มีหลากหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้สูงอายุมีน้ำหนักลดลง ทั้งการเผาผลาญที่ช้าลง ร่างกายย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารไม่มีประสิทธิภาพเหมือนแต่ก่อน รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่ทำให้รับประทานอาหารได้ยาก
ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN
มีหลากหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้สูงอายุมีน้ำหนักลดลง ทั้งการเผาผลาญที่ช้าลง ร่างกายย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารไม่มีประสิทธิภาพเหมือนแต่ก่อน รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่ทำให้รับประทานอาหารได้ยาก
เชื่อว่าทุกคนที่เข้าร้านอาหารญี่ปุ่น เมื่อสั่งเมนูอะไรสักอย่างที่อยากกินมา พอถึงเวลาเสิร์ฟก็มักจะมีซุปที่เสิร์ฟเคียงข้างกันตลอด หากถามว่านัตโตะ กินกับอะไรดี ซุปมิโซะนี่แหละคือคำตอบ ซุปที่กลิ่นหอมหวน
เมื่อมีอายุมากขึ้น ร่างกายก็ยิ่งเสื่อมลงไปตามกาลเวลารวมถึงโรคภัยไข้เจ็บที่สามารถเป็นได้ง่ายกว่าวัยอื่น ๆ รวมถึงโรคอ้วนด้วยเช่นกัน ทำให้การออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้แรงบ้างในแต่ละวันเพื่อควบคุมน้ำหนัก
มนุษย์ทุกคนมีอายุมากขึ้นในทุกวัน ยิ่งอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเข้าสู่วัยสูงอายุ ปัญหาสุขภาพหลายอย่างจะสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย จากสภาพร่างกายที่เสื่อมลง ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกเริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่ และดวงตาก็สามารถเสื่อมได้เหมือนอวัยวะส่วนอื่นด้วยเช่นกัน ซึ่งการมองเห็นที่ไม่ชัดเหมือนแต่ก่อนก็เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตอย่างหนึ่งในวัยชรา การดูแล การป้องกันปัญหาสายตา ผู้สูงอายุ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ
โดยในบทความนี้ เราจะมาดูโรคสายตาที่เกิดขึ้นได้ในวัยสูงอายุ และ วิธีการดูแลรักษาเบื้องต้น อย่างไรก็ตามบทความนี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำทางด้านการแพทย์ หากผู้สูงอายุประสบปัญหาด้านสายตา ทางเราแนะนำให้นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษาโดยตรง
อายุที่มากขึ้น คือปัจจัยหลักที่ทำให้ดวงตาเสื่อมสภาพลง หากไม่ได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ก็สามารถทำให้เกิดโรคสายตาได้ ในโรคสายตาสำหรับผู้สูงอายุ โรคตาบางโรคอาจทำให้ดวงตามองเห็นได้ไม่ชัดเหมือนตอนวัยรุ่น แต่บางโรค ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ ก็อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้
เป็นโรคทางสายตาที่ทำให้เลนส์แก้วตาขุ่นขึ้นจนทำให้สายตามัวลง มองเห็นภาพไม่ชัด เห็นภาพซ้อน ตาสู้แสงไม่ค่อยได้ โดยโรคต้อกระจกนั้นจะพัฒนาความรุนแรงขึ้นตามอายุของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ อาจทำให้ต้องเปลี่ยนแว่นสายตาบ่อยหรือเปลี่ยนแล้วก็ไม่หาย ซึ่งโรคต้อกระจกถือเป็นการเสื่อมสภาพของดวงตาตามอายุ พบได้บ่อยในวัยชรา และจะพบได้ง่ายในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
โรคต้อหิน เป็นโรคที่สามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคต้อหินคือความดันตาที่สูงจนเกินไป เมื่อความดันสูง ก็จะไปทำลานเส้นประสาทภายในตา ซึ่งโรคต้อหินนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวด สิ่งที่รู้ตัวคือการมองเห็นที่แคบลงเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา หากไม่ได้รับการรักษา ก็สามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวร
เมื่อจอประสาทตามีอายุมากขึ้น ก็อาจทำให้การรับแสงของดวงตาในแต่ละคนลดลงเพราะการศูนย์เสียเซลล์ภายในดวงตา เลือดในตาลดลงหรือเป็นการเสื่อมสภาพตามอายุ เกิดขึ้นได้ในผู้สูงอายุ โดยอาการของโรคจอประสาทตาเสื่อมคือการมองเห็นภาพตรงกลางไม่ชัด หรือเห็นเป็นจุดดำตรงกลาง ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างมากสำหรับผู้ป่วยจอประสาทตาเสื่อม
เกิดจากสภาพจอตาเปลี่ยนแปลงเพราะการเป็นโรคเบาหวานที่สามารถพบเห็นได้บ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งโรคเบาหวานนั้นทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เลยไปทำให้ระบบประสาทภายใน หลอดเลือด และอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายเสื่อมลงรวมถึงตวงตาด้วยเช่นกัน ซึ่งอาการของโรคนี้ บางรายอาจไม่ได้รับรู้ถึงความปกติของดวงตา และดวงตาก็อาจมัวลงเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ ผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคเบาหวานเป็นโรคประจำตัว ควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์เพิ่มเติม เพื่อตรวจโรคเบาหวานขึ้นตาต่อไป
โรคน้ำวุ้นในตาเสื่อม เป็นโรคทางสายตาที่พบได้บ่อยในวัยสูงอายุ เมื่อน้ำวุ้นในตาเริ่มเสื่อมสภาพลง วุ้นในตาอาจเปลี่ยนสภาพเป็นของเหลวหรือจับตัวกันเป็นก้อน บางเคสอาจเป็นเส้น เพราะเหตุนี้ ทำให้การมองเห็นเปลี่ยนไปจากปกติ มีจุดเล็ก ๆ มีเส้นบ้าง มีรูปทรงเป็นวงบ้างในการมองเห็น บางอาการก็อาจมีแสงเข้ามาในตา ซึ่งส่วนใหญ่อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อภายในห้องมีแสงมากหรือการออกไปข้างนอกในเวลากลางวัน ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้อาการหนักถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้เช่นกัน
โรคตาแห้ง สามารถเกิดได้จากการที่ต่อมน้ำตาไม่สามารถหลั่งน้ำตาได้อย่างเพียงพอหรือหลั่งคุณภาพของน้ำตาออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร เลยเป็นสาเหตุให้เกิดอาการคัน ไม่สบายดวงตา รู้สึกระคายเคือง ซึ่งโรคตานั้น ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ รวมถึงวัยทำงานที่ต้องเจอกับแสงจากหน้าจอเป็นเวลานาน
เป็นโรคที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งโรคสายตาสูงวัยนั้นจะทำให้มองเห็นวัตถุใกล้เคียงหรือตัวหนังสือใกล้ ๆ ยากขึ้น หรือเรียกอีกอย่างได้ว่าเป็นโรคสายตายาวที่เกิดขึ้นตามอายุ ซึ่งอาการของโรคนี้ อาจเริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่วัย 35 หรือ 40 ปี และเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ
อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น โรคสายตาบางโรคอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ บางโรคก็สามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งอาการของแต่ละโรคก็แตกต่างกันออกไป โดยในวัยสูงอายุก็มีโอกาสเป็นโรคสายตาได้ง่ายกว่าวัยอื่น ๆ และการมองเห็นนั้น ก็เสื่อมไปตามอายุ จึงควรได้รับการดูแลจากคนใกล้ชิดและเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
วิธีป้องกันปัญหาสายตาผู้สูงอายุเบื้องต้น
การรับแสงแดดเข้าดวงตาโดยตรงก็สามารถทำลายดวงตาของเราได้ หรือการรับแสงจากทีวีมากเกินไปก็อาจทำให้ตาเสื่อมเร็วกว่าเดิมได้เช่นเดียวกัน
เมื่อสายตาไม่ปกติ มองภาพไม่ชัด ก็อาจเป็นเพราะสายตาสั้นหรือยาวกว่าปกติ ควรสวมใส่แว่นสายตาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เพ่งสายตาในการมองมากเกินไป
อาหารหลายอย่างสามารถป้องกันการเสื่อมของตาได้ รวมถึงการลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคขอประสาทตาเสื่อมได้ด้วย อย่างอาหารที่มีวิตามินซีสูงจำพวกส้มหรือเบอร์รี่ อาหารที่มีแอนติ ออกซิแดนท์ มีลูทีน อย่างแครอท บรอคโคลี่ ผักโขม และอาหารอีกหลากหลายประเภทที่ช่วยชะลอการเสื่อมลงของดวงตา
การตรวจร่างกายปีละครั้งสามารถรับรู้ความเสี่ยงของโรคได้หลากหลาย การตรวจสุขภาพตาก็เช่นกัน อย่างน้อยควรตรวจปีละครั้งเพื่อรับรู้สุขภาพตา โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อโรคสายตามากกว่าวัยอื่น ๆ
เมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีอาการ สิ่งที่ต้องห้ามทำเด็ดขาดคือการปล่อยไว้ หากมีอาการก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นจักษุแพทย์โดยตรง เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและเข้ารับการรักษา เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหารุนแรงหรืออาจสูญเสียการมองเห็น
ปัญหาสายตาโดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเกิดได้ง่ายกว่าช่วงวัยอื่น ๆ ซึ่งปัจจัยหลักมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ร่างกายส่วนต่าง ๆ รวมถึงดวงตานั้นเสื่อมสภาพลง แต่การเสื่อมสภาพที่ว่านี้ สามารถป้องกันและรักษาได้ เพราะฉะนั้น การดูแลดวงตาในผู้สูงอายุถือเป็นเรื่องที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้ยังสามารถมองเห็นลูกหลานเจริญเติบโตในอนาคต
อ่านบทความเพิ่มเติม :
ผู้สูงอายุนอนไม่หลับ ปัญหากลางดึกที่ไม่ควรปล่อยผ่าน
ทำอย่างไรเมื่อกรดยูริกสูง อย่าปล่อยไว้นานเพราะเป็นสาเหตุของโรคไตเสื่อมได้
ในบทความนี้ เราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาการนอนไม่หลับของผู้สูงอายุ ว่าเกิดจากอะไร มีปัจจัยอะไรส่งผลกระทบบ้าง และ วิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้นมีอะไรบ้าง
เมื่ออายุมากขึ้น ประสบการณ์การนอนของแต่ละคนก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามช่วงวัยและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การหลับนอน เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากทั้งด้านสภาพร่างกายและสุขภาพจิต ตอนวัยรุ่น การได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ จะทำให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ ที่สูญเสียไปในแต่ละวัน และการนอนหลับให้เพียงพอก็ช่วยในเรื่องของความจำและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันซึ่งทำให้ร่างกายนั้นสามารถต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้
แต่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาการนอนไม่หลับก็เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นโดยเฉพาะวัยสูงอายุที่มีโรคต่าง ๆ มากมายที่ทำให้การนอนเป็นอุปสรรค หาก ผู้สูงอายุ นอนไม่หลับ ปัญหานี้มาจากอะไร และควรแก้ไขอย่างไรให้การหลับนอนดีขึ้น
วิธีการแก้ปัญหาผู้สูงอายุนอนไม่หลับก็มีด้วยกันหลากหลายวิธี ทั้งการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการนอน เปลี่ยนพฤติกรรมการหลับนอน การออกกำลังกายแบบเบา เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การดื่ม และการหากิจกรรมที่สามารถทำได้ร่วมกับผู้อื่น
ผู้สูงอายุที่นอนหลับไม่เพียงพอก็อาจเสี่ยงต่อปัญหาทั้งในเรื่องของสุขภาพจิต ความทรงจำ รวมถึงปัญหาการนอนกลางวันที่ไม่ควรนอนในวัยสูงอายุ นอกจากนี้ เรื่องของการนอนไม่หลับก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บรุนแรง เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ปัญหาในด้านน้ำหนัก และโรคต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถนอนได้อย่างเต็มอิ่มก็มีหลายปัจจัยด้วยกัน
พฤติกรรมการนอนและสภาพแวดล้อมในการนอน
พฤติกรรมการนอนกลางวันในผู้สูงอายุก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืน อาจเป็นเพราะการสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุอยู่เฉพาะภายในบ้าน ไม่ได้มีกิจกรรมให้ทำมากนัก อาจใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูทีวีแล้วหลับไป หรือการดื่มกาแฟและชาเป็นจำนวนมาก ก็เป็นพฤติกรรมหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุเช่นเดียวกัน สามารถสังเกตุได้จากการที่ผู้สูงอายุอ่อนเพลียไม่มีแรง
ขาดสังคมและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนในทุกวัย โดยเฉพาะในวัยสูงอายุ ยิ่งห่างครอบครัว ห่างเพื่อนฝูง ไม่มีคนให้คุยด้วย ก็อาจทำให้กิจกรรมในวันหนึ่งลดน้อยลง เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุมักจะนอนกลางวันและหลับยากในเวลากลางคืน
การใช้ยาของผู้สูงอายุ
ยิ่งอายุเยอะ โรคประจำตัวต่าง ๆ ก็อาจมีเพิ่มขึ้นจนทำให้การใช้ยาในการรักษาโรคนั้น ๆ เยอะขึ้นกว่าวัยอื่น ๆ การรับประทานยาหลายเม็ดในเวลาเดียวกัน และตัวยาบางชนิดก็อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกายที่ทำให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืนได้ โดยเฉพาะยาที่ทำหน้าที่ออกฤทธิ์ในระบบสมองและประสาท
ร่างกายเสื่อมลงตามอายุที่มากขึ้น
ในผู้สูงวัย เมื่อมีอายุมากขึ้นก็ทำให้สภาพร่างกายเสื่อมลงทั้งอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายรวมถึงสมองด้วยเช่นกัน การเสื่อมสภาพของร่างกายก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการนอนในแต่ละวัน สภาพร่างกายที่เจ็บป่วยง่ายก็อาจทำให้ตื่นมากลางดึกเพราะอาการเจ็บปวดตามร่างกาย หรือความอยากนอนในตอนกลางคืนลดลง ทำให้ใช้เวลาในการเข้านอนมากขึ้น หลับได้แต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง
สุขภาพจิต
ปัญหาด้านสุขภาพจิตในวัยผู้สูงอายุนั้นอาจมาจากความเครียด คิดมาก ความวิตกกังวล จากปัจจัยภายนอกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อร่างกายทำให้การใช้ชีวิตลำบาก หรือการที่ต้องห่างจากครอบครัว ห่างจากลูกหลาน ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุเป็นโรคซึมเศร้าได้และทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับได้ด้วยเช่นกัน
สิ่งแรกที่สามารถทำได้เพื่อวินิจฉัยอาการเบื้องต้นคือการสังเกตพฤติกรรม ร่างกายและสภาพจิตใจก่อน เมื่อเริ่มรู้สึกเหตุแล้วก็สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
เปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการนอน
แสงที่มากไปหรือแสงที่ออกจากทีวีในแต่ละวันก็อาจทำให้นอนหลับได้ยาก จัดแสงภายในห้องให้เหมาะกับการนอน ทำห้องให้เงียบลงเพราะเสียงก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นอนลำบาก ทำให้อุณหภูมิห้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการนอน จัดเตียงให้หลับสบาย
เปลี่ยนพฤติกรรมการหลับนอน
ลดพฤติกรรมการนอนกลางวันหรือการดูทีวีจนหลับ เพราะการนอนกลางวันจะส่งผลให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืน หรืออาจลดเวลานอนกลางวันลงเหลือ 15 นาที
ออกกำลังกายเบา ๆ
การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการนอนหลับได้ดี ในวัยสูงอายุ การออกกำลังกายเบา ๆ ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวในเวลาที่เหมาะสมก็จะสามารถช่วยในเรื่องของการนอนหลับได้
เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การดื่ม
พยายามหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรืออาหารมื้อใหญ่ ๆ หรือลดอาหารที่มีน้ำตาล พยายามลดการดื่มชาและกาแฟ หรืองดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงบ่ายเป็นต้นไป และไม่ควรบริโภคแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือทางที่ดีก็ควรเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลยจะดีกว่า
หากิจกรรมที่ได้ทำร่วมกับคนอื่น
ความเครียดหรือความวิตกกังวลจะเกิดขึ้นได้ในแต่ละวัน การชวนผู้สูงอายุ หรือการหากิจกรรมทำร่วมกันก็สามารถทำให้ผู้สูงอายุคลายเครียด ปรับอารมณ์ให้สามารถนอนหลับได้ดีในตอนกลางคืน การทำสมาธิก็เป็นทางเลือกที่ทำให้จิตใจสงบ นอนหลับได้ดีขึ้น
นอนหลับให้สบายขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
ปัญหาการนอนไม่หลับนั้นอาจเกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ทุกวัย แต่ปัญหาการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยต่าง ๆ ได้มากมาย เพราะฉะนั้น การดูแลรักษาการนอนให้ดียิ่งขึ้นถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในวัยสูงอายุ เพื่อป้องกันโรคใหม่ที่อาจเกิดขึ้นและโรคประจำตัวที่อาจทำให้อาการแย่ลงเมื่อนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
อ่านบทความเพิ่มเติม :
โรคนอนไม่หลับ หายได้เองมั้ย อาการหนักแบบไหนถึงควรไปพบแพทย์
ภาวะกรดยูริกสูงในเลือดสูงส่งผลต่อ คุณภาพการนอนหรือไม่?
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็น “ถั่วเน่าญี่ปุ่น” หรือ “นัตโตะ” กันมาบ้าง ด้วยความที่เป็นถั่วเน่า มีกลิ่นแรง เนื้อสัมผัสมีเมือกยืด พอหลายคนเห็นหรือได้กลิ่นนิดเดียวก็เลือกที่จะเดินหนี หรือหลายคนที่กินนัตโตะครั้งแรก พอได้ลิ้มลองแล้วก็ถึงกับต้องล้างปาก ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูแล้วไม่น่าจะถูกปาก หรือได้ลิ้มลองแล้วรู้สึกว่ากลืนไม่ลง แต่จริง ๆ แล้ว ของที่ไม่อร่อย ส่วนใหญ่ก็มักจะให้ประโยชน์กับร่างกายเราในหลาย ๆ ด้าน นัตโตะก็เช่นกัน แล้วคุณประโยชน์ของถั่วเน่าญี่ปุ่น มีอะไรบ้าง ถ้าอยากกินนัตโตะ กินกับอะไร ให้อร่อยกว่าเดิม ได้ประโยชน์ของนัตโตะอย่างเต็มสูบ
ก่อนที่จะไปดูว่านัตโตะ กินกับอะไรดี ทางเราขออธิบายหน่อยว่านัตโตะสำคัญอย่างไร และ ทำไมพวกเราต้องขวนขวายพยายามทำให้รสชาติอร่อย ถูกปากคนไทยด้วย
ประโยชน์ของนัตโตะ ในการทานนัตโตะหนึ่งจาน ให้สารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โพรไบโอติกส์ เป็นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรคในลำไส้ ทำให้ลดการเกิดความผิดปกติภายในลำไส้และทำให้การดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น มีแคลเซียมและ Vitamin K2 ที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และที่สำคัญในตัวนัตโตะคือ Nattokinase หรือนัตโตะไคเนส ที่ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด บำรุงหัวใจและหลอดเลือด ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ดีต่อระบบย่อยอาหาร และช่วยในเรื่องของคลอเรสเตอรอลได้อีกด้วย ด้วยคุณภาพสารอาหารที่มากมาย ทำให้นัตโตะนั้นเหมาะกับการเป็นอาหารที่ช่วยในเรื่องของการไดเอทได้เป็นอย่างดี รวมถึงเป็นอาหารสำหรับมื้อปกติได้ด้วยเช่นกัน
ถึงแม้มีคุณภาพสารอาหารที่ดีหลากหลายอย่าง แต่เชื่อว่าหลายคนก็ยังติดในเรื่องของรสชาติและหน้าตาของถั่วเน่าที่ทำให้รู้สึกไม่อยากกิน
โดยปกติแล้ว หากซื้อนัตโตะมาเป็นกล่อง ภายในกล่องก็จะมีซอสสำหรับนัตโตะโดยเฉพาะบรรจุอยู่ภายใน การทานแบบปกติคือการใส่ซอสลงไปและคนถั่วกับซอสหลาย ๆ ครั้งจนเหนียวยืด ยิ่งคนมากเท่าไหร่ ความอูมามิของตัวนัตโตะจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น หลังจากนั้นก็พร้อมเสิร์ฟ นอกจากนี้ก็ยังมีวิธีการเพิ่มรสชาติโดยการใส่คาราชิ (มัสตาร์ดญี่ปุ่น) และหัวหอมญี่ปุ่นหรือหัวหอมสีเขียวลงไป สุดท้ายก็คนให้เข้ากันก็พร้อมทาน
นอกจากนี้ ก็สามารถปรุงนัตโตะกับโชยุ มิโสะ ขิง สาหร่าย อโวคาโด เห็น เต้าหู้ มายองเนส หรือชีส ได้อีกด้วยเช่นกัน สามารถกินนัตโตะทุกวันได้โดยไม่ต้องทำอะไรเยอะ แต่ถ้าการปรุงยังไม่พอ ยังลืมจินตนาการของความเป็นถั่วเน่าไม่ได้ รู้สึกว่าปรุงแล้วยังไงก็ไม่น่าทานอยู่ดี ควรทำอย่างไร ให้การทานนัตโตะนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ได้คุณประโยชน์ที่ดีกับร่างกาย ทำให้นัตโตะนั้นอร่อยมากยิ่งขึ้น และเมนูไหนบ้างที่มิกซ์นัตโตะเข้าไปแล้วทำให้รสชาติดีขึ้น?
การทานนัตโตะกับข้าว เป็นวิธีที่คนญี่ปุ่นทานกันเป็นปกติ นอกจากคุณประโยชน์จากสารอาหารภายในถั่วเน่าแล้ว ก็ยังได้สรรพคุณมากมายจากข้าวญี่ปุ่น ที่มีสารกาบาปริมาณสูง ช่วยฟื้นฟูการทำงานของสมอง ชะลอความเสื่อมของสมอง ช่วยบำรุงประสาท ลดการสะสมของไขมันภายในร่างกาย และยังมีปริมาณแร่ธาตุและวิตามินจำนวนมากในข้าวญี่ปุ่น นอกจากเรื่องของสรรพคุณทั้งข้าวและถั่วเน่า การทานข้าวพร้อมนัตโตะก็สามารถเพิ่มรสชาติและดับกลิ่นได้ดีอีกด้วย โรยหัวหอมญี่ปุ่นเพิ่มลงไปก็ทำให้สีสันดูดีมากยิ่งขึ้น
หรือการทำเมนูถั่วเน่าในซุปมิโสะให้กลายเป็นซุปนัตโตะ ทำให้การทานถั่วเน่าง่ายและอร่อยขึ้น นอกจากนี้ ซุปมิโสะก็ยังอุดมไปด้วยโพรไบโอติกส์เช่นเดียวกับนัตโตะที่ช่วยในเรื่องของการปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร ช่วยลดความเสี่ยงภายในลำไส้ให้ทำงานดีขึ้น ซึ่งสารอาหารหลายอย่างในมิโสะและนัตโตะนั้นค่อนข้างคล้ายคลึงกัน ทำให้เมนูนัตโตะ จิรุ นั้น เป็นเมนูหนึ่งที่ทำให้การทานถั่วเน่าอร่อยขึ้น และเหมาะกับคนรักสุขภาพเช่นเดียวกัน
แน่นอนว่าการทานสลัดนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากภายในผักนั้นสารอาหารมากมายที่ดีต่อร่างกายอย่างวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร รวมถึงสารแอนติออกซิแดนท์ทีช่วยชะลอการเสื่อมสลายของเซลล์ นอกจากนั้น สลัดก็ยังสามารถนำไปประยุกต์ทำเป็นเมนูได้อีกหลายเมนู รวมถึงเมนูสลัดนัตโตะด้วยเช่นกัน ซึ่งการทานถั่วเน่าพร้อมกับสลัด ก็สามารถลดกลิ่นได้เหมือนกัน
ถ้าพูดถึงอาหารญี่ปุ่น แกงกะหรี่ก็ถือเป็นเมนูยอดฮิตเมนูหนึ่ง ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมของเครื่องเทศที่หลากหลาย ทำให้เมนูแกงกะหรี่ เป็นเมนูที่สามารถทานกับอะไรก็ได้ ไม่เว้นแม้แต่ถั่วเน่า ถ้าหากใครที่ชอบทานแกงกะหรี่อยู่แล้ว หรืออยากทานถั่วเน่าให้ได้แต่ทนกลิ่นไม่ไหว เมนูนี้ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ถั่วเน่ามีรสชาติที่ดีขึ้น
โซบะ คือเส้นที่ผลิตจากบักวีตผสมเข้ากับแป้งสาลี ทำให้เส้นโซบะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แคลอรี่น้อย และสามารถนำไปประยุกต์ได้หลากหลายเมนู อย่างโซบะเย็น โซบะร้อน และเมนูที่ใช้เส้นโซบะได้อีกหลายเมนู อีกทั้งยังสามารถทานกับถั่วเน่าได้เช่นกัน โดยการลวกเส้นโซบะให้สุก จะนำไปจัดในจานเลย หรือแช่เย็นให้เป็นโซบะเย็นก็ได้ เสิร์ฟพร้อมกับนัตโตะ หัวไชเท้าบดและหัวหอมญี่ปุ่น ก็ทำให้เมนูถั่วเน่าญี่ปุ่นน่าทานขึ้น
กิมจิ เป็นผักดองเกาหลีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน มีโพรไบโอติกส์เช่นเดียวกับถั่วเน่า อีกทั้งยังมีแคลอรี่น้อย และสามารถทานพร้อมกันได้ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของรสชาติและกลิ่น เพราะกิมจิสามารถกลบกลิ่นของถั่วเน่านัตโตะได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เมนูเป็นเมนูหนึ่งที่สามารถนำมาทานพร้อมกันได้โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของกลิ่นและรสชาติ
เมื่อความเหนียวทำให้ไม่อยากทาน หรือกลิ่นที่อบอวลจนทำให้อยากเดินหนี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านัตโตะหรือถั่วเน่าญี่ปุ่น มีคุณค่าทางอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หากรู้วิธีการปรุง หรือรู้ว่านัตโตะ กินกับอะไรดี รวมถึงวิธีการประยุกต์ทำเมนูนัตโตะให้น่าทานมากยิ่งขึ้น มีรสชาติที่ดีขึ้นมา นอกจากนี้ก็สามารถกินนัตโตะแคปซูลได้เช่นเดียวกัน และวิธีการเหล่านั้นจะทำให้ภาพจำถั่วเน่าของเราเปลี่ยนไปในที่สุด
อ่านบทความเพิ่มเติม :
ถั่วนัตโตะ ลดไขมันในเลือด ได้จริงหรือ ?
ถั่วนัตโตะ ลดคอเลสเตอรอล ได้จริงหรือ ?