ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
HEALTH,

5 ปัจจัยเสี่ยง โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งร้ายที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย

โรคมะเร็งเต้านม ภัยร้ายแฝงตัวเงียบที่ผู้หญิงหลายคนรู้จักแต่มักจะละเลย วันก่อนดิฉันได้อ่านบทความของท่านรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ นรินทร์ วรวุฒิ (อาจารย์พิเศษคณะแพทย์ศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)  ท่านได้เขียนถึง การใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงในสังคมปัจจุบัน ที่เสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม ได้อย่างน่าสนใจทีเดียว   เป็นที่รับทราบกันว่า ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านม ยังคงติดอันดับ หนึ่งในสาม ของโรคมะเร็งร้ายที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทยและผู้หญิงทั่วโลก  ซึ่งมีข้อมูลประกอบ ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มากถึงร้อยละ 39 โดยพบในช่วงอายุ 50-55 ปี มากที่สุด อีกทั้งยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลของการใช้ชีวิตของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน เป็นตัวเร่งสำคัญ ในการเพิ่มความเสี่ยง !

แล้ว มะเร็งเต้านม เกิดจากอะไร ?

มะเร็งเต้านม เกิดจากเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติภายในเต้านม แล้วกลายเป็นเซลล์มะเร็งที่ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น ๆ จนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย !  จากการศึกษาพบว่า จำนวนมากกว่าร้อยละ 95 ของผู้ป่วย  เป็นโรคมะเร็งเต้านม ที่สาเหตุมาจากท่อน้ำนม โดยอาจเกิดจากหลายปัจจัยเสี่ยง เช่น ฮอร์โมนเพศหญิง พันธุกรรม โดยยังมีข้อบ่งชี้ว่า ถ้าครอบครัวใดเคยเป็นมะเร็งเต้านม มาก่อน ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป

  • อีกสาเหตุ ที่ไม่สามารถมองข้ามได้ คือ รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้หญิงยุคปัจจุบัน  แต่เน้นมุ่งทำแต่งาน เพื่อตามล่าเป้าหมายในชีวิต จนลืมที่จะใส่ใจในสุขภาพตัวเอง ปล่อยปละละเลยการดูแลตัวเอง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งสำคัญในการเพิ่มความเสี่ยง !  โดยมีดังต่อไปนี้ :-

โรคมะเร็งเต้านม

1.ขาดการออกกำลังกาย

ซึ่งได้มีงานวิจัยศึกษามาแล้วว่า การออกกำลังกายอย่างน้อย อาทิตย์ละ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม ได้อีกด้วย

2.รับแรงกดดันเผชิญความเครียด

ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่ต้องปรับตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการ Disrupt ธุรกิจ, ภาวการณ์ตกงาน  ล้วนแล้วแต่เป็นความกดดัน เพิ่มความวิตกกังวล จนลามไปส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย และสภาพจิตใจด้วย

3.ขาดการพักผ่อน

เร่งทำงานจะดึกดื่น เพื่อให้งานเสร็จลุล่วงตามเป้าหมาย  หรือ พยายามสร้างยอดขาย ปั่นยอดขายจนหามรุ่งหามค่ำ แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน  จึงขาดการพักผ่อนที่เต็มที่ ทำให้เสี่ยงมะเร็งเต้านม

4.เน้นอาหารจานด่วน

ด้วยความเร่งรีบทุกวัน ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา อาหารจานด่วน จึงเป็นอาหารที่ตอบโจทย์ แต่ถ้าหากเรารับประทานมากเกินไป แน่นอน สิ่งที่ได้จะไม่ได้รับ คือ สารอาหารที่ไม่ครบ อีกทั้งการปรุงอาหารเน้นด้วยวิธีการทอด ใช้น้ำมันเป็นหลัก อาจทำให้ได้รับปริมาณโซเดียมสูงมาก

5.ออฟฟิศซินโดรม

นั่งทำงานท่าไหน ท่านั้นอยู่เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์  จนเริ่มเกิดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ ตามมา

วิธีการตรวจเต้านมมะเร็งเต้านม อย่างง่าย ๆ

ตรวจมะเร็จเต้านม โรคมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม สามารถตรวจได้ด้วยตัวเอง  ด้วยการคลำเต้านมอย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง คลำสลับกันขึ้นลงและไปมาทั่วทั้งเต้านม ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการคลำเต้านมคือ ช่วงหลังหมดประจำเดือน ประมาณ 2 อาทิตย์ เพราะเป็นช่วงที่เต้านมจะอยู่ในสภาวะปกติมากที่สุด  และถ้าสังเกตถึงความผิดปกติของตนเองได้อย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้ผลการรักษาเป็นไปได้สูงมากที่สุดเช่นกัน

……….

#KINN_Biopharma

#คินน์เพื่อชีวิตยืนยาวและยั่งยืน

บทความที่น่าสนใจ

กิน ปาท่องโก๋เสี่ยงไขมันสูง สุขภาพแย่ ไขมันในเลือดพุ่งสูง !

ภัยใกล้ตัว น้ำตาลในเลือดสูง พุ่งสูงปรี๊ดด เหตุเพราะชานมไข่มุก !

7 อาหารลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาหาร ป้องกันเบาหวานได้ชะงัด

HEALTH,

กิน อาหารไบโอ สไตล์ Bio Planet เพื่อชีวิตที่ดี (กว่า)

โลก Bio Planet เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น และแน่นอน ณ วันนี้ อาหารแนวไบโอ และ อาหารเสริมไบโอ ไมใช่เรื่องใหม่  ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยือนประเทศเยอรมัน – เบลเยี่ยม – ออสเตรีย  มาทริปยุโรปครั้งนี้ นอกจากจะเห็นสังคม Aging Society มากขึ้นเป็นเงาตามตัว (เกือบทุกประเทศแล้ว) สินค้าไบโอ (Bio) เริ่มมีบทบาทอย่างชัดเจนขึ้น (มากกว่าปีที่ผ่านมา) เกือบทุก Supermarket ในกรุง Bussel, Munich, Ghent ต่างดีสเพลย์สินค้าไบโอมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนมขบเคี้ยว เครื่องปรุงอาหาร  เส้นหมี่  แป้งประกอบอาหาร  โยเกิรต์  ใบชา  กาแฟ และอีกเพียบหลายอย่าง และที่สำคัญ ขายดีอีกด้วย เพราะราคาไม่สูงเกินไป !  แถมมีปั๊มตรา Bio จากหน่วยงานภาครัฐอีกด้วย  (ไม่ใช่มโนเอาเองว่าไบโอ)  เมื่อมาส่องที่ราคา  ซึ่งเป็นปัจจัยหลักอันหนึ่งในการตัดสินใจ  ไม่ต้องเดาเลยค่ะ  ราคาก็ไม่สูงมากนัก (คำนวนเป็นเงินไทย)  เหตุผลที่ราคาไม่สูง  อาจเป็นด้วยเหตุผลที่บริโภคหันมาสนใจในสุขภาพมากขึ้น  ทำให้ผู้ประกอบการต่างก็หันมาผลิตป้อนตลาดคอนซูมเมอร์กันมากขึ้นเช่นกัน  เมื่อ Demand มี  Supply พร้อม จะรออะไร ?

ในยุคนี้ ต้องยอมรับว่าคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญใส่ใจกับอาหารที่จะนำมาบริโภคค่อนข้างมาก กระแส Bioactive จึงเข้ามามีบทบาทกับวิถีมนุษย์ที่รักสุขภาพมากขึ้น   หลายคนอาจสงสัยว่าคำว่า ไบโอ จริง ๆ นั้นหมายความว่าอย่างไร  อธิบายเข้าใจง่ายเลยค่ะ คำว่า ไบโอติก (Biotic) มีความหมายเกี่ยวกับการดำรงชีวิต วิถีชีวิต ฉนั้นอาหารแนวไบโอ คือการรับประทานอย่างมีสมดุล รับประทานอาหารที่ปลูกตามท้องถิ่นโดยไม่ใช้สารเคมี หลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการ และเน้นการปรุงการประกอบอาหารด้วยวิธีธรรมชาติ เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคร้าย อันมาจากอาหารที่รับประทาน

Bio-Food-อาหารไบโอ

แล้วอาหารชีวภาพ หรือ อาหารไบโอ (Bio Food) คืออะไร ?

อาหารชีวภาพ Bio Food หรือที่เรียกว่า Ecological Agriculture เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากการเพาะปลูกที่มีการควบคุมเชิงนิเวศวิทยา และใช้สารกำจัดศัตรูพืชโดยปราศจากสารเคมี หรือยาปฏิชีวนะใด ๆ  บางท่านอาจเคยได้ยินมาบ้างว่า อาหารแมคโครไบโอติกส์ ขออธิบายดังนี้คำว่า “แมคโคร” มีความหมายว่า ยิ่งนาน ยืนยาว หรือ Longevity นั่นเอง ส่วนคำว่า Biotics อย่างที่กล่าวข้างต้น คือการดำรงชีวิต และเมื่อนำคำสองคำมาผนวกกัน จึงหมายความว่า การดำรงชีวิตที่ยืนยาว และยั่งยืน นั่นเอง  สำหรับแมคโครไบโอติกส์ ไม่ได้มีความหมายเฉพาะการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายรวมถึงการเคลื่อนไหว หรือ การออกกำลังกาย ส่งผลต่อการดำรงชีวิตแบบองค์รวมอีกด้วย  และเป็นที่น่าสังเกตุว่า กลุ่ม อาหาร Bio Food ส่วนใหญ่จะวางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ต ในร้านค้าที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาหารเพื่อสุขภาพ

แล้วสินค้า Bio Food แพงจริงหรือ ?

ไม่อยากจะใช้คำว่า ราคาแพง แต่ขอใช้คำว่า เป็นราคาที่คุ้มค่ามากกว่า  ด้วยสินค้า ไบโอ ถือเป็นสินค้าที่คัดสรร ตั้งแต่การผลิต ดังนั้นราคามีแนวโน้มสูงกว่าสินค้าผลิตภัณฑ์ทั่วไปเล็กน้อย ด้วยพืชผักไบโอ-ออแกนนิค ผลผลิตได้ไม่มากเท่าผลิตผลทั่วไป และกว่าจะมาวางขายในซุปเปอร์มาร์เกตบ้านเรา ก็ต้องผ่านหลายขั้นตอน  แต่ถ้าผู้อ่านสนใจจริง ๆ สามารถสั่งซื้อได้จากผู้ผลิตโดยตรง ผ่านช่องทางออนไลน์ ก็เป็นช่องทางที่รวดเร็วและเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพเช่นกัน

เหตุใด Bio Food จึงเป็นที่นิยม ?

อาหารไบโอ ถือได้ว่าผลิตจากวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม  เพราะคนส่วนใหญ่วิตกกังวลว่า อาหารหรือวัตถุดิบในท้องตลาด อาจมีปนเปื้อนด้วยสารเคมี เร่งสี เร่งกลิ่น เร่งผล รวมถึงฮอร์โมนฉีดเร่งโต ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  ดังนั้น อาหารไบโอ จึงเข้ามาตอบโจทย์กลุ่มคนที่รักสุขภาพ (ตัวจริง) แม้ในบ้านเราจะมีตัวเลือกไม่มากนัก ณ ปัจจุบัน แต่มั่นใจว่า ผู้ประกอบการด้านอาหารไบโอก็ดี และไบโอด้านสิ่งแวดล้อมก็ดี ต่างทยอยกันมุ่งสู่โลกอาหารไบโอติกส์ ด้วยเพราะเราท่าน ต่างก็อยากอยู่ในสังคมผู้สูงวัยที่มีสุขภาพที่แข็งแรง ป่วยให้น้อยที่สุด จริงไหมค่ะ

Bio Food ดีต่อร่างกายอย่างไร ?

อาหาร Bio Food ส่วนใหญ่มักให้พลังงานต่ำ เนื่องจากรับประทานอาหารประเภทไขมันจากสัตว์น้อยลง รับประทานน้ำตาลน้อยลง และด้วยความเป็นอาหารที่ปราศจากปนเปื้อนสารเคมี หรือวัตถุปรุงแต่ง จึงเป็นกลุ่มอาหารที่มีสารอาหารสูง วิตามินสูง แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี โซเดียม และโปรแตสเซียมสูงกว่าอาหารทั่วไป  ทำให้สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ  ความดันโลหิตลดลง ระดับคอเลสเตอรอลลดลง  และไตรกลีเซอไรด์ลดลง  ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง และโรคอัลไซเมอร์

อาหารเสริมไบโอ นัตโตะ ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อย่างไร ?

ต้องยอมรับว่า ในกลุ่มอาหารเสริม ไบโอ ก็เป็นที่นิยมในสังคมไทยมากมาย ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบอาหารเสริม หรือในแบบสกินแคร์ต่าง ๆ เริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มตัวในตลาดบ้านเรา  ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ ถั่วนัตโตะ ที่พวกเรารู้จักกันดีในหมวดอาหารญี่ปุ่น ที่มีกลิ่นแรงประจำตัวถั่ว แต่มีฤทธิ์ดีมาก เพราะมีสารสกัดชื่อ นัตโตะไคเนส ช่วยในเรื่องลดคอเลสเตอรอล ลดไตรกลีเซอไรด์ อย่างเห็นผลชัดเจน  แนะนำก่อนซื้อรับประทาน ควรอ่านฉลากให้ละเอียด เพราะยังมีอาหารเสริมกลุ่มไบโอ อีกจำนวนไม่น้อย ที่ส่วนประกอบของสารสกัดไม่ชัดเจน และไม่เข้มข้น ดังนั้นควรอ่านฉลากโภชนาการอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัย และดีต่อสุขภาพมากที่สุด

กินอย่างไบโอ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า (จริง ๆ) เพราะอย่างที่เราท่านทราบดี  You Are What You Eat ถูกต้องที่สุด  ไม่เพียงแต่ที่ผู้เขียนเห็นสินค้าไบโอ ในตลาดยุโรปเท่านั้น  ในฟากเอเชีย เช่น ประเทศเกาหลี และ ญี่ปุ่น ผู้นำเทรนด์ก็มีสินค้าสุขภาพ Bio Food และแน่นอนค่ำนี้ผู้เขียนตั้งใจดื่ม ไบโอกรีนที (Bio-Green Tea) ที่ซื้อมาจากกรุงบรัสเซลล์ จิบหลังทานดินเนอร์ เพื่อสุขภาพที่ดีและการพักผ่อนที่แท้จริง  พบกันใหม่ ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ J

 

(เครดิต : https://gobionow.weebly.com/what-are-bio-foods.html www.healthcarethai.comwww.i-kinn.com) , https://transgenicsstudy.blogspot.com/2013/03/biological-and-organic-foods.html 

#KINN_Holistic_Healthcare

บทความที่น่าสนใจ

Healthy Aging เกิด แก่ (ไม่)เจ็บ ตาย สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

ภัยใกล้ตัว น้ำตาลในเลือดสูง พุ่งสูงปรี๊ดด เหตุเพราะชานมไข่มุก !

7 อาหารลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาหาร ป้องกันเบาหวานได้ชะงัด

HEALTH,

โรคเบาหวานส่งผล เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ได้อย่างไร ?

ใกล้ปีใหม่เทศกาลรื่นเริง แน่นอน ต้องมีงานสังสรรค์เลี้ยงปีใหม่ เลี้ยงรุ่น เลี้ยงโต๊ะแชร์ เลี้ยงเลื่อนตำแหน่ง เลี้ยงสอบเข้าได้ อื่น ๆอีกเพียบ นี่ยังไม่นับเลี้ยงลูก (ที่เพิ่งคลอดใหม่ พอดี เพื่อนผู้เขียนเพิ่งได้ลูกชายและลูกสาวกันหลายคู่อยู่ ดีใจกันยกใหญ่) ดูเหมือนช่วงท้ายปี จะเน้นรับประทานอาหารเยอะเชียว คุณผู้อ่านหลายคนที่มีโรคประจำตัว ย่อมต้องเลือกทานอาหาร เลี่ยงที่หวานจัด มันจัด เผ็ดจัด  แต่วันนี้ ผู้เขียนขออนุญาติโฟกัสในเรื่องโรคเบาหวาน ซึ่งถือเป็นโรคที่ติดอันดับหนึ่ง มาหลายปีซ้อน และยังมีแนวโน้มอัตราเกิดสูงขึ้นทุกปี !  และโรคเบาหวาน ถือเป็นโรคที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุอีกด้วย

องค์การอนามัยโลก ได้ให้คำจำกัดความของ “สุขภาพ” คือ สถานะการมีสุขภาพดีทั้งทางร่างกาย และอารมณ์ ไม่เพียงแต่การปลอดโรคเท่านั้น

โรคเบาหวาน ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดปัญหาทางเพศเพิ่มขึ้นได้ แน่นอนว่า เกิดขึ้นได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยพบได้ในเพศชาย 30% และเพศหญิงถึง 40%  และมีการคาดการณ์ว่า จำนวนเพศชายที่หย่อนสมรรถภาพทางเพศ จะเพิ่มขึ้นเป็น 170 ล้านคนในป 2568 เลยทีเดียว  ถ้าสังเกตตามมวลเปอร์เซ็นต์ด้านบน จะพบว่าเพศหญิงมีปัญหามากกว่าเพศชาย แต่เป็นเพราะเพศชายจะกังวลและมาพบแพทย์ได้บ่อยกว่าเพศหญิงนั่นเอง

ผู้ชายทุก ๆ 6 ใน 10 คนที่เป็นโรคเบาหวานจะมีปัญหา ED หรือปัญหาทางเพศ ( ED ย่อมาจากคำว่า Erectile Dysfunction) ความหมายคือ ความบกพร่องของการแข็งตัวขององคชาต นี่คือความหมายที่ตรงที่สุด  อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือ ผู้ป่วยเบาหวานที่ปัญหา ED มีมากถึงร้อยละ 50-90 โดยพบว่า ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ หรือเป็นเบาหวานมานาน มีอาการมือชา เท้าชา จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน  และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจมากขึ้นถึง 3 เท่า

เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

การเป็นโรคเบาหวานทั้งประเภท 1 และ ประเภท 2 ยังสามารถส่งผลต่อการดำเนินกิจกรรมในชีวิตได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเซ็กซ์ กระทบตรงถึงการเบื่อเซ็กซ์ และการมีความต้องการทางเพศต่ำลง จนไปถึงการติดเชื้อในช่องคลอด และภาวะการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ  ไม่เพียงแต่เรื่องเซ็กซ์ ยิ่งกว่าไปกว่า คนที่เป็นโรคเบาหวาน จะมีแนวโน้มที่จะมีปัญหากับระบบปัสสาวะ เช่นการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ และการติดเชื้อเหล่านั้น ก่อให้เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

เพราะอะไรโรคเบาหวาน ถึงส่งผลต่อภาวะ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ?

ขออนุญาตอธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ เลยว่า ในภาวะปกติ การทำงานของระบบสืบพันธุ์ทั้งของผู้ชายและผู้หญิง เป็นปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างระบบไหลเวียนโลหิต ระบบประสาท และฮอร์โมนการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย ต้องอาศัยระบบการไหลเวียนเลือดเป็นพื้นฐาน ดังนั้น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน มักจะมีปัญหาทางเพศ เพราะเส้นประสาทและเส้นเลือดฝอยได้รับการเสียหาย ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปยังอวัยวะเพศได้น้อยลง เท่านั้นยังไม่พอ รวมถึงการรักษาระดับของน้ำตาลกลูโคส (Glucoregulation) ยังส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนทางเพศ พร้อมกับการเกิดภาวะดื้ออินซูลิน สามารถส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย จึงส่งผลโดยตรงต่อความต้องการทางเพศลดลง !

สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้มากกว่าทั่วไป

  • ระบบไหลเวียนเลือด ในภาวะปกติ สารไนติกออกไซด์ จะทำให้หลอดเลือดแดงขยายตัว เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะเพศ แต่ในผู้ป่วยเบาหวาน มีการลดลงของสารไนตริกออกไซด์ ที่นำเลือดไปสู่อวัยวะเพศน้อยลง
  • ระบบฮอร์โมนเพศชาย เทสโตสเตอโรน พบว่า ผู้ป่วยเบาหวาน 1 ใน 3 ระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง ทำให้การแข็งตัวของอวัยเพศไม่เต็มที่
  • ระบบประสาท ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ทำให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาท ทำให้มีอาการชา และระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดลดลง

การแก้ไขที่ต้นเหตุ

  • ควบคุมโรคเบาหวาน

หยิบเป็นอันดับแรกเลย ควรควบคุมระดับน้ำตาล และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดแดง ไม่ว่าจะเป็น ความดันในเลือด  ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

  • เน้นการออกกำลังกาย

มีงานวิจัยยืนยันว่า การออกกำลังกาย ทำให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้นได้ คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะลดความเสี่ยงดังกล่าวได้

  • ควบคุมน้ำหนัก

โดยเน้นทานอาหารที่มีประโยชน์ พวกไฟเบอร์ ผักและผลไม้ และงดทานอาหาร และผลไม้ที่มีรสหวานจัด

จะเห็นว่าวิธีที่ดีที่สุดที่สามารถช่วยลดปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศที่เกิดจากโรคเบาหวาน ทั้งเพศหญิง และเพศชาย ก็คือการควบคุมระดับของน้ำตาลกลูโคสในเลือด เพราะถ้าหากน้ำตาลในเลือดสูง ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อเส้นประสาทและกล้ามเนื้อแล้ว  ยังเป็นสาเหตุนำพาโรคหัวใจและความดันมาอีกด้วย  ปีใหม่ที่ใกล้จะมาถึงอีกไม่กี่วัน ฝากผู้อ่านดูแลสุขภาพกันนะคะ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และอย่าลืมออกกำลังกาย  พบกันใหม่ ปีหน้า สวัสดีค่ะ

(เครดิต : ),    หมอชาวบ้าน

www.kinn.co.th

KINN_Holistic_Healthcare

บทความที่น่าสนใจ

4 โทษของน้ำตาล อันตรายที่มากับรสหวาน ควรหวานแค่ไหน ถึง (พอ) ดีต่อร่างกาย

กิน ปาท่องโก๋เสี่ยงไขมันสูง สุขภาพแย่ ไขมันในเลือดพุ่งสูง !

3 โรค ถามหาเมื่อ “วัยทอง”

General Post,

Last Christmas หนังรักโรแมนติก ที่คอหนังสายหวานไม่ควรพลาด !

Last Christmas – หนังโรแมนติกที่ไม่ควรพลาด !

(บางครั้ง เราควรต้องมีศรัทธา)

Last Christmas, I gave you my heart

But the very next day you gave it away,

This year, to save me from tears

I’ll give it to someone special…

นั่นคือเพลงฮุคติดหู ร้องฮัมเพลงได้ตลอดสำหรับเพื่อน ๆ ในยุค 80 90  อดใจไม่ไหวต้องเขียนความประทับใจสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ทีแรกไม่คิดว่าจะไปดู  (เพราะร้องเพลงได้ และคิดว่าหนังแนวนี้ ก็คงจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ไม่ก็เศร้า ตามสารบทของภาพยนตร์แนวโรแมนติก)  แต่ที่ไหนได้  เกินคาด ! แถมประทับใจเนื้อเรื่องแบบหักมุม แบบชนิดน้ำตาซึม (เฮ้ยย..อย่างนี้ก็มีด้วยหรอ)  และประกอบกับตัวนักแสดงดังระดับแนวหน้าฮอลลีวู้ด  

Last Christmas ภาพยนตร์โรแมนติก คอเมดี้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงนี้ ของนักแต่งชื่อดัง จอร์จ ไมเคิล  เป็นเรื่องราวที่เล่าถึงชีวิตของนางเอกที่สวยแต่รูป เธอไม่แคร์ใคร เป็นลูกจ้างในร้านขายสินค้าตกแต่งเทศกาลคริสต์มาสในย่านกรุงลอนดอน  ทำงานก็สะเพร่าจนเจ้านายเอือม ลืมนั่น ลืมนี่ แถมใช้ชีวิตทุกวันแบบอิสระไม่แคร์ใคร ไม่กลับบ้าน มีแม่ที่รอการกลับบ้านของเธอ และมีพ่อที่แยกทางกับแม่ และมีพี่สาวที่แยกไปอยู่  นางเอกใช้ชีวิตแบบอิสระและมีเซ็กซ์แบบ one night stand ชนิดไม่ซ้ำหน้า แถมยังมีความฝันที่อยากเป็นนักร้อง ไปออดิชั่นตามเวทีต่าง ๆ  ภาพยนตร์เล่าเรื่องได้อย่างเรียบง่าย ฉากกรุงลอนดอน สวย สวย อากาศหนาวเย็นเพิ่มความโรแมนซ์ให้กับคนดู

และแล้วก็มาถึงจุดหักมุมของเรื่องที่สำคัญมาก (ไม่อยากเล่ารีวิวเยอะ ไม่งั้น เดี๋ยวผู้อ่าน จะไม่ได้อรรถรสเท่าไปดูจริง) อยากบอกว่า หักมุม แบบคนดูอย่างผู้เขียน  อ้าปากค้าง (คิดในใจว่า เฮ้ย..อ้าว..โอ้ว..พร้อมน้ำตาซึมปลายหางตา พร้อมย้อนนึกไปถึงฉากแรกของเรื่องทันที ที่หนังมันหักมุม !)

คนดูส่วนใหญ่จะเคยชินสูตรหนังรักคริสต์มาสแทบทุกเรื่องต้องเป็นหนังรัก นางเอกสวย พระเอกหล่อแสนดี แสนอบอุ่น  เพราะจริง ๆ แล้ว ถ้าชม แบนเนอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้แบบผ่าน ๆ นะ  คิดแบบนี้แน่นอลลล

เป็นภาพยนตร์สัญชาติอังกฤษ แม้ตัวละครไม่ได้สัญชาติอังกฤษเลย ถือเป็นหนังรักช่วงคริสต์มาสที่ไม่ควรพลาด แอบแถมวรรคทองเก๋ ๆ ว่า

“Look Up  – แค่เงยหน้าขึ้นฟ้า คุณจะได้เห็นสิ่งสวยงามที่คาดไม่ถึง”

สังคมก้มหน้ากันเกือบทั่วโลก ได้ฟังวรรคทองจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ได้แง่คิดที่สวยงาม

“เพราะการเงยหน้า มองสิ่งอื่นบ้างนั้น เป็นเรื่องสำคัญในยุคนี้ ที่คนส่วนใหญ่เสพย์ติดอยู่กับโลกโซเชียลผ่านมือถือ และเติมเต็มชีวิตด้วยวัตถุจอมปลอม หลงคิดว่า นั่นคือความสุข…”

(เครดิต : www.i-kinn.com)

HEALTH,

7 สมุนไพรของผู้สูงอายุ ช่วยให้มีชีวิตยืนยาว ดูอ่อนกว่าวัย

เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า และในอีก 20 ปีข้างหน้าจะโตเพิ่มสูงขึ้นอีกสองเท่า  และไม่เพียงแต่ในประเทศไทย พอดีช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปดูงานที่ประเทศไต้หวัน บอกเลยว่า ประเทศไต้หวันในวันนี้เจริญแบบผิดตาไปมากกว่าที่เราคิด จะเห็นว่า ประเทศไต้หวัน เป็นจุดศูนย์กลางของเอเชียตะวันออก (จุดผ่านระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) อีกทั้งเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิค กับทวีปเอเชียและยุโรป และยังติดอันดับเป็นประตูของ 4 มณฑลของประเทศจีนอีกด้วย อย่างที่เราเห็นภูมิประเทศ แม้ว่า ไต้หวันมีพื้นที่ไม่มากก็จริงอยู่ แต่ก็มีความสำคัญในระดับนานาชาติไม่น้อยเลยค่ะ  ด้วยความที่ตัวผู้เขียนเอง ชอบและทึ่งในความเจริญของประเทศนี้ ถ้าจะคุยเรื่องประเทศไต้หวัน สงสัยอาจต้องมีเปลี่ยนหัวข้อ  (ไว้จะค่อย ๆ แชร์ให้อ่านกัน หรือติดตามได้ที่ Blog : อีกหนึ่งช่องทางได้เลยค่ะ)

คงจะปฏิเสธไม่ได้ที่ประเทศไต้หวัน เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ และยังมีระบบสวัสดิการทางสังคมที่ครอบคลุมเข้าถึง มีรายงานจาก Interior Affair Authority Taiwan จะสังเกตว่า คนจีนไต้หวันมีมาตรฐานชีวิตที่ดี และมีอายุยืนยาวมากขึ้น จากการที่ได้รับโภชนาการที่ดี และมียารักษาโรคที่ทันสมัย Bio Healthcare และแน่นอน อัตราเด็กเกิดใหม่ก็นับวันยิ่งน้อยลงและคงอยู่ในระดับต่ำ (เช่นเดียวกับประเทศไทยเลย)  นี่คือเหตุผลว่า ทำไม ประเทศไต้หวัน จึงเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในเวลาอันรวดเร็ว !

จากความสามารถในการจับจ่ายของกลุ่มผู้สูงอายุในไต้หวันที่นับวันจะมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุจะเน้นในเรื่องการเลือกสรรสินค้าบริโภคที่ดีต่อสุขภาพ  ไม่ว่าจะเป็นยา ส่วนใหญ่เน้นเลือกที่ผลิตจากสมุนไพรไบโอเทคโนโลยี และเลี่ยงยาที่เป็นเคมี เฉกเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่นญี่ปุ่น เกาหลี และไทย เป็นต้น   อ่านมาถึงตรงนี้ เราจะเห็นว่า เกือบทุกประเทศที่เน้นในเรื่องการรักษาพยาบาลแบบแพทย์ทางเลือก  เน้นการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรธรรมชาติ   ซึ่งตรงกับเทรนด์ของประเทศไทยเช่นกัน ที่เรามีทั้งทรัพยากรสมุนไพรธรรมชาติมากมาย ที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพ และที่สำคัญดูแลสุขภาพระยะยาวได้ดีอีกด้วย

“สมุนไพรไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” ขึ้นชื่อว่าสมุนไพรแล้ว ทุกคนย่อมทราบดีว่า สมุนไพรของผู้สูงอายุ ช่วยดูแลบำรุงสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ ช่วยให้มีชีวิตยืนยาว ดูอ่อนกว่าวัย (แบบไม่ต้องโบท๊อกซ์ด้วยค่ะ)  ด้วยคนเราเมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพร่างกายที่เคยฟิต ก็ฟิตน้อยลง ร่วงโรยลงตามวัย  เคยเดินทางต่างประเทศ ไม่เคยเหนื่อย ในวัยสูงอายุมากขึ้น กลับรู้สึกเหนื่อยแบบชนิดต้องพักเกือบอาทิตย์กว่าจะฟื้นตัวลุยงานต่อ  นี่ยังไม่นับถึงกลุ่มอาการที่เกิดจากความเสื่อมสภาพของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ความดันเลือดสูง ไขมันเลือดสูง  ไขมันพอกตับ น้ำตาลในเลือดสูง โอ้ว..สารพัดโรค  ถ้าเราไม่รู้เท่าทันดูแลร่างกายของเรา   มาดูกัน 7 สมุนไพรไทยของเราที่ว่าดีต่อสุขภาพนั้นมีอะไรบ้าง ?

สมุนไพรของผู้สูงอายุ ที่ต้องหามาทาน

 

1.ขิง

สมุนไพรของผู้สูงอายุ ขิง

เป็นสมุนไพร ที่นำมาใช้รักษาโรคมากกว่า 5000 ปี ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยในการย่อยอาหาร ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยลดความดันโลหิตได้ดีอีกด้วย  ที่สำคัญ ควรใช้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากขิงเป็นพืชที่มีฤทธิ์ร้อน หากรับประทานมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดร้อนใน และแผลในกระเพาะอาหารได้

 

 

2.ฟ้าทะลายโจร

สมุนไพรของผู้สูงอายุ ฟ้าทลายโจร

อีกหนึ่งสมุนไพรที่มากด้วยสรรพคุณทางยา โดยสรรพคุณในเรื่องการลดความดันโลหิต ซึ่งสถาบันวิจัย จุฬาภรณ์ ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับฟ้าทะลายโจร พบว่า สารสกัดในฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิต ช่วยในการขยายตัวของหลอดเลือด และลดการเต้นของหัวใจไม่ให้เร็วเกินไป

 

3.อบเชย

เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม มีการวิจัยในประเทศญี่ปุ่น พบว่า อบเชยมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต โดยการนำผงอบเชยสำเร็จรูป หรือนำอบเชยมาบดให้เป็นผง  ชงกับน้ำ ดื่มเช้า เย็น และก่อนนอน นอกจากอบเชยยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

 

4.ใบบัวบก

น้ำใบบัวบก นอกจากจะช่วยแก้อาการร้อนใน ช้ำในแล้ว ยังมีคุณประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะสรรพคุณในการลดความดัน แนะนำให้ดื่มน้ำใบบัวบกเป็นประจำทุกวัน จะทำให้ความดันโลหิตลดลงได้

 

5.ตะไคร้

นอกจากจะมีสรรพคุณในเรื่องการขับถ่ายปัสสาวะ และขับลมแล้ว ยังช่วยลดความดันโลหิตได้ด้วย  ที่สำคัญตะไคร้ ยังเป็นพืชสมุนไพร ที่หาง่ายและสามารถปลูกได้เองด้วย

 

6.ขึ้นฉ่าย

เป็นสมุนไพรที่ฝั่งเอเชียนำมาใข้เป็นยาลดความดันต่อเนื่องมายาวนานกว่า 2000 ปี  โดยชาวจีน และเวียตนาม เชื่อว่า การรับประทานขึ้นฉ่านวันละ 4 ตัน จะทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยขึ้นฉ่ายกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่า ขึ้นฉ่ายมีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิต ได้อย่างดี

 

7.สปอร์เห็ดหลินจือ MG 2

เห็ดหลินจือ เป็นสมุนไพรจีนที่ถูกขนานนามว่า เป็นราชาสมุนไพร  ที่หายาก และมีฤทธิ์ในการรักษาได้หลายอย่าง ด้วยเพราะสารออกฤทธิ์ในสปอร์เห็ดหลินจือ MG2 มีมากมาย  โดยเฉพาะสารออกฤทธิ์ที่ชื่อว่า โพลีแซคคาไรด์ จะช่วยลดระดับความดันในเลือด ได้อย่างเห็นผลชัดเจนเพียงไม่กี่วัน  อีกทั้งสารโพลีแซคคาไรด์ ยังช่วยชะลอการก่อตัวของเกล็ดเลือด และละลายลิ่มเลือด  บรรเทาอาการของหลอดเลือดหัวใจตีบ บรรเทาอาการของหลอดเลือดสมองตีบ ได้อีกด้วย

จริง ๆ แล้ว สมุนไพรของผู้สูงอายุที่ดีต่อร่างกายยังมีอีกเยอะมากค่ะ แต่เลือกนำมาแชร์เพียง 7 รายการที่หาทำเองได้ง่ายและราคาไม่แพง อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากกว่าวัยอื่น ๆ และแน่นอน เพียงแค่เลือกทานอาหารนั้นยังไม่พอ  ต้องเพิ่มการออกกำลังกายด้วยค่ะ เพื่อจะได้เป็นผู้สูงวัยที่ยังดูดี มีเสน่ห์น่าค้นหา แบบพรีเมี่ยม พบกันใหม่ ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

(credit : www.taiwannews.com.tw  ,  www.kinn.co.th)

#KINN_Holistic_Healthcare

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Healthy Aging เกิด แก่ (ไม่)เจ็บ ตาย สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

7 อาหารลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาหาร ป้องกันเบาหวานได้ชะงัด

ภัยใกล้ตัว น้ำตาลในเลือดสูง พุ่งสูงปรี๊ดด เหตุเพราะชานมไข่มุก !

HEALTH,

7 วิธีทานของหวานอย่างไร ไม่ให้อ้วน !

ย่างเข้าเดือนธันวาคม เดือนแห่งสังสรรค์ เอาเข้าจริง ๆ บางท่านก็อาจจะสังสรรค์กันเกือบทุกเดือน เพียงแต่ช่วงปลายปี แถวตุลาคม ถึงธันวาคม ถือเป็นเดือนมงคล ผู้เขียนเองก็ได้รับเชิญไปร่วมงานสังสรรค์แต่งงานของเพื่อน ๆ รุ่นน้องกันหลายงานอยู่เหมือนกัน นี่ยังไม่นับงานรื่นเริงรวมรุ่น คืนสู่เหย้า ทานโต๊ะแชร์ ต่าง ๆ อีกทั้ง ร้านอาหารต่าง ๆ ก็พาเหรดงัดโปรลดกระหน่ำ ตูม ๆ กันเลยทีเดียว  มิหน่ำซ้ำขนมหวาน ลด 50% หลังเวลาทุ่มนึง  โห้..ใครหรือจะอดใจไหว ต้องพลั้งเผลอทาน พร้อมกระซิบบอกตัวเองว่า “พรุ่งนี้ค่อยลด” ก็แล้วกัน  อยากทานของหวาน…แต่ก็กลัวอ้วน  อันนี้ใครเป็นบ้างยกมือขึ้นหน่อยยยย !!  เชื่อได้เลยผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องเจอปัญหานี้ ใจหนึ่งก็อยากทาน ใจหนึ่งก็เฮ้อออ..กลัวอ้วน ทำงัยดี ก็ทานเลย แล้วไปลดวันหลัง (เพื่อนผู้เขียนบอกอย่างนั้น)  แต่ไม่ต้องคิดเยอะ วุ่นวายอีกแล้ว วันนี้ผู้เขียนมีเคล็ดลับง่าย ๆ มาแนะนำ ทานของหวานอย่างไร ยังรักษาหุ่นได้เพรียวลม แถมไม่ให้อ้วนด้วยสิ !

  • ต้องคำนวณปริมาณแคลอรี่

ขอหยิบมาไว้ข้อแรกเลยทีเดียวเชียว เพราะสำคัญมาก อาจมีคำถามแล้วจะคำนวณอย่างไร ? คืออย่างนี้ค่ะ ก่อนทาน เราควรอ่านปริมาณแคลอรี่ในขนมเสียก่อน อ่านจากข้างกล่อง หรือสลากกำกับด้านใน แสดงข้อมูลโภชนาการ อ่านให้ละเอียด และควรเน้นที่มีไขมัน เป็นส่วนประกอบให้น้อย ถึงน้อยที่สุด

  • ช่วยลดแคลอรี่ในขนม

มีสงสัย ลดแคลอรี่ในขนม ยังไง ? นี่เลย ตักครีมออกจากขนมก่อนทาน  เช่น หน้าเคกมีครีม หรือเรซิ่น ที่โรยมา ให้เราเกลี่ยน้ำตาล/ครีม ออก จะช่วยลดพลังงานได้ถึง 80-140 แคลอรี่ เลยทีเดียว

  • ใช้เทคนิคเข้าช่วย

อยากหุ่นดี แต่ยังอยากทานขนม ต้องใช้เทคนิคนี้เป็นตัวเสริมเลยค่ะ คือ ดื่มน้ำไปก่อนทานขนมหวาน เพราะการที่เราดื่มน้ำเข้าไปก่อน จะช่วยทำให้เราอิ่มได้ส่วนหนึ่ง จึงทานขนมหวานได้น้อยลงไปในตัว

  • ลดสัดส่วนในการทาน

เคยได้ยินประโยคนี้ไหมค่ะ “ทานแค่รู้รส” เช่นทานคุกกี้เพียง 1 ชิ้น และทานไอศกรีมอีก 1 สคูปเล็ก ๆ เราก็จะได้ทานหลากหลายอย่าโดยได้แคลอรี่เพียงครึ่งเดียว

  • เดินออกกำลังหลังทานขนม

ยกตัวอย่าง ทานขนมไปสัก 10-15 นาที อย่านั่งนิ่งนะคะ  แนะนำให้เดินเล่นรอบ ๆ บ้านสัก 15 นาที เพื่อช่วยย่อย และยังช่วยไขมันสะสมที่หน้าท้อง ต้นขา และสะโพกด้วย

  • แนะดื่มชาเขียว

จะเป็นชาเขียว กาแฟร้อน ได้ทั้งนั้นค่ะ (เลี่ยงใส่น้ำตาล และครีม) เพราะเจ้าตัวคาเฟอีน จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน หากจำเป็นต้องใส่น้ำตาลจริง ๆ ให้แทนด้วย น้ำตาลเทียม

  • งดแป้งและน้ำตาลในวันรุ่งขึ้น

โดยควรเน้นมื้อเช้ากับมื้อกลางวัน เป็นผัก 80% และโปรตีนเพียง 20% ส่วนมื้อเย็นให้ทานผัก ผลไม้สด และดื่มน้ำเปล่า (งดของหวานตลอดวัน)  หรือวันรุ่งขึ้น ทานแบบ IF เลยก็ได้ค่ะ  คือ งดมื้อเช้ายาวไปเลย ทานเป็นมื้อเที่ยงไปเลยก็ได้เหมือนกัน ส่วนมื้อเย็น ทานซุป หรือสุกี้ผักแทน

บางท่านบอกคำนวณปริมาณแคลอรรี่ในร่างกายว่าต้องการต่อวัน ง่ายกว่า ก็ได้เหมือนกันค่ะ  ความโชคดียุคนี้ ขนมส่วนใหญ่ เครื่องดื่มต่าง ๆ จะเน้นที่มีไขมันต่ำ ช๊อคโคแลค low fat จึงทำให้เพิ่มโอกาสในการทานของหวานง่ายขึ้นอีก อย่างไรก็ดี นอกจากควบคุมการทานอาหารแล้ว อย่าลืมออกกำลังกายด้วยนะคะ  พบกันใหม่ ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

(เครดิต : )

www.kinn.co.th

#KINN_Holistic_Healthcare

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com