ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
General Post, HEALTH,

Zero Waste เมื่อมนุษย์เป็นผู้สร้างขยะ และแนวคิดการวิธีเปลี่ยนขยะ=ปุ๋ย

Zero Waste นวัตกรรมใหม่ที่เชื่อว่าจะมาเปลี่ยนโลก … วันก่อนได้มีโอกาสไปจ่ายตลาดซื้อกับข้าวมาปรุงอาหารกับเพื่อน ที่วิลล่า ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพ  ทุกครั้งที่ไปจ่ายตลาดซุปเปอร์มาร์เกต ดิฉันจะชอบสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภคว่าชอบซื้อแนวอาหารประเภทไหน  และแน่นอน…แนวอาหารสุขภาพจะได้รับความนิยมมากที่สุด  ยิ่งถ้าเป็นออแกนนิค ราคาอาจสูงหน่อย แต่ก็ได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพ (รวมทั้งตัวดิฉันเอง) ระหว่างที่มองหาวัตถุดิบเพื่อนำมาทำกับข้าว  ตาก็เหลือบไปเห็น “เครื่องย่อยเศษอาหารให้เป็นปุ๋ย” ซึ่งแน่นอนคนรักสุขภาพ รักสิ่งแวดล้อมตัวยงอย่างดิฉัน ไม่รอช้า เดินรี่ไปอ่านรายละเอียด พร้อมขอรายละเอียดจากพีซี ที่ยืนคอยให้กับปรึกษาอยู่ข้าง ๆ  หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายพอประมาณ  จะพอสรุปได้ว่า ขยะทั้งหมด มนุษย์เรานี่แหละสร้างขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นขยะอาหาร ขยะเคมี ขยะพลาสติก ฯลฯ แล้วถ้าเราสามารถนำเอา ขยะอาหาร มารีไซเคิล ทำเป็นปุ๋ยได้ ย่อมก่อประโยชน์ไม่ใช่น้อย !

Zero Waste

 

ฉบับนี้ ขอเขียนเรื่องที่ใกล้ตัว และเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย และน่าจะเป็นปัญหาทั่วโลกเสียด้วยซ้ำ อีกทั้งเมื่อปัญหา ขยะ มากขึ้นทุกวัน แน่นอน ย่อมส่งผลต่อสุขภาพของเราโดยมิสงสัย อีกทั้งส่งผลโดยตรงให้เกิดปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ  ฝุ่นละออง (ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เป็นปัญหาเมื่อเร็ว ๆ นี้) มลพิษคุณภาพน้ำผิวดิน และแน่นอนสถานการณ์ขยะมูลฝอย รวมถึงมลพิษด้านต่าง ๆ ของประเทศ คงต้องขอยอมรับว่า ในยุคนี้ ปัญหาขยะไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากมีการรณรงค์จากหน่วยงานราชการต่าง ๆ มาเป็นเวลานานเพื่อปลูกจิตสำนึกช่วยกันรักษ์สิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่ามากที่สุด ภายใต้แนวคิด “3R” (Reduce Reuse Recycle) “ใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่” แต่อย่างไรก็ดี ประเทศไทย ก็ยังคงมี “ขยะ” ปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี !

รายงานจากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ล่าสุด ปี 2561 พบว่า ปี 2561 มีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ 27.8 ล้านตัน เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.64 เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนเมือง และการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากสังคมเกษตรสู่สังคมเมือง การเพิ่มของประชากร การบริโภคที่มากขึ้น แน่นอน ย่อมส่งผลให้มี “ขยะ” มากขึ้น

Zero Waste

ขยะ แยกเป็นกี่ชนิดหล่ะ ?

  • ขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร เศษผักผลไม้ เปลือกผลไม้ และขยะชนิดนี้ สามารถทำเป็นปุ๋ยได้
  • ขยะทั่วไป เป็นขยะที่ย่อยสลายและคุ้มค่าในการนำไปรีไซเคิล เช่น ห่อกระดาษลูกอม ถุงขนม ซองบะหมี่สำเร็จรูป ถุงพลาสติกอาหารต่าง ๆ
  • ขยะรีไซเคิล ที่เราสามารถนำไปขายได้ เช่น แก้ว โลหะ กระดาษ
  • ขยะอันตราย เป็นขยะที่มีพิษ ที่ต้องเก็บรวมรวมแล้วนำไปกำจัดให้ถูกวิธี เช่น ยาหมดอายุ ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ ฯลฯ

แล้วจะ Zero Waste ได้อย่างไร ?

อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เมื่อเราเป็นผู้สร้างขยะ เราต้องสามารถกำจัด “ขยะ” ได้ในทางเดียวกัน  ดังนั้น Zero Waste จึงเป็นแนวคิดที่หลาย ๆ ประเทศกำลังให้ความสำคัญ ใส่ใจ ถือเป็นแผนกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจของหลายหน่วยงานองค์กร เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เช่น เอสซีจี บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา ฯลฯ

Zero Waste

Zero Waste ด้วยเครื่องย่อยเศษอาหารให้เป็นปุ๋ย

ณ วันนี้ คงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเครื่องย่อยเศษอาหารให้เป็นปุ๋ย ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ ประเทศเพื่อนบ้านเรา ต่างนิยมใช้มานานแล้วเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ในเขตเมืองโตเกียว 23 เขต ไม่นับรวมปริมณฑลของจังหวัดโตเกียวทั่งหมด มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน เพื่อลดปริมาณขยะทั้งในที่พักอาศัย ร้านค้า และบริษัท ทั้งยังดำเนินการตามกฎหมายส่งเสริมการสร้างสังคมการนำกลับมาใช้ใหม่ Zero Waste อย่างยั่งยืนอีกด้วย

Bio Composter หรือเรียกภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ ว่า เครื่องย่อยเศษอาหารให้เป็นปุ๋ย  ซึ่งปัจจุบันในท้องตลาดบ้านเรา มีด้วยกันอยู่หลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการย่อยเศษอาหาร เบ็ดเสร็จเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ภายใน 3 – 6 ชั่วโมง หรือ 24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่อง  (ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อแบรนด์) แต่สิ่งที่เป็นหัวใจของเครื่องย่อยเศษอาหารให้เป็นปุ๋ย นั้นอยู่ที่ “จุลินทรีย์” หรือเจ้าตัว ไบโอ นั่นเอง !  และเมื่อเครื่อง Bio composter ย่อยเป็นปุ๋ยให้เราแล้ว เจ้าตัวปุ๋ยที่ได้มานี่ มีค่า NPK เท่าไหร่  เริ่มสงสัยแล้วสิค่ะว่า เจ้าตัว NPK คือค่าวัดอะไรหรอ ?

Zero Waste

NPK ค่าปุ๋ยที่เราต้องรู้ ?

ปุ๋ยอินทรีย์ ที่เราได้มาจากเครื่องย่อยเศษอาหารให้เป็นปุ๋ย นั้น NPK ถือเป็นธาตุอาหารที่สำคัญสำหรับพืช 3 ชนิด ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดี จะทำให้พืชสามารถงอกงามได้ดียิ่งขึ้น เปรียบเสมือนมนุษย์เราได้รับสารอาหารครบถ้วน 5 หมู่ ทำให้สามารถเจริญเติบโต และแข็งแรงนั่นเอง !

  • N หมายถึง ไนโตรเจน มีหน้าที่ในการเสริม ซ่อมแซม และสังเคราะห์แสง อธิบายเข้าใจง่าย ๆ คือ เป็นการเสริมส่งโปรตีนในพืชทำให้เติบโตดียิ่งขึ้น โดยเน้นที่กิ่ง ก้าน ใบของพืช
  • P หมายถึง ฟอสฟอรัส ซึ่งรากสามารถดูดซึมไปใช้ได้มากที่สุด ส่งผลให้ลำต้นมีความแข็งแรง ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อเจริญเติบโตขึ้น ช่วยกระตุ้นให้เกิดดอกได้ดี
  • K หมายถึง โพแทสเซียม ทำหน้าที่ในการสังเคราะห์แสง คอยลำเลียงอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในพืช ทำให้พืชสามารถต้านทานโรคบางชนิดได้ดี

อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ถ้าพวกเราสามารถคนละไม้ คนละมือ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม Zero Waste ได้ ถือเป็นการช่วยลดโรคร้ายที่จะเกิดขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร ที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ ไวรัส รา แบคทีเรีย นำมาซึ่งโรคบิด ไทฟอยด์  โรคจากการติดเชื้อ เช่น พวกบาดทะยัก ไวรัสตับอักเสบ และสุดท้ายโรคภูมิแพ้ ที่เกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองต่าง ๆ

ทั้งนี้ ไม่ว่าเราจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด หรือ ธุรกิจอะไร ก็สามารถช่วยรณรงค์สิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนได้ และภายในปี 2020 คงจะได้เห็นความสำเร็จของการเดินหน้าสู่สังคมปลอดขยะ Zero Waste ในหลาย ๆ ประเทศ (รวมถึงประเทศไทย) เพื่อก้าวสู่สังคมสุขภาพ ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง  พบกันฉบับหน้า สวัสดีค่ะ J

 

(เครดิต :  กรมควบคุมมลพิษ)

#KINN_Biopharma

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ผู้หญิงวัยทอง อาการเข้าวัยทอง ควรเน้นอาหารแบบไหน ต้องเลี่ยงอะไร ?

ผู้สูงอายุกับ โรคความดันโลหิตสูง ควรรับมืออย่างไร ?

คอเลสเตอรอลกับคนผอม รู้มั๊ย..คนผอม ก็คอเลสเตอรอลสูงได้ (นะ) !

HEALTH,

ปัญหา ผมบาง ผมร่วง เสี่ยงศรีษะล้าน ปัญหาที่ต้องดูแล

ปัญหา ผมบาง ที่วางใจไม่ได้!! ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีโรคแปลก ๆ แบบคาดไม่ถึง เกิดขึ้นมากมาย ออกสื่อหนังสือพิมพ์ก็เยอะ ได้ยินจากเพื่อนใกล้เคียงก็แยะ วันก่อนดิฉัน ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมสัมมนาในคลาสผู้บริหารระดับสูงคลาสหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นคลาสผู้บริหารจากทั่วประเทศมาอบรมด้วยกันเกือบ 200 ท่าน ทุกครั้งที่ร่วมอบรมสัมมนาหลักสูตรใดก็ตาม สิ่งหนึ่ง ที่เห็นเป็นภาพชินตาคือ ผู้บริหารส่วนใหญ่ที่มีอายุประมาณ 40 ขึ้นมักมีปัญหา “ผมบาง” !

ปัญหาผมร่วงน่าจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายคน ซึ่งแน่นอน ผมร่วงไม่ได้กระทบต่อร่ายกายโดยตรง แต่มีผลกระทบค่อนข้างมากกับสภาพจิตใจ ความเชื่อมั่น บุคลิกภาพ ขาดความมั่นใจ จะออกจากบ้านแต่ละครั้ง สิ่งที่มักทำให้เสียเวลาที่สุด หนีไม่พ้น เรื่อง “ผม” นี่หล่ะ จะเซททรงไหน ก็ไม่มั่นใจสักที  ครั้นจะสระผม ผมก็ร่วงอีก แม้สางผมเบาเบา ผมก็ร่วง และถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลแบบถูกวิธี อาจจะหัวล้านไปเลยก็ได้

แบบไหนถึงเรียกว่า “ ผมบาง ผมร่วง”

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โดยปกติผมของคนเรามีประมาณ 80,000 – 1,200,000 เส้น งอกยาวขึ้นประมาณวันละ 0.35 มิลลิเมตร และมีอายุนาน 2 – 6 ปี ซึ่งปกติจะมีผมร่วงเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่เกินวันละ 30-50 เส้น ผมร่วงพบได้ทั้งเพศหญิง และ เพศชาย และส่วนใหญ่มักเกิดจากเพศชายมากกว่า เพราะอะไร ? เนื่องจากรากผมมีความไวต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย ทำให้เส้นผมมีอายุสั้นกว่า และปกติเส้นผมที่เกิดใหม่จะมีขนาดเล็ก และบางลง ส่วนมากจะเป็นบริเวณกลางศีรษะ ส่วนผู้หญิงมักแสดงอาการช่วงหลังวัยหมดประจำเดือน (ดิฉันเองยังหวั่น ๆ อยู่เหมือนกัน)

ผมบาง ผมร่วง ศรีษะล้าน

 

แล้ว “ผมบาง” เกิดจากอะไรหล่ะ ?

การที่เราสามารถทราบถึงสาเหตุทำทำให้ ผมร่วงผิดปกติได้ ถือเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพราะเอาเข้าจริง ๆ แล้ว ผู้ที่มีปัญหานี้ สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงของผมบาง และลดการร่วงของเส้นผมได้ เรามาดูพร้อม ๆ กัน สาเหตุเกิดจากอะไร :-

  • ฮอร์โมน

เป็นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในเพศชาย และเพศหญิง ที่มีการผลิตขึ้นในร่างกายในระดับผิดปกติ

  • พันธุกรรม

ถ้าครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ ศีรษะผมร่วง ล้าน เราจะมีแนวโน้มผมร่วงตามไปด้วย

  • การใช้ยา

ข้อนี้ต้องพึงระวังค่ะ เพราะยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงทำให้ผมร่วงชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็น ยาเคมีบำบัดใช้รักษาโรคมะเร็ง ยาคุมกำเนิดบางชนิด เป็นต้น

  • การทำผม

อันนี้จะเห็นภาพชัดมาก ไม่ว่าจะเป็นการย้อมผม ดัดผม กัดสีผม หรือการใช้ความร้อนกับผมมากเกินไป  หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนยาสระผม (บางยี่ห้อ) ต่างเป็นเหตุผลให้ผมอ่อนแอและหลุดร่วงง่าย จนกลายเป็นสาเหตุของผมร่วงในที่สุด

  • ปัญหาสุขภาพ

ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิคุ้มกันตัวเองบกพร่อง โรคแพ้ภูมิตัวเอง  เช่น โรคไทรอยด์   โรคเอสแอลอี โรคตับ  โรคไต ฯลฯ

  • ความเครียด

พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด ความเครียดจะกระตุ่นให้อาการผมร่วงมากขึ้น (จริง ๆ แล้วความเครียด เป็นสาเหตุเกือบทุกโรคเลยนะคะ)

  • สาเหตุอื่นๆ 

เช่น ภาวะการณ์ตั้งครรภ์ การคลอดบุตร และความเครียดสะสม อาจทำให้ผมหลุดร่วงจนบาง ลงชั่วระยะเวลาหนึ่ง

เมื่อเราทราบแบบนี้แล้ว แล้วมีทางเลือกอะไรบ้าง ที่ช่วยลดปัญหา “ผมร่วง”

ปัจจุบันมีวิธีการบำรุงรากผม เส้นผม อย่างเป็นธรรมชาติมากมาย (อยู่หลายยี่ห้อ ขออนุญาตไม่เอ่ยแบรนด์) แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้าม คือ เรื่องอาหาร หรือการรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยให้บำรุงเส้นผม ลดการขาดหลุดร่วง และยังช่วยให้ผมเงางามอีกด้วย

วิธีช่วยลดปัญหาผมร่วง

ผมบาง ผมร่วง ศรีษะล้าน

  • โปรตีน

จับมาอยู่ข้อต้น ๆ เลย เพราะการได้รับโปรตีนที่เพียงพอมีผลสำคัญอย่างมากกับการหลุดร่วงของเส้นผม ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วง จึงควรเลือกทานเนื้อสัตว์ ขอไม่ติดมัน เนื้อปลาต่าง ๆ พร้อมทั้งอาหารจำพวกถั่วเหลือง อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นน้ำเต้าหู้ (ไม่หวาน) เป็นต้น

  • อาหารที่มีโอเมก้า 3

(เมื่อฉบับที่แล้ว ดิฉันได้เขียนเรื่อง 7 ปลาไทยที่มีโอเมก้า 3 สูง สามารถคลิ๊กตามอ่านย้อนหลังได้ค่ะ)  เพราะสารอาหารโอเมก้า 3 เป็นส่วนสำคัญต่อเส้นผม เล็บ ผิวหนัง พบได้มากที่ ปลาแซลมอน ปลาทู รวมถึงถั่วอัลมอนด์อีกด้วย

  • อาหารที่มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี

ข้าวโอ๊ต ช่วยลดปัญหา ผมร่วง ผมบาง

ถือเป็นแร่ธาตุที่ดีต่อเส้นผล โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นตับ หอยนางรม เหล่านี้ถือเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก และสังกะสี จำนวนมาก (แต่ทานต้องระวังปริมาณนิดนึง เพราะจะกระทบต่อระดับคอเลสเตอรอล เช่นกัน) ส่วนเจ้าตัวแมกนีเซียม พบได้มากในผักผลไม้ เมล็ดถั่วต่าง ๆ ธัญพืช ข้าวโอ๊ต ถั่วแดง ถั่วอัลมอนด์ เป็นต้น

มาถึงย่อหน้าสุดท้ายกันแล้ว ก็อยากฝากคุณผู้อ่านทุกท่านว่า “ผมร่วง” อาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย (อาจไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น) และหากเกิด ผมร่วง แบบชนิดตกอกตกใจ ระหว่างอาบน้ำสระผม หรือ แปรงผมประจำ ร่วงเป็นกระจุก หรือ ร่วงผิดปกติ แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสาเหตุให้แน่ชัด รักษาให้ตรงจุด เพราะอย่างที่กล่าวข้างต้น ยุคนี้ โรคแปลก ๆ เกิดขึ้นเยอะเชียวค่ะ พบกันฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

(เครดิต : กรมการแพทย์)

#KINN_Biopharma

www.kinn.co.th

ผู้หญิงวัยทอง อาการเข้าวัยทอง ควรเน้นอาหารแบบไหน ต้องเลี่ยงอะไร ?

ผู้สูงอายุกับ โรคความดันโลหิตสูง ควรรับมืออย่างไร ?

คอเลสเตอรอลกับคนผอม รู้มั๊ย..คนผอม ก็คอเลสเตอรอลสูงได้ (นะ) !

HEALTH,

ทำอย่างไร หากคอเลสเตอรอลสูงเกิน 200 ต้องทานยาลดไหม ?

คอเลสเตอรอลสูงเกิน 200 ควรจะทำอย่างไร? ในช่วงนี้ จะได้ยินคำถามจากคุณลูกค้าโทรเข้ามาปรึกษาว่า ไปตรวจเลือดวัดค่าคอเลสเตอรอล เห็นค่าตัวเลขอยู่ที่ 280 ซึ่งเหมือนเดิมมาตลอด 3 ปีมาแล้ว ไม่เคยลดเลย อันตรายไหม ต้องทานยาลดไหม ?

คอเลสเตอรอลสูงเกิน 200

องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ในปีพ.ศ.2561 กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของคนทั่วโลก  โดยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ประมาณ 18.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 31 ของอัตราการตายทั่วโลก  สำหรับประเทศไทย จากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พบอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ สูงขึ้นทุกปี โดยปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ การมีภาวะความดันโลหิตสูง การมีภาวะไขมันในเลือดสูง (ผิดปกติ) ภาวะอ้วนลงพุง และแน่นอน ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยในคนไทยที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจคือ ภาวะไขมันในเลือดสูง ร้อยละ 83.2 ภาวะความดันโลหิตสูง ร้อยละ 59.7 และภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (เบาหวาน) ร้อยละ 50.7 เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

คอเลสเตอรอล ตัวชี้วัดสุขภาพ

คอเลสเตอรอล คือไขมันประเภทหนึ่งที่พบได้ในส่วนของผนังเซลล์ในร่างกายเรา รวมทั้งเป็นองค์ประกอบของน้ำดีอีกด้วย และแน่นอน ร่างกายของเราจะได้รับคอเลสเตอรอลจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป และจากตับของเราที่สามารถสังเคราะห์คอเลสเตอรอลขึ้นเองได้เช่นกัน ดังนั้น คอเลสเตอรอลที่เรารับประทานเข้าไปมากเกินไป จึงกลายเป็นส่วนเกินในร่างกาย  (เห็นมั๊ย ภัยมาอย่างเงียบ ๆ)

มาดูกัน…ไขมันในเลือดสูง เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ?

  • พันธุกรรม บุพการี หรือคนในครอบครัวมีประวัติไขมันในเลือดสูง
  • ชอบทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่นอาหารทอด หรือ เนื้อสัตว์ติดมัน
  • ไม่ชอบออกกำลังกาย
  • ดื่มแอลกอฮอล์หนัก ดื่มเป็นประจำ

ถ้าอ่านตามข้อด้านบน จะเห็นว่าปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ที่สำคัญได้แก่ อายุที่มากขึ้น  ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง  และแน่นอน ไม่ค่อยออกกำลังกาย ทำให้มีการตีบตันในเส้นเลือด  ซึ่งถ้าเรามองลึกเข้าไปอีกสักนิด  เราจะเห็นว่า สาเหตุหลัก ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่ส่งผลให้คอเลสเตอรอลสูง  การทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง  ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ฯลฯ

คนผอม คอเลสเตอรอลสูงเกิน 200ได้นะ

ระดับคอเลสเตอรอลสูง ไม่ได้ขึ้นกับอยู่กับระดับรูปร่าง  ผู้เขียนเคยได้คุยกับเพื่อนรุ่นน้องอายุประมาณ 34 ปี ทำงานออฟฟิศ เธอมีรูปร่างผอม แบบเห็นไหปลาร้าเลยหล่ะค่ะ แต่ปรากฏว่าเธอคอเลสเตอรอลสูงมาก เพราะด้วยพฤติกรรมของเธอที่ชอบดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำทุกวัน (เน้น ทุกวันนะคะ)  ดื่มชานมไข่มุก  เอนจอยกับการทานของทอด ของหวาน เธอกวาดเรียบ เพราะเธอจะคิดเสมอว่า เธอผอมมาก ต้องทานเพื่อให้อ้วน  (ถึงแม้ทานอย่างไร ก็ไม่อ้วนสักที) แต่กลับเป็นว่า ค่าคอเลสเตอรอลรวมสูงถึง 320 มิลลิกรัม/เดซิลิตร  (ลืมบอกว่า เธอไม่ชอบออกกำลังกาย อีกด้วย)  ถือเป็นเคสตัวอย่างสำหรับคนผอมที่คอเลสเตอรอลสูงมาก  เพราะไขมันในเลือดที่เราพบนั้น มันเป็นคนละส่วนกับไขมันที่สะสมอยู่ตามผิวหนัง  และในทางกลับกัน คนอ้วน ก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะเป็นคนที่มีไขมันในเลือดสูง แต่อาจจะมีแค่ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกายมากกว่าเท่านั้นเอง สามารถอ่านต่อได้ที่นี่ คอเลสเตอรอลกับคนผอม รู้มั๊ย..คนผอม ก็คอเลสเตอรอลสูงได้ (นะ) !

คอเลสเตอรอลสูงเกิน 200

ถ้าคอเลสเตอรอลสูงเกิน 200 ต้องทานยาลดไหม ?

คือต้องอธิบายดังนี้ว่า ค่าคอเลสเตอรอลที่ตรวจได้ 280 ถือเป็นผลรวมของคอเลสเตอรอลทั้งหมด ซึ่งเราต้องมาดูองค์ประกอบของคอเลสเตอรอลก่อน อันประกอบด้วย 3 ชนิด คือ LDL (ไขมันเลว) HDL (ไขมันดี) และ ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerine) ซึ่งจะอันตรายหรือไม่นั้น ต้องมาดูที่ 3 ตัวนี้ ว่าสัดส่วนอยู่เท่าไหร่

  • LDL (ไขมันเลว) หรือไขมันไม่ดี ถือเป็นไขมันที่มีความหนาแน่นต่ำ อาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ฯลฯ โดยปกติไม่ควรเกิน 120 mg/dl
  • HDL (ไขมันดี) ถือเป็นไขมันที่มีความหนาแน่นสูง เป็นไขมันดีต่อหลอดเลือดในร่างกาย และเป็นตัวช่วยไม่ให้ไขมันเลวไปสะสมในหลอดเลือดแดง โดยปกติไม่ควรน้อยกว่า 40mg/dl
  • Triglycerine ไตรกลีเซอไรด์ (หลายคนจะคุ้นตัวนี้มาก) ถือเป็นไขมันที่การจากการสังเคราะห์ในร่างกายเราเอง และจากการรับประทานอาหาร โดยปกติไม่ควรเกิน 150mg/dl

มาถึงคำถามว่า ต้องทานยาไหม ? ถ้าค่า LDL และ ไตรกลีเซอไรด์สูงมาก ก็อาจจะต้องทานยาในการปรับระดับคอเลสเตอรอลให้ลดลง แต่โดยส่วนใหญ่ยาลดคอเลสเตอรอล จะเป็นกลุ่มยา Statin ทานแล้วลดคอเลสเตอรอลได้แบบทันใจเลย แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงตามมาด้วย เช่น เวียนศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ  นอกจากนี้ การยาลดคอเลสเตอรอลบางตัว อาจทำให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนลดลงได้

อย่างไรก็ตาม เราสามารถลดคอเลสเตอรอล ด้วยตัวเองได้เช่นกัน โดยการควบคุมการรับประทานอาหาร เลี่ยงอาหารจำพวก เนย มะพร้าว กะทิ และอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น อาหารทะเล หอย กุ้ง ปลาหมึก รวมทั้งอาหารที่หวานจัด เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ ไวน์ เป็นต้น  และเน้นการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ยกน้ำหนัก เดินเร็ว ฯลฯ พร้อมทั้งควรตรวจเลือดวัดระดับคอเลสเตอรอล อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถควบคุมระดับคอเลสเตอรอลได้ด้วยตัวเอง

 

วิธีลดคอเลสเตอรอลด้วยตัวเอง

ในผู้ป่วยที่มีคอเลสเตอรอลสูงมาก แพทย์อาจแนะนำให้ทานยาเพื่อช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลไม่ให้เกิน 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร  แต่ก็มีแพทย์ส่วนใหญ่ แนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารก่อน  เพราะโดยส่วนใหญ่ผู้ป่วย จะปฏิเสธการทานยา เพราะทราบดีว่าการทานยาต่อเนื่อง มักมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย   วันนี้ผู้เขียน จะมาแนะนำวิธีลดคอเลสเตอรอลแบบง่าย ๆ  ทำเองได้ (ไม่ง้อยา)

  • เลือกอาหาร เลือกกิน

หยิบมาไว้อันดับแรกเลย ไม่ใช่กินไม่เลือก เพราะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทานอาหารส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลอย่างมาก  หลีกเลี่ยงการทานอาหารทอด  อาหารมัน  และของหวาน ควรเลือกทานอาหารที่มีไขมันดี  (ไขมันไม่อิ่มตัว) ลดอาหารซีฟู้ด (อาหารทะเล)

9 เมนูอาหารตามสั่ง คอเลสเตอรอลสูง ที่ต้องหลีกเลี่ยง

5 อาหารกินแล้วดี อาหารลดความดัน กินทุกวันความดันลดชัวร์

  • ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ข้อนี้ พูดง่าย ๆ คือ ลดดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสาเหตุในการกระตุ้นให้ตับผลิตไตรกลีเซอร์ไรด์เพิ่มขึ้นด้วย   การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังเป็นสาเหตุของโรคความดันเลือดสูง  โรคหัวใจ  ฯลฯ (ผู้เขียนเคยเขียนบทความ  “ทั้ง ๆ รู้ ดื่มเหล้า ทำลายตับ แต่ก็ (จะ)ดื่ม” เผื่ออ่านแล้ว อยากลดดื่มลง ก็ดีกับสุขภาพไม่น้อย)

  • เน้นออกกำลังกาย

เน้นการออกกำลังกาย อย่างน้อย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์  การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยลดคอเลสเตอรอลได้

เคยได้ยิน “ถั่วนัตโตะ” ลดไขมันในเลือดได้ ?

ปัจจุบันมีงานวิจัย พบว่า มีสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ผลหลายชนิด  หนึ่งในนั้น คือ หรือถั่วหมักญี่ปุ่น  “ถั่วนัตโตะ” เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน  ผลพลอยได้จากกระบวนการหมักจะได้สารสกัด Nattokinase เป็นเอมไซม์ที่ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยสลายลิ่มเลือด ลดภาวะหลอดเลือดอุดตัน  ลดความเสี่ยงเกิดโรคเส้นเลือดในสมองแตก ได้ดี อีกทั้งยังมี โปรไบโอติกส์ (Probiotics)  วิตามิน เค 2, วิตามินบี  12 (Vitamin B12) และสารต้านอนุมูลอิสระ  ปัจจุบัน “ถั่วนัตโตะสกัดเข้มข้น” มีจำหน่ายในรูปแบบอาหารเสริม หาซื้อง่าย แถมยังรับประทานง่ายมาก ๆ

ถ้าคอเลสเตอรอลสูงเกิน 200 จำเป็นต้องทานยามั๊ย ? สำหรับผู้เขียนตอบได้ทันทีเลยว่า ไม่ต้องพึ่งยาเลยค่ะ  พึ่งตัวเองนี่ดีสุด โดยปรับพฤติกรรมในการทานอาหาร พูดง่าย ๆ ต้องเพิ่มวินัยในการเลือกทานอาหาร จำกัดแคลอรี่หน่อย เพิ่มการออกกำลังกายบ้าง ลดของทอด-ของหวาน (ไปเลย)   แต่บางท่านอาจบ่นในใจว่า พูดง่าย ทำยาก (เนอะ)  ก็แนะนำอีกหนึ่งทางเลือกพวกสารสกัดจากธรรมชาติถั่วนัตโตะ ก็น่าสนใจไม่น้อย  พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

…………

(เครดิต :  Prevention and Treatment of High Cholesterol, www.heart.org, Cholesterol Management, www.webmd.com, www.ถั่วนัตโตะ.com, , Symptoms, Causes and Treament Hight Cholesterol, www.familydoctor.org, www.i-kinn.com)

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แก้วมังกร ลดไขมันในเลือดได้

ใครว่า “ความดันเลือดสูง” ไม่อันตราย

5 อาหารกินแล้วดี อาหารลดความดัน กินทุกวันความดันลดชัวร์

HEALTH,

ปัญหา ปัสสาวะบ่อย ตอนกลางคืนของผู้สูงอายุ ควรป้องกันอย่างไร

การ ปัสสาวะบ่อย ในผู้สูงอายุที่หลายคนมักจะหนักใจ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหยิบปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับสมาชิกภายในบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ยกตัวอย่างคุณพ่อตัวเองเลยก็แล้วกัน ปีนี้ท่านก็อายุย่างเข้า 80 ปี สุขภาพโดยรวมก็คุมระดับน้ำตาล ความดัน คอเลสเตอรอล ได้ดีพอสมควร อาจเป็นเพราะคุณพ่อชอบออกกำลังกายตั้งแต่สมัยยังหนุ่มแน่น และเป็นคนเดียวในครอบครัว ที่กระตุ้นให้ลูก ๆ ออกกำลังกายในช่วงที่พวกเรายังเยาว์วัย  โรคประจำตัว น่าจะมีเพียงโรคเดียวคือ โรคไทรอยด์ ที่ท่านก็ควบคุมอยู่โดยการทานยาของแพทย์ประจำตัว) (ไว้โอกาสหน้า จะมาเขียนโรคไทรอยด์ ถือเป็นภัยเงียบที่น่าสนใจเช่นกัน)  แน่นอน คุณพ่อ ก็เหมือนผู้สูงอายุทั่ว ๆ ไป ที่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืน ตีหนึ่งบ้าง ตีสามบ้าง  ซึ่งรบกวนการนอนหลับและส่งผลให้ไม่สามารถนอนหลับได้อย่างต่อเนื่อง  เพราะตามปกติแล้ว คนทั่วไปควรนอนหลับอย่างต่อเนื่อง 6 – 8 ชั่วโมง โดยไม่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะกลางดึก (หลายคนเริ่มคิดตาม  อุ้ย ตรงกับอาการที่เราเป็นอยู่เลย)  ต้องขอบอกว่า อาการนี้พบบ่อยในผู้สูงอายุ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงวัยเช่นกัน

สาเหตุของอาการ ปัสสาวะบ่อย ตอนกลางคืน

ผู้สูงอายุมักปัสสาวะบ่อย

ทีนี้ เรามาดูสาเหตุกัน ถึงแม้มีสาเหตุไม่ค่อยแน่ชัด ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไปจนถึงการใช้ยาต่าง ๆ (บางท่านอาจทานยาประจำตัวหลายชนิด)  โดยสาเหตุที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้ :-

  • อายุ ผู้สูงอายุมักจะปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยมากขึ้น เพราะอะไร เพราะร่างกายผลิตฮอร์โมนได้น้อยลง  อย่างผู้สูงอายุเพศชาย อาจเกิดจากภาวะต่อมลูกหมากโต ส่งผลให้ปัสสาวะมากขึ้น หรือผู้สูงอายุผู้หญิงอาจปวดฉี่บ่อย เพราะย่างเข้าวัยทอง ลำพังนอนก็ไม่ค่อยจะหลับสนิทอยู่แล้ว สาเหตุเนื่องจากร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง จึงมีผลกระทบต่อระบบทางเดินปัสสาวะ นั่นเอง
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต ยกตัวอย่างง่าย ๆ แบบเห็นภาพ คือ ช่วงมื้อเย็น ทานข้าวเสร็จ เผลอดื่มน้ำเยอะไปหน่อย หรือ ดื่มน้ำมากเกินไปช่วงใกล้จะเข้านอน ทำให้ร่างกายผลิตน้ำปัสสาวะมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำเปล่าธรรมดา ชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์ ก็ถือเป็นสาเหตุทำให้ปัสสาวะตอนกลางคืนได้
  • การใช้ยา ผู้สูงอายุหลายท่าน มักจะมีโรคส่วนตัว ผลจากการใช้ยาบางชนิด อาจทำให้มีอาการปวดฉี่บ่อยตอนกลางคืนได้ ทางที่ดี อาจต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัย และทำการงดยาบางตัวที่อาจเป็นสาเหตุปวดฉี่บ่อย

ภาวะแทรกซ้อนของอาการปวดฉี่บ่อยตอนกลางคืน

ผู้สูงอายุมักปัสสาวะบ่อย

แน่นอน การที่เราต้องตื่นขึ้นมาเพื่อปัสสาวะ ย่อมกระทบโดยตรงถึงคุณภาพในการนอน หากเป็นคนนอนหลับยาก อาจส่งผลให้มีระดับความดันสูงขึ้น เพราะนอนหลับไม่เพียงพอ หรือผู้หญิงเรา ย่างเข้าวัยทอง บางท่าน อาจมีอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึก เป็นทุนเดิม อยู่แล้ว ยิ่งต้องลุกไปปัสสาวะอีก ทำให้เกิดอาการเหน็ดเหนื่อย อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่พอ และกระทบไปถึงการทำงานระหว่างวันอีกด้วย

ผู้สูงอายุมักปัสสาวะบ่อย

การป้องกันไม่ให้ปวดฉี่บ่อยตอนกลางคืน ควรทำอย่างไรบ้าง ?

  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน ช่วงก่อนนอน
  • ก่อนนอนควรงดดื่มน้ำประมาณ 2-4 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ปวดปัสสาวะกลางดึก
  • ในกรณีที่ย่างเข้าวัยทอง มีอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท แนะนำปรึกษาแพทย์ เพื่อไม่ให้เป็นสาเหตุของการตื่นกลางดึกมาปัสสาวะ
  • ในกรณีที่ต้องทานยาประจำตัว ลองปรึกษาแพทย์ว่ามียาตัวไหน ทำให้ปวดฉี่บ่อยไหม

จริง ๆ แล้ว ปัญหาปวดฉี่บ่อยในตอนกลางคืน ถือเป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ และเป็นปัญหาคลาสสิคที่ผู้สูงอายุแต่ละท่าน จะมีวิธีการแก้ไขเฉพาะตัวที่เหมาะสมที่สุด และไม่แน่ ตัวดิฉันเอง ซึ่งเมื่อต้องย่างเข้าสู่วัยผู้สูงอายุแบบเต็มตัว อาจต้องเจอปัญหานี้เช่นกัน เตรียมพร้อม และเตรียมใจรับมือกันค่ะ

#KINN_Biopharma

บทความที่น่าสนใจ

อาหารผู้สูงอายุ เลือกอย่างไร ไม่ให้น่าเบื่อ ?

โรคเบาหวาน กับ ผู้สูงอายุ วิธีสังเกตอาการและการป้องกันโรคเบาหวาน

5 สมุนไพรจีน ยอดฮิต แนะวิธีเลือกยาจีนอย่างไร ให้ได้ผลดีที่สุด ?

HEALTH,

กินนัตโตะทุกวัน ช่วยลดคอเลสเตอรอล สุขภาพดีขึ้นจริงหรือไม่?

ลดคอเลสเตอรอล หรือ ลดไขมันในเส้นเลือด แน่นอน เราท่านทราบดีกันอยู่แล้วว่า คอเลสเตอรอลสูง ถือเป็นสาเหตุต้น ๆ ของการนำพาโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ เป็นมหัตภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนมามากมาย  ทั้งนี้ มีสถิติจากกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 16 กันยายน 2561 โดยอัตราดังกล่าว มีอัตราการตายถึง 20,855 คนต่อปี หรือคำนวณง่าย ๆ คือเสียชีวิตชั่วโมงละ  2 คน  และจากสถิติดังกล่าว มีการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่องเสียด้วยซ้ำ

คอเลสเตอรอลสูงมาจากสาเหตุเกิดจากอะไร ?

ปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ที่สำคัญได้แก่ อายุที่มากขึ้น  ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง  และแน่นอน ไม่ค่อยออกกำลังกาย ทำให้มีการตีบตันในเส้นเลือด  ซึ่งถ้าเรามองลึกเข้าไปอีกสักนิด  เราจะเห็นว่า สาเหตุหลัก ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่ส่งผลให้คอเลสเตอรอลสูง  การทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง   ดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า ไวน์ มากเกินไป ฯลฯ

ทำไมนัตโตะถึงช่วย ลดคอเลสเตอรอล ?

เคยสงสัยไหมว่า  ทำไมชาวญี่ปุ่น ถึงมีชีวิตที่ยืนยาว และแน่นอน ประเทศญี่ปุ่นก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ เร็วกว่าประเทศไทยถึง 10 ปีอีกด้วย  ไม่ใช่เรื่องธรรมดาซะแล้ว  ด้วยเพราะมีเคล็ดลับดูแลสุขภาพ จากอาหารที่ทำจากธรรมชาติ  ก่อนที่เราจะลงลึกไปในรายละเอียด  เรามาทำความรู้จักกันก่อน ว่า นัตโตะ คืออะไร  นัตโตะ เป็นอาหารพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่น  ทำจากถั่วเหลือง หมักด้วยเชื้อแบคทีเรีย Bacillus Subtilis สายพันธ์นัตโตไคเนส  ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า  นัตโตะ ถือเป็นแหล่งโภชนาการชั้นเลิศของญี่ปุ่นมาแต่ช้านาน และมีคุณค่าทางโปรตีนสูงมาก  ทำให้สามารถใช้แทนเนื้อสัตว์ได้  โห้…ฟังอย่างนี้แล้ว ยิ่งไม่ธรรมดา

NATTO ถั่วนัตโตะ ลดคอเลสเตอรอลลดไขมันในเลือด

แต่ด้วยกลิ่นธรรมชาติของตัวนัตโตะ นั้นมีกลิ่นแรงมาก แม้กระทั่งชาวญี่ปุ่นเอง ประมาณ 50-50 ที่จะหาคนชอบทานถั่วนัตโตะได้

ขั้นตอนการทำ

ถือว่าเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยากอะไรมากนัก เพียงนำถั่วเหลืองไปแช่น้ำค้างคืน แล้วนำเปลือกออก จากนั้นนำมานึ่ง แล้วใส่เชื้อ Bacillus Sp. หมักที่อุณหภูมิ ประมาณ 40 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมง จากนั้น ก็ไปทำให้เย็นจนถึงอุณหภูมิปกติ  การที่เราใส่เชื้อที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ก็เพื่อช่วยลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ  และขั้นตอนสุดท้ายคือ นำไปใส่ภาชนะ เช่น ฟางข้าวห่อ แล้วนำไปบ่ม

NATTO ถั่วนัตโตะ ลดคอเลสเตอรอลลดไขมันในเลือด

ประโยชน์ของถั่วนัตโตะ

ถึงแม้เจ้าตัวถั่วนัตโตะ จะมีกลิ่นแรงมาก แต่ประโยชน์ของมัน ก็มีมากมายจนน่าทึ่ง ! นัตโตะ เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น  ไม่ว่าจะเป็น โปรไบโอติกส์ (Probiotics)  วิตามินบี  12 (Vitamin B12) และสารต้านอนุมูลอิสระ  มีการศึกษาและวิจัยจาก American Journal ค้นพบว่า ถั่วนัตโตะมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ป้องกันโรคหัวใจ  และลดความเสี่ยงเกิดโรคเส้นเลือดในสมองแตกได้

ทราบประโยชน์จากถั่วนัตโตะ ยืดเหนียวบนชามข้าว อ่านถึงตรงนี้  เย็นนี้คุณผู้อ่าน อาจเดินไปอุดหนุนอาหารญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว  สำหรับตัวดิฉัน อาจต้องลองสักครั้ง  เพราะประโยชน์มากมาย ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น  โดยเฉพาะช่วยลดคอเลสเตอรอล นี่สิ สำคัญสุด  เพราะมื้อไหน เราเผลอเพลิดเพลิน ทานเมนูไขมันเยอะหน่อย  เราจะได้มี ถั่วนัตโตะ สมุนไพรธรรมชาติ เป็นตัวช่วยดูแลสุขภาพ พร้อมก้าวสู่ยุค Aging Society ไปด้วยกันเลยค่ะ !

 

(เครดิต  :

  • Shurtleff, W.; Aoyagi, A. 2012. “History of Natto and Its Relatives (1405-2012).” Lafayette, California: Soyinfo Center. 657 pp.
  • National Cardiovascular Center (Suita, Osaka, Japan) HuBit genomix, Inc. (Chiyoda-ku, Tokyo, Japan; President and CEO: Go Ichien) NTT DATA Corporation (Koto-ku, Tokyo, Japan; President and CEO: Tomokazu Hamaguchi) Municipality of Arita, Saga Prefecture, Japan (Mayor: Masata Iwanaga) (2006).
  • Kuniyasu Soda, Yoshihiko Kano, Takeshi Nakamura, Keizo Kasono, Masanobu Kawakami and Fumio Konishi (2005). “Spermine, a natural polyamine, suppresses LFA-1 expression on human lymphocyte”. The Journal of Immunology175(1): 237–45.
  • org/wiki/นัตโต)

www.kinn.co.th

#KINN_Biopharma

ผู้หญิงวัยทอง อาการเข้าวัยทอง ควรเน้นอาหารแบบไหน ต้องเลี่ยงอะไร ?

ผู้สูงอายุกับ โรคความดันโลหิตสูง ควรรับมืออย่างไร ?

คอเลสเตอรอลกับคนผอม รู้มั๊ย..คนผอม ก็คอเลสเตอรอลสูงได้ (นะ) !

HEALTH, SOCIAL,

“จริงหรือไม่ กัญชารักษาได้ทุกโรค”

เคยได้ยินหรือไม่คำว่า กัญชา รักษาได้ทุกโรค …. ช่วงนี้ เริ่มย่างเข้าหน้าฝนกันแล้ว  ฝนเริ่มตกกัน  และตกตรงเวลาอีกต่างหาก ช่วงห้าโมงเย็น เวลากลับบ้านของคนทำงานอย่างพวกเรา อากาศเปลี่ยนแปลง ใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ ฝนตกปั๊บ ไอ จาม กัน  ก็ฝากดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ และอย่าลืมดูแล บุพการีที่บ้านกันด้วยนะคะ แน่นอน คุณผู้อ่านที่ติดตามข่าวของ “กัญชา” ในประเทศไทย ต่างเริ่มมีคำถามคาใจกันแล้วว่า อ่านมาก็หลายสื่อ หลายฉบับ ล้วนแล้วแต่เขียนว่า กัญชา ดีต่อร่างกาย รักษาได้เกือบทุกโรค   ดีขนาดนี้ จริงหรือไม่ ?

กัญชารักษาได้ทุกโรค"

วันก่อนดิฉันได้อ่านงานวิจัยผ่านทาง US National Library Of Medicine National Institutes Of Health เขียนไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว  กัญชา กำลังพลิกบทบาทใหม่ในวงการแพทย์ และมีงานวิจัยอ้างอิง ค้นพบคุณประโยชน์มากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน  และล่าสุด  กัญชา ไม่มีโทษกับปอดของมนุษย์ แถมยังช่วยเพิ่มความภูมิคุ้มกัน ป้องกันเนื้อร้าย และการติดเชื้อด้วย !  โดยที่ผลวิจัยเรื่องกัญชาว่ามีผลอย่างไรกับปอด ล่าสุดนี้ ถือเป็นงานวิจัยที่ใช้จำนวน Sample size เยอะที่สุด และใช้ระยะเวลาศึกษามากถึง 20 ปี

Dr. Mark Pletcher, Associate Professor Of Epidemiology and Biostatistics at the University Of California, San Francisco หัวหน้านักวิจัย ได้ทดสอบ Lung function จากกลุ่มคนทดลองถึง 5,115 คน

สิ่งที่น่าสนใจก็คือว่า ปอดของกลุ่มที่สูบกัญชา มามากกว่า 20 ปี ไม่มีโทษต่อปอดเลย และปอดก็ทำงานก็ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วยในบางราย  เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่สูบอะไรเลย จากการทดสอบ FEV 1 และ FVC Test

กัญชารักษาได้ทุกโรค"

ถ้างั้น กัญชา ก็รักษาได้ทุกโรค ?

ขออนุญาตหยิบบทความของท่าน อจ. พงษ์ศักดิ์ สง่าศรี ซึ่งกล่าวไว้อย่างเข้าใจง่าย แบบเห็นภาพกันเลยว่า เราควรทำความเข้าใจก่อนว่า ร่างกายมีระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ ระบบนี้พึ่งค้นพบประมาณ 20 ปี ซึ่งถือว่าใหม่มาก ใหม่จนวงการยาเคมีและการรักษาโรคของวงการแพทย์ ปรับตัวตามไม่ทัน

ฉะนั้น การที่มันไปควบคุมในทุก ๆระบบตั้งแต่ปลายเท้าจรดเส้นผม มันจึงมีอิทธิพลอย่างมากในการดูแลหรือควบคุมอาการของโรคที่จะเกิดขึ้น  ร่างกายมีสารเอ็นโดแคนนาบินอยด์ ที่สร้างขึ้นเองได้ แต่ถ้าร่างกายเสื่อมหรืออายุมากขึ้น เป็นธรรมดาที่กระบวนการสร้างจะเสื่อมด้วย และมีใช้น้อยลง และไม่เพียงพอ

กัญชารักษาได้ทุกโรค"

ถ้ามีสารเอ็นโดแคนนาบินอยด์ ไม่พอ ทำอย่างไร ?

ก็ต้องหาเพิ่มหรือเติมเข้าไป ซึ่งปัจจุบันเราก็พบว่า สารที่ใกล้เคียงที่เหมาะสมที่สุด อยู่ในต้นกัญชา

ขยายความเพิ่มอีกนิด ระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ ที่มีสารแคนนาบินอยด์ที่สร้างขึ้นเองไม่พอ จะทำให้ระบบหรืออวัยวะในร่างกายค่อยๆเกิดความเสียหายสุดท้ายโรคก็เกิดขึ้น ซึ่งในเมื่อสร้างไม่พอ ก็ต้องหามาเพิ่มจากข้างนอก ซึ่งก็คือ กัญชา นั่นเอง

ในส่วนของการออกฤทธิ์ในกัญชา ยังมีความซับซ้อน และแน่นอน การใช้เพื่อการแพทย์ จึงควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องเสียก่อน เพราะยาเคมี กับ กัญชา เมื่อใช้ร่วมกัน จะมีปัญหาอะไรไหม  จะตีกันไหม ฯลฯ

พบกันใหม่ฉบับหน้า ในเรื่องราวของ Aging Society in Japan ซึ่งมีความน่าสนใจไม่แพ้ กัญชา เลยค่ะ

(Credit :  อจ. พงษ์ศักดิ์ สง่าศรี – ที่ปรึกษาธุรกิจสมุนไพร และอาหารเสริมทางการแพทย์

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22235088

#KINN_Biopharma

บทความที่น่าสนใจ

ประโยชน์ของบุก ช่วยลดความอ้วน ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ

3 โรค ถามหาเมื่อ “วัยทอง”

หาทานยาก…”ทอดมันหัวปลี” ทำเองแสนง่าย

 

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com