ในช่วงที่ชีวิตต้องเจอกับความเจ็บป่วย ไม่ว่าจะของตัวเอง หรือ คนรอบข้าง คนกลุ่มหนึ่งที่เราต้องพบเจอมากที่สุด
ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN
ในช่วงที่ชีวิตต้องเจอกับความเจ็บป่วย ไม่ว่าจะของตัวเอง หรือ คนรอบข้าง คนกลุ่มหนึ่งที่เราต้องพบเจอมากที่สุด
วันนี้ขอนำหัวข้อที่ฟังดูหดหู่ แต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มาเตือนชาวมนุษย์เงินเดือนทุกท่านให้เตรียมพร้อม
สูตรอาหารทำง่ายๆ ของเราในวันนี้ บอกเลยว่าเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่ดีเลยทีเดียว กรุบๆ กรอบนอกนุ่มใน นั่นก็คือ ทอดมันกุ้ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า แอลกอฮอล์ เป็นเครื่องดื่มซึ่งทำให้เกิดความสนุกสนาน ครึกครื้น แต่ก็ทำให้สติสัมปชัญญะลดน้อยลง
หลายคนชอบสะสมหนังสือประเภท How To ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น Best Seller ระดับโลก หรือระดับประเทศ และชื่นชอบประเด็นหลัก หรือ ประโยคทองของหนังสือเหล่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน สิ่งประทับใจเหล่านั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไป เหมือนคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง จำได้เพียงว่าเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่ง ไม่ต่างกับการดูภาพยนต์ดังที่ได้ความประทับใจ แต่ไม่นานก็ลืม เป็นเช่นนั้นก็เพราะสมองของเราคัดเลือกที่จะจดจำเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต่อการอยู่รอดของเราเท่านั้น ยิ่งมีข้อมูลใหม่ๆ ผ่านเข้าสู่กระบวนการรับรู้มากขึ้นเท่าไหร่ ความทรงจำที่ไม่ได้ถูกเรียกใช้บ่อยก็จะถูกลบออกไป
ถ้ามองย้อนกลับไปสมัยเรียนกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เราจดจำได้นาน คือการเรียนรู้ครั้งละ น้อยๆ ฝึกเขียน ฝึกท่องซ้ำๆ จึงจะทำได้ และมีการสอบเพื่อทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องทบทวน ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ความทรงจำนั้นยังอยู่เหนียวแน่น และกลายเป็นพื้นฐานเพื่อการต่อยอด หรือเชื่อมโยงกับเรื่องใหม่
หากเราต้องการแปลงบทเรียนในหนังสือ How To ให้กลายเป็นทักษะใหม่ ให้ลองเปลี่ยนวิธีอ่านเป็นดังนี้
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือ การฝึกใช้ภาษาต่างชาติ กรณีที่เรียนไวยกรณ์ใหม่ หรือคำศัพท์ใหม่ เราจะจำได้ดีก็ต่อเมื่อได้ทดลองใช้จริง แม้ครั้งแรกๆ จะใช้ได้ไม่คล่องนัก แต่เมื่อใช้ซ้ำๆ ก็จะดีขึ้น และเป็นธรรมชาติมากขึ้นไปเอง ดิฉันยกตัวอย่างนี้ เพราะกรณีของตนเองเมื่อตอนเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกัน ตั้งใจจะพูดว่า ‘ข้าว’ ที่ออกเสียงว่า ‘โกเมะ’ แต่กลับพูดว่า ‘โกมิ’ ซึ่งแปละว่า ‘ขยะ’ การพูดผิดครั้งนั้น ทั้งขำ ทั้งอาย แต่ก็ทำให้จำคำนี้ได้แม่นมิลืมเลือน
ทักษะการบริหารคนก็เช่นกัน หนังสือหลายเล่มอาจจะแนะนำว่า “ผู้นำต้องเก่งเรื่องการสื่อสาร” ซึ่งหากอ่านผ่านๆ เราจะได้แค่ความเข้าใจ แต่ไม่ได้ทำให้ตัวเราเป็นนักสื่อสารที่ดีขึ้นเลย
หากต้องการแปลงความรู้ใหม่นี้ให้กลายเป็นทักษะของตนเอง แนะนำให้ลองทบทวนว่าตนมีปัญหาเรื่องการสื่อสารหรือไม่ มีใครในที่ทำงานที่เป็นต้นแบบของผู้ที่สื่อสารได้ดีและใครสื่อสารได้แย่บ้าง จากตัวอย่างจริงที่เห็น ลองปรับเปลี่ยนวิธีสื่อสารของตนเองกับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเจ้านายดู แล้วสังเกตพฤติกรรมของผู้รับสารว่าเป็นอย่างไร ถ้ายังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นยังไม่ใช่สาระสำคัญ เมื่อใดที่มีคนบอกว่าคุณเปลี่ยนไป หรือกล่าวชม หรือปัญหาจากการสื่อสารลดลง นั่นแหล่ะจึงจะถือว่าคุณสอบผ่านบทเรียนนั้น พร้อมไปต่อบทถัดไปของหนังสือ How To เล่มเดิมได้
แน่นอนว่าการทดลองทำจริงนั้นยากกว่าสมัยเรียนและมีความเสี่ยงที่ความผิดพลาดอาจกระทบต่อความก้าวหน้าได้ จึงควรเลือกโอกาสที่เหมาะสม แต่อย่ามัวแต่กังวลจนปล่อยให้ข้ออ้างภายในใจทำให้ไม่ได้ทดลองเลย ซึ่งจะเหมือนกับคนที่เรียนภาษาอังกฤษเก่งแต่ไม่กล้าพูดกับชาวต่างชาติในชีวิตจริง
การฝึกลองทำทักษะใหม่ๆ ในพื้นที่และเวลาที่เราเลือกได้เองแต่เนิ่นๆ ย่อมปลอดภัยกว่าการรอจนถึงสถานการณ์วัดความสามารถจากเจ้านายมาถึงแบบไม่เคาะประตู และความผิดพลาดก็เป็นกลไกหนึ่งของการช่วยให้ทักษะใหม่นั้นอยู่กับคุณได้ยาวนาน
ขอบคุณภาพจาก: book-stacking-open-book-hardback-books-on-wooden-table-and-pink-back-picture-id938171020 (612×408) (istockphoto.com)
โดย ดร.วรัญญา อัจฉริยะชาญวณิช
Change Tutor – นักพัฒนาดาวเด่นในองค์กรแบบพุ่งเป้า
Founder & Managing Director, Wintegrate 99 Co., Ltd.
DCP 266/19, Certified Project Management Professional of PMI
ผู้แต่งหนังสือ The Change Tutor – จะเรียกดิฉันว่าหมอดูก็ได้ถ้าคุณยอมเปลี่ยน
วันก่อน ได้ทักคุณพศิน ผ่านทางเฟสบุค ได้คุยกันถึงงานเขียนที่ล้ำลึกและเราเอง ก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับเช่นกัน