ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
HEALTH,

ถั่วนัตโตะ ลดคอเลสเตอรอล ได้จริงหรือ ?

การ ลดคอเลสเตอรอล หรือ ลดไขมันในเส้นเลือด เป็นสิ่งที่หลายคนเป็นกังวล เนื่องจากต่างก็ทราบกันอย่างแน่นอนอยู่แล้วว่า คอเลสเตอรอลสูง ถือเป็นสาเหตุต้น ๆ ของการนำพาโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ เป็นมหัตภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนมามากมาย  ทั้งนี้ มีสถิติจากกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 16 กันยายน 2561 โดยอัตราดังกล่าว มีอัตราการตายถึง 20,855 คนต่อปี หรือคำนวณง่าย ๆ คือเสียชีวิตชั่วโมงละ  2 คน  และจากสถิติดังกล่าว มีการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่องเสียด้วยซ้ำ

คอเลสเตอรอล ตัวชี้วัดสุขภาพ

คอเลสเตอรอล คือไขมันประเภทหนึ่งที่พบได้ในส่วนของผนังเซลล์ในร่างกายเรา รวมทั้งเป็นองค์ประกอบของน้ำดีอีกด้วย และแน่นอน ร่างกายของเราจะได้รับคอเลสเตอรอลจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป และจากตับของเราที่สามารถสังเคราะห์คอเลสเตอรอลขึ้นเองได้เช่นกัน ดังนั้น คอเลสเตอรอลที่เรารับประทานเข้าไปมากเกินไป จึงกลายเป็นส่วนเกินในร่างกาย  (เห็นมั๊ย ภัยมาอย่างเงียบ ๆ)

มาดูกัน…ไขมันในเลือดสูง เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ?

  • พันธุกรรม บุพการี หรือคนในครอบครัวมีประวัติไขมันในเลือดสูง
  • ชอบทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่นอาหารทอด หรือ เนื้อสัตว์ติดมัน
  • ไม่ชอบออกกำลังกาย
  • ดื่มแอลกอฮอล์หนัก ดื่มเป็นประจำ

ถ้าอ่านตามข้อด้านบน จะเห็นว่าปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ที่สำคัญได้แก่ อายุที่มากขึ้น  ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง  และแน่นอน ไม่ค่อยออกกำลังกาย ทำให้มีการตีบตันในเส้นเลือด  ซึ่งถ้าเรามองลึกเข้าไปอีกสักนิด  เราจะเห็นว่า สาเหตุหลัก ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่ส่งผลให้คอเลสเตอรอลสูง  การทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง   ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ฯลฯ

โดยสาเหตุเกิดจากอะไร ?

ปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ที่สำคัญได้แก่ อายุที่มากขึ้น  ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง  และแน่นอน ไม่ค่อยออกกำลังกาย ทำให้มีการตีบตันในเส้นเลือด  ซึ่งถ้าเรามองลึกเข้าไปอีกสักนิด  เราจะเห็นว่า สาเหตุหลัก ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่ส่งผลให้คอเลสเตอรอลสูง  การทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า ไวน์ มากเกินไป ฯลฯ

ถั่วนัตโตะ ลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันใเลือด

แล้ว ไปเกี่ยวอะไร ?

เคยสงสัยไหมว่า  ทำไมชาวญี่ปุ่น ถึงมีชีวิตที่ยืนยาว และแน่นอน ประเทศญี่ปุ่นก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ เร็วกว่าประเทศไทยถึง 10 ปีอีกด้วย  ไม่ใช่เรื่องธรรมดาซะแล้ว  ด้วยเพราะมีเคล็ดลับดูแลสุขภาพ จากอาหารที่ทำจากธรรมชาติ  ก่อนที่เราจะลงลึกไปในรายละเอียด  เรามาทำความรู้จักกันก่อน ว่า คืออะไร  นัตโตะ เป็นอาหารพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่น  ทำจากถั่วเหลือง หมักด้วยเชื้อแบคทีเรีย Bacillus Subtilis สายพันธ์นัตโตไคเนส  ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า  ถือเป็นแหล่งโภชนาการชั้นเลิศของญี่ปุ่นมาแต่ช้านาน และมีคุณค่าทางโปรตีนสูงมาก  ทำให้สามารถใช้แทนเนื้อสัตว์ได้  โห้…ฟังอย่างนี้แล้ว ยิ่งไม่ธรรมดา

แต่ด้วยกลิ่นธรรมชาติของตัว นั้นมีกลิ่นแรงมาก แม้กระทั่งชาวญี่ปุ่นเอง ประมาณ 50-50 ที่จะหาคนชอบทานถั่วนัตโตะได้

ขั้นตอนการทำ

ถือว่าเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยากอะไรมากนัก เพียงนำถั่วเหลืองไปแช่น้ำค้างคืน แล้วนำเปลือกออก จากนั้นนำมานึ่ง แล้วใส่เชื้อ Bacillus Sp. หมักที่อุณหภูมิ ประมาณ 40 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมง จากนั้น ก็ไปทำให้เย็นจนถึงอุณหภูมิปกติ  การที่เราใส่เชื้อที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ก็เพื่อช่วยลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ  และขั้นตอนสุดท้ายคือ นำไปใส่ภาชนะ เช่น ฟางข้าวห่อ แล้วนำไปบ่ม

ถั่วนัตโตะ ลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันใเลือด

ประโยชน์ของถั่ว

ถึงแม้เจ้าตัวถั่วนัตโตะ จะมีกลิ่นแรงมาก แต่ประโยชน์ของมัน ก็มีมากมายจนน่าทึ่ง !

นัตโตะ เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น  ไม่ว่าจะเป็น โปรไบโอติกส์ (Probiotics)  วิตามินบี  12 (Vitamin B12) และสารต้านอนุมูลอิสระ  มีการศึกษาและวิจัยจาก American Journal ค้นพบว่า ถั่วมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ป้องกันโรคหัวใจ  และลดความเสี่ยงเกิดโรคเส้นเลือดในสมองแตกได้

ทราบประโยชน์จาก ยืดเหนียวบนชามข้าว อ่านถึงตรงนี้  เย็นนี้คุณผู้อ่าน อาจเดินไปอุดหนุนอาหารญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว  สำหรับตัวดิฉัน อาจต้องลองสักครั้ง  เพราะประโยชน์มากมาย ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น  โดยเฉพาะช่วยลดคอเลสเตอรอล นี่สิ สำคัญสุด  เพราะมื้อไหน เราเผลอเพลิดเพลิน ทานเมนูไขมันเยอะหน่อย  เราจะได้มี ถั่วนัตโตะ สมุนไพรธรรมชาติ เป็นตัวช่วยดูแลสุขภาพ พร้อมก้าวสู่ยุค Aging Society ไปด้วยกันเลยค่ะ !

…………

(เครดิต  :

  • Shurtleff, W.; Aoyagi, A. 2012. “History of Natto and Its Relatives (1405-2012).” Lafayette, California: Soyinfo Center. 657 pp.
  • National Cardiovascular Center (Suita, Osaka, Japan) HuBit genomix, Inc. (Chiyoda-ku, Tokyo, Japan; President and CEO: Go Ichien) NTT DATA Corporation (Koto-ku, Tokyo, Japan; President and CEO: Tomokazu Hamaguchi) Municipality of Arita, Saga Prefecture, Japan (Mayor: Masata Iwanaga) (2006).
  • Kuniyasu Soda, Yoshihiko Kano, Takeshi Nakamura, Keizo Kasono, Masanobu Kawakami and Fumio Konishi (2005). “Spermine, a natural polyamine, suppresses LFA-1 expression on human lymphocyte”. The Journal of Immunology175(1): 237–45.
  • org/wiki/นัตโต)

บทความที่น่าสนใจ

7 อาหารลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาหาร ป้องกันเบาหวานได้ชะงัด

กินผักผลไม้ยังไง ให้ดีต่อ (หัว) ใจ

ผู้หญิงวัยทอง อาการเข้าวัยทอง ควรเน้นอาหารแบบไหน ต้องเลี่ยงอะไร ?

HEALTH, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 30-35 ปี,

5 ผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก กินแล้วผอม ให้ผิวออร่า ในหน้าฝน

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเข้าสู่ฤดูฝน วันที่ 18 พฤษภาคม เริ่มก้าวสู่หน้าฝนเป็นวันแรก พาดหัวเรื่องแบบชนิดสะกดสายตาคนรักสุขภาพ รักผิวสวย ต้องสะดุดอ่าน ! ปีนี้ฝนมาเร็ว ถ้าจำไม่ผิด สงกรานต์ฝนก็ตกด้วย จึงทำให้สงกรานต์ปีนี้ไม่ร้อนมากเหมือนปีก่อน ๆ เดือนนี้ก็พฤษภาเข้าไปแล้ว Work From Home อีกต่างหาก ถ้าเราไม่รู้จักควบคุมอาหาร พาลจะน้ำหนักขึ้นได้ง่าย ๆ ด้วยสิ  เพจ I-KINN เราก็อยากแนะนำวิธีการเลือกผลไม้มารับประทานในหน้าฝน เพื่อช่วยเสริมเพิ่มภูมิคุ้มกัน ทานเยอะ ก็ไม่อ้วน แถมทำให้ผิวสดใส มีออร่าขึ้น  เทคนิคง่าย ๆ ดังนี้เลยค่ะ

คุณสมบัติสำคัญการเลือกผลไม้ในหน้าฝน

  • ต้องไม่เน่าเสียง่าย เราควรเลือกผลไม้ที่เก็บได้นาน ไม่ช้ำง่าย เพราะความชื้นของอากาศและฝน อาจทำให้เสี่ยงเน่าเสียได้ง่ายอยู่แล้ว
  • ต้องให้น้ำมาก ด้วยเพราะผลไม้ที่ให้น้ำมาก จะช่วยลดการอักเสบของระบบในร่างกาย แถมป้องกันหวัดได้ด้วย
  • ต้องไม่หวานจัดมาก เพราะผลไม้ที่หวานจัด ไม่ดีต่อสุขภาพ แถมทำให้น้ำตาลในเลือดสูงอีกด้วย (ไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้สูงอายุ ฯลฯ)

เมื่อเราทราบถึงวิธีการเลือกผลไม้ในหน้าฝนแล้ว  ทีนี้ เรามาทำการรู้จักกันว่า ผลไม้ชนิดไหนบำรุงสุขภาพ และป้องกันโรคได้บ้าง   มาดูกันค่ะ :-

ผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก กินได้กินดี ยิ่งกินยิ่งสวย

1.กล้วยน้ำว้า ผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก

กล้วยน้ำว้า ผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก

ถือเป็นผลไม้โปรดของใครหลายคน (รวมถึงผู้เขียนด้วย) โดยเฉพาะประเทศไทยเราหาทานกล้วยน้ำว้าได้ง่ายสุด (จริงค่ะ เพราะเคยไปประเทศเพื่อนเราอย่างมาเลเซีย เขานิยมทานกล้วยหอมกันค่ะ)  ใครที่ชื่นชอบทานกล้วยน้ำว้าเป็นประจำ รับรองสุขภาพดีแข็งแรง เพราะในกล้วยน้ำว้ามีโพแทสเซียมสูง ช่วยปรับสมดุลกรด – ด่างในร่างกายได้อย่างดี ช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกาย ช่วยกระตุ้นเส้นประสาท ช่วยปรับสมดุลด้านอารมณ์ได้ด้วยค่ะ

2.มะพร้าว

มะพร้าว ผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก

ถึงแม้ว่ามะพร้าวในหน้าฝน เนื้อมะพร้าวจะไม่หวานเท่าหน้าแล้ว แต่น้ำจากธรรมชาติที่มีคุณประโยชน์สูงมาก เหมาะกับหน้าฝนที่บางครั้งเราเบื่ออาหาร การได้ดื่มน้ำมะพร้าวสด ๆ จะช่วยให้สดชื่น เพราะในน้ำมะพร้าวมีกลูโกสและแร่ธาตุเยอะ นอกจากนั้น น้ำมะพร้าวยังช่วยขับปัสสาวะเหมาะกับท่อปัสสาวะอักเสบด้วย เราสามารถรับประทานมะพร้าวได้วันละ 1 – 2 ลูกค่ะ

3.ฝรั่งสด

ฝรั่งสด ผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก

ฝรั่งสด เป็นผลไม้ที่เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้ง่าย แพ้อากาศบ่อย เป็นหวัดบ่อย สามารถรับประทานได้วันละ 2 ผล ในฝรั่งสด จะมีสารชื่อ “ไบโอฟลาโวนอยด์” ซึ่งช่วยเรื่องหลอดเลือดฝอยและผิวพรรณมีออร่า ดูสดใสเปล่งปลั่ง

4.แก้วมังกร

แก้วมังกร ผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก

เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ช่วยร้อนใน “ดับร้อน” เพราะในผลแก้วมังกรมีน้ำชุ่มฉ่ำมาก นอกจากนั้น ยังมีวิตามินซี วิตามินบี และใยอาหาร (ไฟเบอร์) เยอะมาก ช่วยทำให้ลำไส้สมดุล และขับถ่ายง่าย เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุดีทีเดียวค่ะ

5.มังคุด

ผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก

มังคุด เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณบำรุงสุขภาพสูงมาก โดยเนื้อมังคุดมีฤทธิ์เย็น ช่วยดับร้อนใน คลายร้อนในร่างกาย ลดอาการอักเสบในระบบร่างกาย แถมเส้นใยมังคุดและกรดในผลมังคุด ช่วยให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น ป้องกันการติดเชื้อได้อย่างดี

จะเห็นได้ว่า ทั้ง 5 ผลไม้เป็นผลไม้ที่หาง่ายในหน้าฝน แต่ผลลัพธ์ดีเกินคาดทั้งนั้นเลยค่ะ ลองทานสลับกันไปเพื่อให้ได้สารอาหาร วิตามินธรรมชาติครบ ๆ กันนะคะ หรือบางทีถ้าเบื่อ อาจปรับนำผลไม้มาคั้นน้ำ เป็นเครื่องดื่มเย็นใจ ได้คุณค่าจากผลไม้ไม่แพ้กันค่ะ  พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

………..

บทความที่น่าสนใจ

7 อาหารลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาหาร ป้องกันเบาหวานได้ชะงัด

ถั่วนัตโตะ ลดไขมันในเลือด ได้จริงหรือ ?

ผู้หญิงวัยทอง อาการเข้าวัยทอง ควรเน้นอาหารแบบไหน ต้องเลี่ยงอะไร ?

LIVING,

“กินอย่างไร ชีวิตดีมีความสุข”

ในปัจจุบัน ผู้คนเริ่มหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การทานอาหารเสริม หรือ การเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพ  “อาหารเพื่อสุขภาพก็คือ อาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณค่าทางโภชนาการ ทานแล้วสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ มีปริมาณน้ำตาล  ไขมันอิ่มตัว และโซเดียมไม่มากเกินความจำเป็น”  แต่อาหารเพื่อสุขภาพจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับบุคคลและการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น มีโรคประจำตัว การพักผ่อนและ การทำงานหนัก เป็นต้น

วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ  กินอย่างไรชีวิตดีมีความสุข เปลี่ยนน้อยๆ แต่เปลี่ยนนานๆมาฝาก

  1. เมื่อตื่นเช้าอยากให้ดื่มเปล่าหรือน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นเป็นอันดับแรก เพราะมะนาวจะช่วยดีท็อกซ์สารพิษออกจากตับและร่างกายได้ดี เผาผลาญไขมันในลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นตัวช่วยลดน้ำหนักได้อย่างดีเลยล่ะ
  2. ในระหว่างวัน ถ้าติดการดื่นชาไข่มุก หรือกาแฟเป็นประจำ แนะนำให้ดื่มน้ำสมุนไพรที่ใช้น้ำตาลหญ้าหวานแทนหรือถ้าหาร้านที่ใส่น้ำตาลหญ้าหวานไม่ได้ ให้สั่งร้านลดความหวานลงมา ค่อยๆลดความหวานลงก็ได้จะได้ไม่หักดิบเกิน จากความหวาน 100 เป็น 75, 50 และ 25 จนถึง 0 ดิฉันได้ผ่านจุดนั้นมาแล้วจ้า สู้ๆ
  3. เมื่อหิวจนตาลาย ให้ทานผลไม้ หรือขนมปังโฮลวีตเพียง 1 แผ่น ก่อนที่จะถึงมื้อหลัก โดยเฉพาะมื้อเย็น เพราะหากปล่อยให้หิวมากๆ เราจะสั่งอาหารกองเท่าภูเขา และรับประทานอย่างไม่คิดชีวิต ภาระก็จะตกเป็นร่างกาย สุขภาพแย่ๆ จะตามมา
  4. หากสาวๆ คนไหนติดการทานของหวานหรือช็อกโกแลตหลังจากมื้ออาหาร ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเลิกทานไปเลย เพราะอาจทำให้ไม่มีความสุขเลย แนะนำให้ทานได้ แต่ทานเพียงเล็กน้อย หรือทานเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นพอ
  5. สำหรับการปรุงอาหาร แนะนำให้มีวัตถุดิบอย่าง ขิง  พริก กะเพราะ พริกไทย กระเทียม และตำลึง เพราะวัตถุดิบเหล่านี้จะช่วยเผาผลาญพลังงานและทำให้ ผอมอย่างแน่นอน
  6. “อาหารเย็น” ถือเป็นมื้ออาหารที่มีความจำเป็นน้อยที่สุด อาหารมื้อเช้าต่างหากที่มีความสำคัญกับเรามากๆ แต่มื้อเย็นถ้าไม่กินเลยก็ไม่ได้ จะทำให้ระบบเผาผลาญของเรารวนได้ อยากให้เน้นกินเนื้อปลา เต้าหู้ หรือเนื้อไก่ที่ไม่ติดมันแทน เพิ่มผักไปอีกนิดหน่อยถือว่าเริศจ้า
  7. อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารอ้วนที่รับประทานได้เร็วและง่ายดาย สำหรับบางคนอาจเป็นอาหารว่างด้วยซ้ำ และนั่นคือของไม่มีประโยชน์ทั้งสิ้น ถ้าจำเป็นต้องทานจริงๆ แนะนำว่าสั่งทานแต่พอดี
  8. ข้อสุดท้าย ใครชอบของทอดยกมือขึ้น! เพราะเราคือเพื่อนกัน ดิฉันจะบอกว่า สามารถรับประทานได้ แต่ต้องเปลี่ยนการกินค่ะ แนะนำให้กินแต่น้อย และทานกับผลไม้ ผักสลัดจะดีกว่า ทานพอเป็นกระสัย และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ น้ำมันที่ทอดควรเป็นน้ำมันที่เหมาะกับการทอดหรือผัดแบบไฟแรง ได้แก่
  9. น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว เท่านั้น น้ำมันอื่น No นะจ๊ะ อ่านต่อ 8 น้ำมันไขมันต่ำ ดีต่อร่างกาย ลดความเสี่ยงคอเลสเตอรอลสูง

เอาล่ะ มาถึงตรงนี้ทุกคนอาจจะคิดว่าแต่ละข้ออาจจะดูเหมือนยาก แต่ไม่ได้ห้ามกินซะทีเดียวเลย ลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกินปรับนิด ลดปริมาณหน่อย ให้พอเหมาะพอดีกับร่างกาย ก็จะเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ ใดใดก็คือ สู้ๆนะจ๊ะ ทุกคน

…………………………….

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

7 เมนูอาหารญี่ปุ่นสุดอ้วน เพิ่มความเสี่ยงไขมันในเลือดสูง

สูตรแกงเทโพหมูสามชั้น สูตรโบราณ

คอเลสเตอรอลในอาหารทะเล ชนิดไหนกินได้ ชนิดไหนต้องเลี่ยง

SOCIAL,

รับมือการระบาดระลอกใหม่

ท่ามกลางการผ่อนคลายมาตรการ lockdown ทำให้หลายธุรกิจเริ่มกลับมาเปิด เมื่อวานตลาดนัดจตุจักรเปิดทำการแล้ว

ผมนั่งทำแผนเพื่อการประชุมของทีมบริหารของบริษัทของผมที่จะประชุมในวันพรุ่งนี้ โดยใช้ข้อมูลที่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มาเป็นพื้นฐาน

โดยมีโจทย์คือ ในฐานะ SME นอกจากเอาชีวิตของมนุษย์ให้รอดแล้ว เราจะเอาชีวิตของบริษัทให้รอดอย่างไรด้วย เพราะถ้าวางแผนรับมือไม่ดีพอ เราอาจชะล่าใจแล้วทำให้แผนรับมือทั้งรายรับและจ่ายไม่สอดคล้องกัน ซึ่งถ้าพลาดไปซักช่วงก็มีโอกาสเจ็บยาว

นาทีนี้ สังคมค่อนข้างจะมั่นใจว่าเราผ่านได้แน่ เห็นได้จากการกดดันรอบด้านไปที่รัฐบาลให้ธุรกิจกลับมาดำเนินอีกครั้ง เพราะปัญหาด้านเศรษฐกิจหลังปิดเมืองนั้นรุนแรงมาก

ทั้งนี้ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ นำเสนอภาพจำลองสิ่งที่จะเกิดหลังจากนี้โดยแบ่งออกเป็น 3 การคาดการณ์ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานว่า ต้องคุมไม่ให้การระบาดมีจำนวนสูงเกินความสามารถของอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่จะรองรับผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะห้อง ICU

ทั้ง 3 การคาดการณ์ไล่เรียงตามในรูปนะครับ

การคาดการณ์ที่ 1: “ทุบด้วยค้อนแล้วให้ฟ้อนรำ”
คือเมื่อมีการระบาดเกิดขึ้นรัฐก็จะออกมาตรการ lockdown ที ในภาพนี้แปลว่า การรับมือของบริษัทห้างร้านจะต้องรู้ไว้เลยว่า ทุกการเปิดนั้นคือการเปิดชั่วคราวเสมอ และเมื่อมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเด้งกลับขึ้นมาที่ X คน ทางการจะออกคำสั่งมาตรการฉุกเฉินกลับมาอีกแน่นอน กลับไปกลับมาแบบนี้ โดยสถานการณ์นี้จะลากยาวไปอีกเป็นปี หรือจนกว่าจะมีวัคซีนออกมา

การรับมือ 1: บริษัทน่าจะตีเส้นรายได้ที่คาดว่าจะทำได้ในช่วงเวลากำลังเปิด, เปิดแล้ว, กำลังปิด, ปิดแล้ว และเอารายจ่ายตีเส้นคู่กัน เพื่อดูว่าในระหว่างการต้องเอาตัวรอดไปอีกปีกว่าๆ นั้น จะมีช่วงไหนบ้างที่จะสาหัสแน่นอน และผลรวมเป็นเท่าไหร่ เพื่อสุดท้ายคำนวนโมเดลการผสมระหว่างเงินสดในมือ เงินกู้ และการเพิ่มทุนเพื่อบริหารการจัดการกระแสเงินสดและผลประกอบการ

การคาดการณ์ที่ 2: “ไข้หวัดสเปน”
คือการเสียชีวิตนั้นเกิดในการระบาดระลอก 2 มากกว่า 1 เนื่องจากครั้งแรกเมื่อมีการระบาดคนจะกลัวและระวังตัวมาก แต่เมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการ ผู้คนก็ชะล่าใจว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ พอสุดท้ายการระบาดครั้งที่ 2 กลับมาจึงกลายเป็นมหันตภัยที่ร้ายแรงที่เกินกว่าจะรับมือได้ หลังจาก lockdown อีกครั้งเมื่อกลับมาผู้คนได้เรียนรู้ความรุนแรงแล้วจึงไม่ประมาทอีกรวมถึงทางการก็เข้มงวดในมาตรการโดยแทบไม่ผ่อนคลายอีกเลย

การรับมือ 2: หากการกลับมาระบาดเป็นไปตามโมเดล 2 นี้ เศรษฐกิจจะถึงขั้นพินาศยับกว่าครั้งที่ 1 อีกแน่นอน ซึ่งมาตรการ lockdown มีโอกาสรุนแรงถึงขั้นบังคับให้อยู่บ้านแบบอู่ฮั่น ในโมเดลนี้ต้องตีเส้นรายได้ของบริษัทเกือบเท่ากับ 0 และต้องมีแผนการจัดการค่าใช้จ่ายให้ดี เพราะประเทศอาจจะเกิดการเข้าสู่ recession ของธุรกิจขนาดใหญ่ระยะยาว มีโอกาสที่อาจต้องคิดถึงการปรับรูปแบบของธุรกิจอย่างถาวร

การคาดการณ์ที่ 3: “ดีที่สุด”
เป็นโมเดลที่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ให้นิยามว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในระหว่างทุกโมเดลที่หากไม่มีวัคซีนออกมา สถานการณ์จะคล้ายกับเมื่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ระบาด เมื่อมีคนติดถ้าอาการไม่หนักก็พักอยู่บ้าน พอหายก็กลับไปทำงาน รัฐก็ไม่ต้อง lockdown ทุกธุรกิจสามารถดำเนินได้ปกติ

การรับมือ 3: เตรียมความพร้อมขององค์กรและทีมงานให้ดีที่สุดเหมือนเข้าเส้นออกตัว เมื่อเสียงนกหวีดดังนั่นคือเวลาที่ทีมต้องวิ่งให้สุดแรง เพื่อกลับตัวจากช่วงเวลา lockdown ให้ได้

ทั้ง 3 โมเดลจะเห็นได้ว่า ทุกๆ บริษัทโดยเฉพาะ SME ต้องใช้เวลาที่เกิดการ lockdown จากการแพร่ระบาด เตรียมตัวเองให้พร้อมที่สุดที่จะต้องรับมือไม่ว่าสถานการณ์จะออกหน้าไหน

ความยากของเรื่องนี้คือ จะสร้างสมดุลย์ระหว่างการจัดการเกมรับและเกมบุกอย่างไร เนื่องจากหากรอเล่นเกมบุกเพราะคาดว่าจะเปิดเมืองไปยาวๆ แล้วหากเกิดการปิดอีกครั้งจากการระบาดระลอก 2 บริษัทคงจะต้องบอบช้ำอีกครั้งจากการตัดค่าใช้จ่าย และไม่มีอะไรการันตีได้ว่าบริษัทที่ปรับตัวจากปัญหาครั้งแรกได้ดีจะชัวร์ว่ารอดได้ในครั้งต่อๆ ไป

ในขณะที่ถ้าเล่นเกมรับมากไป ในช่วงเวลาที่กลับมาเปิดเมืองก็อาจจะวิ่งไม่ทันกับการแข่งขันและการตอบโต้ของคู่แข่งเพราะไม่ได้เตรียมการเอาไว้มากพอ

ในการบริหารจัดการ ธุรกิจเล็กก็มีปัญหาแบบเล็ก ธุรกิจใหญ่ก็มีปัญหาแบบใหญ่ การอยู่ต่างอุตสาหกรรมก็มีตัวแปรไม่เหมือนกัน วิธีที่คนอื่นใช้ก็อาจจะไม่เหมาะกับเรา วิธีของเราก็อาจจะไม่ได้เหมาะกับคนอื่น

ผมคิดว่า จาก 3 โมเดลนี้ แสดงภาพชัดว่าเรากำลังอยู่ในช่วงแห่งสงคราม ที่มีฆ่าศึกบุกเข้ามาทิ้งระเบิดและไล่ยิงเราได้เสมอหากไม่ระวัง มากกว่าแค่การรับมือโรคระบาด มันไม่ใช่แค่ไข้หวัด หรือโรคระบาดทั่วไปที่สำหรับคนทำธุรกิจจะสามารถใช้วิธีคิดว่าเดี๋ยวรัฐจะรับมือให้เพราะเราจ่ายภาษีไปแล้วได้

เราไม่สามารถพึ่งรัฐบาลทั้งหมดว่าจะช่วยทำให้เราชนะสงครามนี้ได้ หากการระบาดเป็นอย่างโมเดล 1 และ 2

การวางแผนรับมือเลยต้องมองทั้งไกลและใกล้ๆ หนักและเบา โดยใช้ตัวเลขบางตัวมาเป็นตัวกำหนดการเลือกใช้กลยุทธขององค์กร เช่นหลังจากนี้หากมีการระบาดเพิ่มขึ้นกี่วันหรือกี่คนติดต่อกัน เราจะรู้ได้ด้วยตนเองว่ามาตรการ lockdown จะกลับมาอีกครั้ง

คงจะดีกว่าถ้าเราเตรียมใจไว้เลยว่าจากนี้ไปอีก 1 ปีกว่าๆ จะไม่สามารถมีวันไหนที่ภาคธุรกิจเราจะชะล่าใจกับการเตรียมความพร้อมได้อีกแล้ว

สุดท้ายขอฝากคำทิ้งท้ายไว้ว่า

“Only the paranoids survive” และ
“what doesn’t kill u make u stronger”
ครับ

#โธมัสพิชเยนทร์
#คิดแบบSTARTUP
#ทำอย่างSME
#มีระบบแบบมหาชน

BUSINESS,

น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า เราจะฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับPros&Consของการแพร่ระบาดของไวรัสCOVID19มาหลายครั้ง ในช่วงหลายเดือนที่เกิดการแพร่ระบาดและส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนในหลายๆมิติการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจของผู้คนได้เปลี่ยนแปลงไปมากจากผลกระทบที่ได้รับจากการแพร่ระบาดของไวรัสนี้

HEALTH,

ส่องด่วน 7 ท่าออกกำลังกายทำง่าย ทำเองได้ทุกวัน รับประกันผอมชัวร์ !

“The more you repeat, the better you will get”

ถือเป็นวลีที่เรามักได้ฟังบ่อยพูดเกี่ยวกับการออกกำลังกาย และแน่นอน ถ้าเราออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สุขภาพเราก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน  ช่วงนี้ Work From Home ถึงแม้ต้องเก็บตัวอยู่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงจากไวรัสโควิท เราก็สามารถลดความอ้วน ลดน้ำหนัก ได้ไปในตัวด้วย เพราะผลลัพธ์การออกกำลังกาย นอกจากทำให้เรามีรูปร่างดี สมสัดส่วน สร้างมวลกล้ามเนื้อ และผอมแล้ว  ยังช่วยให้เราห่างจากโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง อัลไซเมอร์ โรคหัวใจ ฯลฯ  อีกเพียบเลย และการลดน้ำหนักที่ได้ผลสูงสุดนั้น สิ่งที่เราควรอย่างเดียวเลยคือ “วินัย” ในการออกกำลังกาย และการเลือกรับประทานอาหาร ให้เหมาะกับ Lifestyle ตัวเอง  หลายคนชอบที่จะเบิร์นแคลอรี่ออกไปให้ได้มาก ๆ ในเวลาอันสั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะออกกำลังกายด้วยท่าออกกำลังกายแบบไหนดี   วันนี้ ผู้เขียน จะแนะนำวิธีการออกกำลังกายง่ายสุด เบิร์นมากสุด ผอมสุด ใช้เวลาสั้นสุด มาแนะนำกันนะคะ :-

ท่าออกกำลังกายทำง่าย ทำได้ทุกวัน

1.เดินสลับวิ่งเร็ว (Walk and Sprint) ท่าออกกำลังกายทำง่าย

เดินสลับวิ่งเร็ว (Walk and Sprint) ออกกำลังกาย ท่าออกกำลังกายทำง่าย

ถือเป็นวิธีการที่ simple ง่ายสุดด้วยค่ะ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นออกกำลังกาย (มือใหม่) วิธีการคือ เดิน 30 วินาที สลับวิ่ง 30 วินาที วิธีนี้ช่วยให้ร่างกายเบิร์นในช่วงต้น ก่อนเข้าสู่ลำดับต่อไป

2.กระโดดเชือก (Skipping rope) ท่าออกกำลังกายทำง่าย

กระโดดเชือก (Skipping rope) ออกกำลังกาย ท่าออกกำลังกายทำง่าย

การกระโดดเชือก ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง ได้สัดส่วนมากขึ้น เพราะการกระโดยเชือก จะช่วยกระตุ้นหัวใจ ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือด และระบบหายใจทำงานเป็นปกติ และที่สำคัญที่คุณสาว ๆ ชอบคือ ช่วยกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อหลัง ให้แข็งแรง และช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย

3.วิ่งเบา ๆ สลับวิ่งเร็ว (Jog and Sprint) ท่าออกกำลังกายทำง่าย

วิ่งเบา ๆ สลับวิ่งเร็ว (Jog and Sprint) ออกกำลังกาย ท่าออกกำลังกายทำง่าย

วิธีการนี้ เพิ่มการเบิรน์กล้ามเนื้อส่วนขามากขึ้น วิธีการคือ การวิ่งเหยาะ ๆ ประมาณ 30 วินาที สลับกับการวิ่งเร็ว 30 วินาที และทำซ้ำกัน 8 – 10 รอบ

4.วิดพื้น (Push Up) ท่าออกกำลังกายทำง่าย

วิดพื้น ออกกำลังกาย ท่าออกกำลังกายทำง่าย

วิดพื้น ท่าที่ดูเหมือนไม่ยาก แต่จะมีกี่คนที่ทำถูกวิธี วิธีการ เป็นการเหยียดลำตัวตรงในแนวเดียวกัน แขนเหยียดตรงในแรกเริ่ม โดยให้ไหล่ แขน และมือ อยู่ในแนวเดียวกัน ฝ่าเท้าตั้งฉากกับพื้นทั้งคู่  จากนั้น กางแขนออกไปทางด้านข้างของไหล่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้น ให้งอข้อศอกไปข้างหลังในจังหวะหย่อนตัวลง และหายใจเข้า (Inhale) ขณะหย่อนตัว  และหายใจออก (Exhale) ขณะยกตัว

5.สควอท (Squat) 

สควอท ออกกำลังกาย ท่าออกกำลังกายทำง่าย

ถือเป็นท่าออกกำลังกายท่าหลักที่คนออกกำลังกายทุกคน ทำเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของช่วงล่างของร่างกาย เช่น ช่วงสะโพก ช่วงเอว ต้นขา นอกจากนั้น ท่าสควอท (Squat) ยังสามารถช่วยให้เราทำกิจวัตรประจำวันได้ดีขึ้นด้วย ขณะนั่ง ขณะนั่งลงหยิบของ แม้กระทั่งขณะนั่งชักโครก  เพราะกิจกรรมเหล่านี้มีท่าทางคล้ายกับการสควอท นั่นเอง วิธีการ เริ่มจากการกางขาสองข้างให้ระยะห่างเท่าช่วงไหล่ของเรา   จากนั้นย่อเข่าลง โดยขณะที่ย่อเข่า จะต้องไม่ให้หัวเข่าเลยปลายเท้า ย่อลงไปให้ได้มุมเข่า 90 องศา สามารถยื่นแขนมาข้างหน้า เพื่อทรงตัวได้แล้วลุกขึ้น  เกร็งหน้าท้องไว้ด้วย จุดสันเท่าเป็นจุดที่รับน้ำหนัก จากนั้นยืดตัวขึ้น นับเป็น 1 ครั้ง  ทำวนแบบนี้ประมาณ 5 เซท

6.เบอร์พี (Burpees) ท่าออกกำลังกายทำง่าย

เบอร์พี (Burpees) ออกกำลังกาย ท่าออกกำลังกายทำง่าย

ท่าเบอร์พี เป็นหลายคนอาจจะรู้จักกันในท่า สควอททรัสต์ (Squat Thrust) เป็นการบริหารร่างกายวิธีหนึ่ง ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ โดยท่านี้สามารถบริหารร่างกายทุกส่วนของเรา และเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ดีทีเดียว วิธีการเล่นท่านี้ คือยืนตรง แล้วย่อเข่าลงในท่าสควอท เอามือแตะพื้นแขนตรงกว้างระดับไหล่ และกระโดดให้ขาตรงไปด้านหลังในท่าแพลงเสร็จแล้วกระโดดกลับมาที่ท่าสวอท แล้วกระโดดขึ้นตรง ๆ ในอากาศพร้อมชูแขน ทำ 10 เซท แล้วพัก 1-2 นาที ทำซ้ำอีก 5 – 10 เซท ท่านี้เบิร์นเหงื่อท่วมตัวได้อย่างดี

7.ซิทอัพ และกระโดด (Sit up and Jump)

ซิทอัพ และกระโดด (Sit up and Jump) ออกกำลังกาย ท่าออกกำลังกายทำง่าย

วิธีการคือ ซิทอัพ 10 ครั้ง และตามด้วยกระโดดให้สูงที่สุดที่เราทำได้ (แขนยกยืดตรง) แนะนำให้ทำ 10 เซท แล้วพัก 30 วินาที ทำซ้ำอีก 5 – 10 เซท  วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความอึด พร้อมทั้งเผาผลาญพลังงานได้อย่างดี

“ไม่ต้องไปยิม ก็หุ่นสวยได้” ประโยคนี้ใช้ได้ในยุค Work From Home อย่างแท้ทรู แนะนำมาทั้ง 7 ท่า และคิดว่าคุณผู้อ่านสามารถลองทำขณะอยู่บ้านได้ โดยเริ่มจากท่าง่ายไปก่อนสักระยะ ร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวและแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ เอง และถูกต้องค่ะ การออกกำลังกายให้ได้ผล ต้องใช้ความสม่ำเสมอ และมีวินัย  และอีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ คือ เรื่องอาหาร ต้องควบคุมอาหาร เน้นอาหารที่ไขมันน้อย ลดของทอด เน้นทานผักต้ม ปลานึ่ง อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  เพียงเท่านี้ เราก็เนรมิตรูปร่างสวยได้ด้วยมือเรา คุณผู้อ่านท่านใด ที่ต้องการอ่านบทความย้อนหลัง สามารถติดตามอ่านได้ที่ blog : www.i-kinn.com                        ได้เช่นกันค่ะ  พบกันใหม่ ฉบับหน้า Enjoy work from home สวัสดีค่ะ

…….

(credit :  www.facty.com/lifestyle/fitness.com , www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/tips-for-you.html , www.i-kinn.com

บทความที่น่าสนใจ

7 อาหารลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาหาร ป้องกันเบาหวานได้ชะงัด

ภัยใกล้ตัว น้ำตาลในเลือดสูง พุ่งสูงปรี๊ดด เหตุเพราะชานมไข่มุก !

4 โทษของน้ำตาล อันตรายที่มากับรสหวาน ควรหวานแค่ไหน ถึง (พอ) ดีต่อร่างกาย

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com