ประโยชน์ของผลไม้มีด้วยกันหลายอย่าง และเป็นแหล่งอาหารทางธรรมชาติที่มีสารอาหารสำคัญมากมายโดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบ ผลไม้ลดการอักเสบในร่างกายก็มีหลายอย่างด้วยกันครับ หนึ่งในนั้นคือผลไม้ขึ้นชื่ออย่างหนึ่งที่เราเรียกว่า “แก้วมังกร” แล้ว ประโยชน์ของแก้วมังกร มีอะไรบ้าง แก้วมังกรสีแดงกับสีขาวต่างกันอย่างไร กินแก้วมังกรตอนไหนดี แก้วมังกรควรกินวันละกี่ลูก ไปดูกันครับ
6 ประโยชน์ของแก้วมังกร อร่อยชื่นใจ อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย
แก้วมังกรคือสุดยอดผลไม้อย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ เพราะเป็นผลไม้ที่มากไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกาย เรียกได้ว่าเป็นผลไม้สำหรับทุกเพศทุกวัย ประโยชน์ของแก้วมังกร จะมีด้วยกันดังนี้ครับ
1. มีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะกับคนเป็นเบาหวาน
แก้วมังกรอาจมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ไฟเบอร์หรือใยอาหารในแก้วมังกรช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด และอาจมีสารที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ตับอ่อนในการผลิตอินซูลิน แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวานยังต้องควบคุมปริมาณไม่ให้ทานมากเกินไป
2. อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
แก้วมังกรจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงหลายชนิด เช่น เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซี, เบต้าแคโรทีน, ไลโคปีน และสารกลุ่มโพลีฟีนอล สารเหล่านี้ทำหน้าที่สำคัญในการต่อสู้กับอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียร และสามารถทำลายเซลล์ในร่างกาย นำไปสู่การอักเสบเรื้อรัง และเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ
3. มีส่วนช่วยเกี่ยวกับระบบขับถ่าย
ประโยชน์ของแก้วมังกรอย่างหนึ่งคือเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง ซึ่งจะเป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในระบบย่อยอาหารให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยป้องกันอาการท้องผูก ดีกับสุขภาพลำไส้ด้วยเช่นกัน
4. อาจมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
กากใยหรือไฟเบอร์ในแก้วมังกรที่นอกจากจะช่วยเรื่องระบบขับถ่ายแล้ว ยังมีส่วนช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งการอิ่มนานนี้จะมีส่วนช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้มีส่วนในการควบคุมแคลอรี่ในแต่ละมื้อแต่ละวันได้ง่ายขึ้น เป็นผลไม้ลดน้ำหนักอย่างหนึ่งที่ดีเลย
5. เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
วิตามินซีและสารแคโรทีนอยด์ที่มีอยู่ในแก้วมังกรนั้นจะมีสูงมากครับ ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน วิตามินซีช่วยกระตุ้นการผลิตและการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้กับเชื้อโรค ไวรัส และแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกาย
6. เป็นผลไม้บำรุงกระดูก
แน่นอนว่าสารอาหารสำคัญที่เรารู้จักดีสำหรับกระดูกก็คือแคลเซียม แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือแมกนีเซียม แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีแมกนีเซียมสูง ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการดูดซึมแคลเซียม และจำเป็นสำหรับกระบวนการสร้างกระดูกด้วยเช่นกัน
แก้วมังกรสีแดงกับสีขาวต่างกันอย่างไร
| คุณสมบัติ | แก้วมังกรสีขาว (เนื้อในสีขาว เปลือกสีชมพู) | แก้วมังกรสีแดง (เนื้อในสีแดง/ม่วง เปลือกสีชมพู) |
| สารอาหารเด่น | มีไฟเบอร์และวิตามินซีสูง | มีสาร “แอนโทไซยานิน” และ “ไลโคปีน” สูงกว่า ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ |
| รสชาติ | รสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น | มีความหวานมากกว่าพันธุ์สีขาวเล็กน้อย |
| ประโยชน์เน้นๆ | เน้นเรื่องระบบขับถ่ายและภูมิคุ้มกัน | โดดเด่นเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย และบำรุงผิวพรรณ |
กินแก้วมังกรตอนไหนดี
แก้วมังกร จะเหมาะกับการเป็นผลไม้ในตอนเช้าหรือเป็นของว่างระหว่างมื้อ เพราะปริมาณกากใยในแก้วมังกรจะช่วยให้อิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหารในมื้อต่อไป และยังเหมาะกับตอนก่อนออกกำลังกายด้วย เพราะจะให้พลังงานที่ดี
แก้วมังกร ควรกินวันละกี่ลูก
วันละ 1 ลูกถือว่ากำลังดีสำหรับการกินแก้วมังกร หรืออาจกินประมาณครึ่งลูกใหญ่ก็ได้เช่นกัน ถ้าหากกินมากกว่านี้ก็อาจได้รับน้ำตาลมากเกินไป และบางคนอาจมีปัญหาท้องเสียได้
ประโยชน์ของแก้วมังกร จะมีตั้งแต่เป็นผลไม้ที่มากไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระไปจนถึงเป็นผลไม้บำรุงกระดูก การเลือกทานแก้วมังกร ทานตอนเช้าหรือของว่างระหว่างมื้ออาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และการเลือกทานวันละลูกนั้นก็ถือว่าพอเหมาะเลยครับ
การเลือกทานนัตโตะแคปซูล สูตรใส่ใจสุขภาพที่คนรักสุขภาพเลือกใช้ ชีวิตที่สมบูรณ์ ใส่ใจตัวเองทุกคน ก็เป็นตัวเลือกสำหรับสุขภาพเช่นกัน
อ่านบทความเพิ่มเติม:
6 ผลไม้ที่มีเมลาโทนินสูง มีส่วนช่วยการนอนหลับ แถมอร่อยด้วย
7 ผลไม้แคลอรี่ต่ำ ได้ประโยชน์หลากหลาย มีส่วนช่วยลดน้ำหนัก
ไขมันในเลือดสูง ห้ามกินผลไม้อะไรบ้าง ผลไม้ 6 อย่างที่ควรเลี่ยง









