคียง เช่นกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อย
  • ตรวจพบเนื้องอกโตเร็ว หรือว่าไม่เคยเจอมาก่อนขนาด 1 ซม. พอติดตามไปได้ 3-4 เดือน เนื้องอกโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • เนื้องอกที่สงสัยว่า อาจเป็นมะเร็ง

โรคภายในผู้หญิง ภัยเงียบที่ผู้หญิงต้องรู้

  • โรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่

ถือเป็นโรคยอดฮิตสำหรับผู้หญิงเช่นกัน เป็นโรคที่ผู้หญิงวัยประจำเดือนไม่ควรมองข้าม  เพราะถ้าหากเราปวดประจำเดือนมาก ๆ และปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณบอกว่า เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีเลือดคั่งในมดลูก  หากใครมีอาการดังกล่าว แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจรักษา  การรักษาก็มีด้วยกัน 2 แบบ คือ การรักษาด้วยยา และด้วยการผ่าตัด  ซึ่งการรักษาด้วยยา คือทำอย่างไรก็ได้ให้ประจำเดือนมาน้อยสุด และในกรณีที่คนไข้ไม่ต้องมีบุตรแล้ว อาจพิจารณาให้ผ่าตัดเอามดลูกออกได้ เพื่อเป็นการรักษาแบบเอารอยโรคออก  แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยยังต้องการมีบุตร สามารถทำการรักษาโดยการใช้ยากลุ่มฮอร์โมน เพื่อชะลอความรุนแรงได้ ในส่วนของการผ่าตัด “เนื้องอกในมดลูก” นั้นแตกต่างจากการตัด “มดลูกที่บวม” ซึ่งเนื้องอกจะเป็นก้อน ๆ สามารถตัดออกได้  แต่ในกรณีที่มดลูกบวม จำเป็นต้องตัดมดลูกออก

  • โรคซีสต์ในรังไข่

ซีสต์ในรังไข่ ลักษณะเป็นถุงที่เต็มไปด้วยของเหลวที่สามารถก่อตัวขึ้นได้ในรังไข่ เมื่อเกิดการตกไข่ผิดปกติ จึงทำให้เกิดการคั่งของถุงน้ำในรังไข่ เกิดการไม่ตกไข่ เกิดเป็นถุงน้ำขนาดเล็ก ๆ ในรังไข่ มีการแบ่งเซลล์มที่ผิดปกติ “ซีสต์ในรังไข่” ปกติมี 2 ชนิด ซีสต์ที่เกิดจากฮอร์โมนของผู้หญิงในทุก ๆ รอบเดือน และเป็นซีสต์ที่พบได้บ่อยที่สุด  ส่วนซีสต์ที่หายเองไม่ได้ และต้องได้รับการผ่าตัด เช่น ช๊อคโกแลตซีสต์

อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ว่า ซีสต์ในรังไข่ที่น่ากลัวคือ “มะเร็ง” เพราะไม่สามารถวินิจฉัยได้ เพียงแค่การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ซึ่งการที่เราจะยืนยันการวินิจฉัยโรคเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง คือ ต้องมีการตรวจชิ้นเนื้อ ไปตรวจด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้องเท่านั้น  ส่วน “ช็อกโกแลคซีสต์” เป็นซีสต์ที่มีอาการเช่น ปวดท้องช่วงมีประจำเดือนแบบที่มากกว่าปกติ  ส่วนซีสต์อื่น ๆ มักไม่แสดงอาการ โดยเฉพาะ “มะเร็ง” 80% ,ไม่แสดงอาการ แต่คนไข้มักมาหาแพทย์ด้วยอาการท้องบวมอย่างเห็นได้ชัด ท้องอืด แน่นท้อง น้ำหนักไม่ค่อยลง

 

เห็นแล้วใช่ไหมค่ะ 3 โรภภายในผู้หญิง และผู้หญิงอย่างเรา ๆ ต้องดูแลตัวเอง หมั่นสังเกตสิ่งผิดปกติในร่างกายเรา  การตรวจสุขภาพภายในประจำปี จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

(เครดิต : พญ. หยิงฉี หวัง – สูตินรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้อง โรคพยาบาลกรุงเทพ)

#คินน์เพื่อชีวิตยืนยาวและยั่งยืน

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ผู้หญิงวัยทอง อาการเข้าวัยทอง ควรเน้นอาหารแบบไหน ต้องเลี่ยงอะไร ?

ศัลยกรรมผู้สูงอายุ ทำอะไรได้บ้างสูงวัย สวยได้ด้วยศัลยกรรม

5 นิสัย เสี่ยงมะเร็งเต้านม ภัยร้ายเงียบที่คร่าชีวิตผู้หญิง

 

General Post,

ยุคไทยแลนด์ 4.0 นวัตกรรมไม่ยาก เพียงแค่ ทำ ทัน ที

ยุคที่เรียกขานกันติดปากว่า “ยุคไทยแลนด์ 4.0” คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า “นวัตกรรม” หรือ “Innovation” เป็นแนวความคิดใหม่ ที่แปลกแตกต่างไปจากเดิม  และแน่นอน มีความคาดหวังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในขณะเดียวกัน ต้องสามารถตอบโจทย์ Pain Point ไม่ว่าจะเชิงบริการและผลิตภัณฑ์สินค้านั้น ๆ ได้ด้วย

ยุคไทยแลนด์ 4.0 นวัตกรรมไม่ยาก เพียงแค่ ทำ ทัน ที

ยุคไทยแลนด์ 4.0 คืออะไร

คำว่า ยุคไทยแลนด์ 4.0  หรืออีกนัยหนึ่งอาจะจะเรียกได้ว่า นวัตกรรมใหม่ ที่อาจหมายถึง ขั้นตอน Process กระบวนการภายในบริษัท ในองค์กร ซึ่งผู้บริหารมักจะกล่าวกับพนักงานว่า เราจะไม่หยุดอยู่กับที่  เราจะไม่ทำอะไรซ้ำ ผิดซ้ำ จุดเดิม ในรูปแบบเดิม ๆ โดยจะมีการปรับปรุงเล็กๆ น้อย ๆ อย่างต่อเนื่อง (Continuously Improvement) เพียงเพื่อให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ได้ผลมากกว่าเดิม

นวัตกรรม ยังไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ แนวความคิดใหม่ หรือกระบวนการใหม่ เท่านั้น ถ้าหากเราสามารถสร้างผลลัพธ์ใหม่ (New Result) ซึ่งไม่ได้ให้คุณค่าเพียงแค่คุณสมบัติ และสามารถที่ดีขึ้น หากแต่ยังมีรูปลักษณ์ภายนอก การออกแบบ การดีไซน์ ที่สอดคล้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในยุคใหม่  และจะเห็นว่า นวัตกรรมได้สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ แหวกแนว ไม่จำเจ แบบที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เป็นความก้าวล้ำในเชิงอนาคต Future ดังนั้น ถ้าเราจะพูดถึง “นวัตกรรม” จึงมีหลากหลายมิติ และสามารถก่อกำเนิดขึ้นได้หลายวิธีการ

ยุคไทยแลนด์ 4.0 นวัตกรรมไม่ยาก เพียงแค่ ทำ ทัน ที

อีกข้อที่จะปฏิเสธกันไม่ได้เลยคือ “นวัตกรรม” ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งประดิษฐ์ ที่ทำกันในห้องวิทยาศาสตร์ ในห้องแลป  ต้องมีห้องวิจัย ต้องมีนักวิจัย นั่น โน่น นี่  เต็มไปด้วยบุคลลากรที่มีองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโยโลยีอย่างมืออาชีพ  แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว  “นวัตกรรม” สามารถเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใกล้ตัวเรา เกิดขึ้นได้ทั่ว ๆ ไป ด้วยสองมือเรานี่แหละ  เพียงแค่เรามีความคิดริเริ่มอะไรใหม่ ๆ (Initiative) โดยกระโดดข้ามความคิดเดิม ความเคยชิน ไอเดียเก่า ๆ แล้วพยายามคิดใหม่ ไอเดียใหม่ ที่สามารถตอบโจทย์คู่ค้า ลูกค้า ในเชิงธุรกิจได้  จะเห็นได้ว่า “นวัตกรรม” สามารถทำความเข้าใจ และนำสิ่งที่ตัวเราเอง หรือ เทคโนโลยีที่ตัวเราเองมีอยู่แล้ว มามิกซ์ใหม่ ก็สามารถได้เป็นแนวคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้เช่นกัน

หลายคนอาจบอกว่า เป็นเรื่องยากที่จะสร้างนวัตกรรม เพราะอาจจะคุ้นเคยความคิดเดิม แต่ถ้าเราลองตั้งสติ หยิบสิ่งที่เรามีอยู่ในมือ เทคโนโลยีที่เราใช้อยู่  ผสมผสานแนวคิดใหม่ ๆ  ที่ช่วยแก้ปัญหา หรือ พัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ตอบสนองความต้องการลูกค้า ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่  บริการใหม่ ๆ ที่มีคุณค่า และแน่นอน ต้องสามารถสร้างคุณค่าและก่อประโยชน์ได้ เพียงเท่านี้  เราก็ได้ “นวัตกรรมความคิด” – Innovation Thinking ได้ไม่ยาก

#คินน์เพื่อชีวิตยืนยาวและยั่งยืน

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com