หากพูดถึงของหวานอย่างหนึ่งและเป็นของกินเล่นที่เราคุ้นเคยกันดีคงหนีไม่พ้นช็อกโกแลต หลายคนกินช็อกโกแลตทุกวัน เพราะความชอบ เพราะมันอร่อย รสหวานชวนติด ในบทความนี้ เราขอพาไปรู้จักกับช็อกโกแลตประเภทหนึ่งที่เรียกได้ว่าดีต่อสุขภาพมากกว่าช็อกโกแลตน้ำตาลเยอะๆ อย่าง “ดาร์กช็อกโกแลต” เราจะมาอธิบายว่า ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลต ที่ดีต่อสุขภาพ มีอะไรบ้าง ดาร์กช็อกโกแลตควรกินตอนไหน กินดาร์กช็อกโกแลต อ้วนไหม? ไปดูกันครับ
6 ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลต ที่ดีต่อสุขภาพโดยรวม
การเลือกกินของหวานหลังอาหารก็มีตัวเลือกหลากหลาย แต่ถ้าหากให้ผมเลือกของหวานที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย การเลือกกินดาร์กช็อกโกแลตแบบ 70% ขึ้นไป จะเป็นตัวเลือกที่ดีมากครับ เพราะมีสารอาหารหลากหลายโดยเฉพาะแร่ธาตุ มีสารต้านอนุมูลอิสระและมีประโยชน์หลากหลาย ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลต มีอะไรบ้าง? ดังนี้ครับ
1. ดาร์กช็อกโกแลต อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
ดาร์กช็อกโกแลต อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกได้ว่าเจ๋งพอๆกับผลไม้ระดับบลูเบอร์รี่เลยครับ เช่น ฟลาโวนอลและโพลีฟีนอล ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระที่ว่านี้จะช่วยให้ร่างกายของเราสามารถต่อสู้กับอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ลดเสี่ยงโรค และเหมาะกับผู้สูงอายุอย่างมากครับ
2. เป็นมิตรกับสุขภาพใจ
ฟลาโวนอลในดาร์กช็อกโกแลต จะช่วยกระตุ้นการสร้างไนตริก ออกไซด์ ซึ่งเป็นโมเลกุลอย่างหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด ช่วยให้หลอดเลือดคลายตัวและขยายตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น และมีส่วนทำให้ความดันโลหิตลดลง อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดไขมันเลว LDL และอาจมีส่วนช่วยเพิ่มไขมันดี HDL ด้วยเช่นกัน และยังเป็นอาหารที่มีแมกนีเซียมสูงด้วย ซึ่งจะเป็นมิตรกับสุขภาพหัวใจ
3. มีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง
ฟลาโวนอลในดาร์กช็อกโกแลตช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานของสมองในหลายด้าน เช่นในเรื่องของความจำ ความสามารถในการมองเห็น การตัดสินใจ การเรียนรู้ และทักษะการแก้ปัญหา
4. ช่วยปรับอารมณ์
ดาร์กช็อกโกแลตมีสารหลายชนิดที่มีผลต่อการทำงานของสมองในด้านอารมณ์ เช่น ฟีนิลเอทิลเอมีน (PEA) ซึ่งช่วยกระตุ้นการหลั่งเอ็นดอร์ฟิน นอกจากนี้ยังมีทริปโตเฟนที่เป็นตัวตั้งต้นของเซโรโทนิน ซึ่งช่วยลดความเครียดและปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้นด้วยเช่นกันครับ
5. ดีต่อสุขภาพผิว
ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลตอย่างหนึ่งคือด้วยความที่มีสารฟลาโวนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปยังผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น และอาจมีส่วนช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ด้วย
6. ต้านการอักเสบ ซึ่งเป็นตัวการของโรคเรื้อรังหลากหลาย
ภาวะหลายภาวะเกิดจากการอักเสบภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ รวมถึงโรคเรื้อรังต่างๆ มากมาย ในดาร์กช็อกโกแลตจะมีฟลาโวนอลและโพลีฟีนอลที่มีส่วนช่วยต้านการอักเสบ ซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
ดาร์กช็อกโกแลต ควรกินตอนไหน
การกินดาร์กช็อกโกแลต สามารถกินได้หลายเวลา
- ช่วงเช้า (7:00-10:00 น.) เป็นเวลาที่ดีมากสำหรับการกินดาร์กช็อกโกแลต เพราะร่างกายมีการเผาผลาญที่ดีที่สุดในช่วงนี้ แคลอรี่จะถูกนำไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้คาเฟอีนในดาร์กช็อกโกแลตยังช่วยเพิ่มความตื่นตัวด้วยเช่นกัน
- ช่วงบ่าย (14:00-16:00 น.) เป็นช่วงที่ระดับพลังงานลดลง ดาร์กช็อกโกแลตอาจมีส่วนช่วยเพิ่มพลังงานและสมาธิได้ เหมาะสำหรับการทำงานหรือเรียนหนังสือในช่วงบ่าย
- ก่อนออกกำลังกาย (30-60 นาทีก่อน) ฟลาโวนอยด์ในดาร์กช็อกโกแลตช่วยขยายหลอดเลือดและปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด ทำให้การส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อดีขึ้น
กินดาร์กช็อกโกแลต อ้วนไหม
การที่เราจะได้ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลตต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะ หากกินในปริมาณที่มากจนเกินไปก็อาจส่งผลเสียและทำให้น้ำหนักขึ้นได้ เพราะในดาร์กช็อกโกแลตจะมีแคลอรี่ หากกินเป็นประจำโดยไม่คุ้มปริมาณก็จะทำให้อ้วนได้ คำตอบคืออาจทำให้อ้วนหรืออาจทำให้ไม่อ้วนก็ได้ และที่สำคัญคือควรเลือกดาร์กช็อกโกแลตที่มีโกโก้ 70% ขึ้นไป พยายามเลี่ยงช็อกโกแลตที่ผสมน้ำตาล นม หรือการใส่ไส้ให้ความหวานเพิ่มเติม
ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลต มีด้วยกันหลากหลายอย่างที่ดีต่อร่างกายแถมมีรสชาติอร่อย สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจคือการเลือกดาร์กช็อกโกแลตที่มีโกโก้ 70% ขึ้นไป และควรกินในปริมาณที่พอเหมาะแต่สมควร ไม่มากจนเกินไป เพื่อให้สามารถทานของหวานแบบไม่อ้วน และได้ประโยชน์แบบเต็มๆ
อ่านบทความเพิ่มเติม:
สูตรเค้กกล้วยช็อกโกแลต สายคลีน ไม่ง้อแป้ง









