ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
LIVING,

สูตรข้าวต้มน้ำวุ้น ขนมไทยโบราณที่หาทานยาก !

ข้าวต้มน้ำวุ้น อีกหนึ่งขนมไทยโบราณที่หาทานได้ยาก แต่บอกเลยว่าทำไม่ยากอย่างที่คิดนะคะ ซึ่งนิยมทานคู่กับเครื่องเคียงน้ำแข็งใส เช่น ขนุน แห้ว ทับทิมกรอบ ราดด้วยน้ำเชื่อม น้ำกะทิ หรือน้ำหวานแดง หวานหอมชื่นใจทุกครั้งที่ได้ทาน ข้าวต้มน้ำวุ้น หมายถึงอะไร ภาษาชาวบ้านก็เรียกว่ากระจับนั่นเอง ข้าวต้มนำวุ้นเป็นขนมโบราณ ห่อด้วยใบเตย แต่เพราะขนาดใบเตยไม่เท่ากัน จึงนิยมห่อด้วยใบตองมากกว่า เพราะกำหนดขนาดได้ง่าย แต่ขั้นตอนการห่อต้องทำอย่างพิถีพิถันเพราะการห่อนั้นต้องห่อให้แน่น มิฉะนั้น เวลาต้มขนมจะแตก และน้ำเข้าไปทำให้ไม่อร่อยจ้า

สูตรข้าวต้มน้ำวุ้น ขนมไทยโบราณที่หาทานยาก !

ส่วนผสม

  • ข้าวเหนียวเขี้ยวงูดิบ
  • น้ำตาลทราย
  • ใบเตย
  • น้ำลอยดอกมะลิ (หรือน้ำเปล่าผสมกลิ่นมะลิ)
  • ใบตองสำหรับห่อขนม
  • ไม้กลัดหรือถ้าไม่มีใช้เชือกฟางผูกขนมแทน

วิธีทำข้าวต้มน้ำวุ้น

  1. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด แช่กับน้ำเปล่าหรือน้ำลอยดอกมะลิ 1-2 ชม. ถ้าอยากเพิ่มสีสันใส่น้ำใบเตยคั่นแช่ค้างคืนก็ได้

2. ฉีกใบตองขนาดกว้าง 1 นิ้ว จับปลายให้เป็นรูปกรวย นำข้าวเหนียวที่พักไว้ใส่ลงในกรวย

3.  พับทบจนสุดใบตอง ให้เป็นลักษณะสามเหลี่ยม ใช้ไม้กลัด เสียบทะลุจากหน้าไปหลัง

4.  ต้มในน้ำเดือด ด้วยไฟกลาง ประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าข้าวเหนียวสุก

5. ทำน้ำเชื่อมผสมน้ำตาลทรายกับน้ำลอยดอกมะลิ มัดใบเตยใส่ลงไปต้ม ตั้งไฟเคี่ยวให้เดือดประมาณ 5 นาที ยกลงพักไว้ให้เย็น

  1. เมื่อจะเสิร์ฟแกะข้าวเหนียวออกจากใบตองใส่ถ้วย ใส่น้ำเชื่อมที่ทำไว้เติมน้ำแข็งก้อน หรือจะผสมน้ำหวานแดง ใส่คู่กับขนุนฉีก ทับทิมกรอบหรือใส่ตามชอบได้เลยจ้า

เคล็ด(ไม่)ลับความอร่อย

  1. ควรใช้ข้าวเหนียวเก่าจะดีกว่า เพราะข้าวใหม่เวลาต้มแล้วจะค่อนข้างนิ่ม เละ ไม่สามารถควบคุมเวลาให้ดีตอนต้ม
  2. เวลาห่อขนมจะต้องห่อแน่นๆ ไม่ให้น้ำเข้าไม่เช่นนั้นจะทำให้ขนมของเราก็จะบูดเร็ว อีกทั้งข้าวเหนียวก็จะเละ มีน้ำเยิ้มไม่น่ารับประทาน

……….

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิด ! อาหารไตรกลีเซอไรด์สูง ที่ต้องหลีกเลี่ยง

6 เหตุผล ทำไม ค่าน้ำตาลในเลือด ไม่เคยลงสักที !

สูตรแกงเทโพหมูสามชั้น สูตรโบราณ

BUSINESS,

พลังทั้ง 5

มีคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่เรื่องหนึ่ง ที่เราสามารถประยุกต์เข้ากับชีวิตการงานได้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ พนักงานออฟฟิศ ภารโรง หรือคนขับรถ ไม่จำกัดอาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา

เป็นหลักที่บอกกับทุกคนว่า ทุกหน้าที่นั้นประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเอง

คนเราจะทำสิ่งใดให้สำเร็จต้องพึ่งกำลัง ซึ่งไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรม พลังทั้ง 5 นี้คือสิ่งที่จะพาให้เราถึงเป้าหมายได้

พระพุทธเจ้าท่านเรียกคำสอนนี้เรียกว่า “พละ 5” หมายถึง กำลังทั้ง 5

ประกอบด้วย

1)ศรัทธา

2)วิริยะ

3)สติ

4)สมาธิ

5)ปัญญา

ในทางธรรม พละ 5 คือกำลังที่จะนำไปสู่การพ้นทุกข์ ผ่านการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง

ในทางโลก พละ 5 นั้นก็คือวิธีการบริหารจัดการตนเองให้ประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน

พลังทั้ง 5 นั้นมีจุดเริ่มที่เหมือนกันคือ “ศรัทธา” (ความเชื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างปักใจ)

คนๆหนึ่ง สามารถบวชเป็นพระได้ตลอดชีวิต หรือกราบไหว้บูชาใครซักคน ที่มาก็เกิดจากกำลัง”ศรัทธา”เป็นสำคัญ

คนทำงานหรือนักธุรกิจก็เช่นกัน บางคนสามารถทำงานบางอย่างได้แทบไม่หลับไม่นอน ก็เพราะ “ศรัทธา” ที่มีต่องานนั้นๆ

พนักงานบางคน ทำงานอย่างทุ่มเท เพราะเชื่อว่า งานหรือบริษัทนี้ให้ชีวิตความเป็นอยู่ และรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวของเขาได้

นักธุรกิจบางคน ทำงานแทบ 24 ชม. เพราะเชื่อว่าธุรกิจนี้จะทำให้เขารวยเป็นพันล้านได้ เป็นต้น

เมื่อ”ศรัทธา” เกิด จำเป็นต้องมี “วิริยะ” คือความเพียร

คนเราไม่สามารถจะทำอะไรได้สำเร็จด้วยความเชื่อเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องลงมือปฏิบัติอย่างพากเพียรด้วย

อย่างไรก็ดี

กำลังทั้ง 2 คือ ศรัทธา กับ วิริยะนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดีถึงจะมีได้ จริงๆคนเลวก็มีได้

คนบางคนเห็นนักการเมืองโกงกินจนร่ำรวยขึ้นมาได้ มีคนนับหน้าถือตา ก็เกิดความศรัทธาในนักการเมืองและวิธีของคนๆนั้น เกิดความพยายามที่จะทำให้ได้อย่างเขา จนเกิดนักการเมืองคนใหม่ที่เลวยิ่งกว่าจากยุคสู่ยุคได้

ขโมยบางคน เชื่อว่าการขโมย จะทำให้เขามีชีวิตที่สุขสบาย หรือแม้กระทั่งเอามาเลี้ยงครอบครัวได้

การมาของ “พละ” ที่ไม่ครบทั้ง 5 จึงมักพาให้คนๆนึง ออกนอกเส้นที่ควรจะเป็นได้

“ความเชื่อ” และ “ความพยายาม” จึงขาด พลังที่ 3 คือ “สติ” (ความระลึกได้และรู้สึกตัว) ไปไม่ได้

คนเราจะทำเรื่องที่ไม่ดีได้ยากขึ้นมากๆ ถ้ามี “สติ” รู้ตัวและใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทว่าการเกิดมาเป็นคนนั้นมันเป็นเรื่องยาก และจะจากโลกนี้ไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

เช่นเดียวกับการเป็นพนักงานบริษัทหรือเจ้าของธุรกิจ สตินั้นมักช่วยให้เราไม่ตัดสินใจบนพื้นฐานของอารมณ์

เมื่อมี “ความเชื่อ” เราจึงยิ่งมี “ความพากเพียร” เจอปัญหาใดๆที่เข้ามา ก็มี “สติ” เมื่อรวมกันเข้าเป็นเวลาต่อเนื่องกันนานๆ จึงเกิด “สมาธิ” ทำให้เราสามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างยาวนานติดต่อกันได้

เมื่อเชื่อว่าดี เราจึงพยายาม ทำสิ่งตรงหน้าด้วยสติ

จึงทำให้เกิด”ปัญญา”

ในเรื่องการงาน “ปัญญา” เปรียบได้กับกลยุทธที่ได้ถูกกลั่นกรองออกมาผ่านการพินิจพิเคราะห์แล้วอย่างดี

และ”กลยุทธ”คือสิ่งที่คนทำงานสามารถนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหา, ตัดสินใจ, พัฒนาองค์กร ฯลฯ

ทุกตำหน่งหน้าที่สามารถใช้ พละ 5 เพื่อความสำเร็จในชีวิตได้ทุกคน

ชีวิตก็เช่นกัน

ลองตั้งคำถามกับ “ศรัทธา” และ “วิริยะ” ของตัวเองดู ทั้งในส่วนของหน้าที่การงาน

และการใช้ชีวิต บนพื้นฐานคำสอนที่ว่า อัตตาหิ อัตโน นาโถ

ผมเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่วัดในป่าบนภูเขาในพื้นที่ห่างไกลติดกันทุกเดือนมา 10 กว่าปีแล้ว ซึ่งระยะเวลานี้ไม่ได้แปลว่าผมจะดีกว่าคนอื่น แค่รู้สึกว่ามันสงบดีก็เลยไปบ่อยๆ

แน่นอนว่าบางทีก็ขี้เกียจบ้าง แต่ทุกครั้งที่เกิดความท้อถอย ผมก็จะเตือนตัวเองด้วยคำว่า พละ 5 นี้แหละ เพื่อบอกกับตัวเองทุกครั้งว่า ถ้าอยากได้ปัญญา ก็ต้องมีวิริยะ ลำพังนั่งๆนอนๆอยู่กับบ้านคงไม่สำเร็จ

ในกิจการของตัวเองก็เหมือนกัน ถ้าเราพบกับปัญหา หรือความท้าทาย บางอย่างก็ทำให้ท้อถอย สิ่งที่ผมมีไว้สำคัญที่สุดก็คือ พละทั้ง 5 นี้เอง เพราะความศรัทธาและความเชื่อที่มีในงานของเรา จึงทำให้เราเกิดวิริยะที่สูงกว่าคนปกติทั่วไป และเมื่อประกอบกับ สติ สมาธิ ปัญญา นั่นคือสิ่งที่ทำให้ฟันฝ่าปัญหามาทุกครั้งอย่างไม่ต้องเบียดเบียนทีมงานให้ต้องมาเครียดตามไปด้วย

และเมื่อฝึกสติให้แข็งแรงไปสู้กับอัตตาได้ ผมพบว่าคนเราสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติโดยไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่นแต่มีความสุข และประสบความสำเร็จได้

จะเป็นเจ้าของกิจการ พนักงาน คนทำงานในโรงงาน ฯลฯ ถ้ามุ่งเน้นที่หน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ใส่ความเพียรพยายาม ใช้สติในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น มีสมาธิจดจ่อเพื่อให้ผลของงานดีที่สุด จะได้รางวัลที่สำคัญที่สุดคือ ปัญญา ที่จะพาคนๆ นั้นทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นไปได้อีกทั้งกับขีวิตตนเอง หรือชีวิตหน้าที่การงาน

ขอพลังจงสถิตอยู่กับทุกท่านครับ

……….

BUSINESS,

หัวหน้าแบบไหนที่ลูกน้องต้องการ

ในหัวข้อก่อน เราได้พูดถึงสถานการณ์โควิดได้สร้างผู้นำมากมาย
วันนี้สิ่งที่เราจะมามองกันคือ ในมุมของพนักงาน หรือในมุมของผู้ตามว่า
ขอใช้พื้นที่นี้กระซิบให้หัวหน้าทุกคนรู้ว่า หัวหน้าแบบไหนที่ทำให้ลูกทีมมั่นใจว่าจะ
“รอด” จากปัญหาต่างๆได้

1. มี Passion สุดๆ ใช่ค่ะ หัวหน้าที่ยึดมั่นในสิ่งที่ทำ มันทำให้เรา “เชื่อ” “ศรัทธา”
และอยากฟันฝ่าไปด้วยกัน ฝันให้ไกล ไปให้ถึงจะได้ไม่เป้นเพียงแค่คำเก๋ๆ
แต่ทำได้จริง ไปด้วยกัน คุณชุติมา ผู้บริหารของ The Scenery Resort
บอกว่าข้อเดียวที่ทำให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤติได้ คือการเชื่อ
และทำตามความฝันไปให้สุด อย่าหยุดที่อุปสรรค

2. คิดบวก เอาจริงๆนะ ยิ่งมีปัญหา เรายิ่งรักคนโลกสวย
เราอยากพยายามมองมุมดีดี จากปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เพราะบางทีเรามองไม่ออก
และเราเองก็กลัวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หากหัวหน้าคิดบวกแล้ว
เราก็จะมีกำลังใจมากขึ้น

3. ไม่ท้อ ไม่ยอมแพ้ หัวหน้าที่เป็นแบบนี้ก็จะส่งพลังงานดีดีให้กับทีม แน่นอนว่า
หลายครั้งเราก็ท้อ เพราะปัญหานี้มันส่งผลกระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่
เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก หัวหน้าจะถูกมอง
และเอาเป็นแบบอย่างโดยเฉพาะในช่วงวิกฤติว่าเราควร “หนี” หรือควร “สู้ต่อ”

คุณโธมัส ผู้บริหารระดับสูง ของ Anitech
อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องบอกว่า อุปสรรค ปัญหา
คนหักหลังคือวัคซีนชั้นยอด

มาถึงตรงนี้เราไม่ต้องลองเองแต่ให้ไปถามหัวหน้าเราดูว่าเขามีคุณสมบัตินี้ได้เพราะอะไร

4. สื่อสารอย่างเปิดเผย
แน่นอนว่าเราคงไม่รู้ทุกเรื่องว่าหัวหน้ามีปัญหาอะไรมากน้อยแค่ไหน
แต่การเล่าให้เราฟัง มันทำให้เรารู้สึกว่าเขาก็เป็นคนธรรมดาเหมือนๆกับเรา
การเล่าปัญหาที่เกิดขึ้นอาจทำให้เราเครียดแต่เราเองก็อยากรู้
สถานการณ์ที่เกิดขึ้น แบะการตัดสินใจของหัวหน้า คุณ อัครภัทร
ผู้บริหารของบุญรอดสายการขายได้บอกเอาไว้ว่าตอนวิกฤติ
ที่เจอคู่แข่งยักษ์ใหญ่เข้ามา ในองค์กรมีการสื่อสารแบบเปิดเผย เปิดใจ

และให้โอกาสหากต้องการย้ายงาน สิ่งนี้เองที่ทำให้องค์กรได้ใจคน
โดยไม่เสียใครไปเลย แถมยังกลับมาผงาดได้อีกครั้ง

5. สร้างการมีส่วนร่วมเสมอ การถามเราบ้างให้เราได้คิดและลงมือรับผิดชอบ
เพราะสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ วีรสตรี และเราก็อยากเป็นคนคนนั้นเช่นกัน
คุณปรียกร ผู้บริหาร เดล คาร์เนกี ก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นเจ้าโปรเจค
คือสนับสนุนให้คนคิด และลงมือทำ ไม่เว้นแม้แต่น้องๆนักศึกษาฝึกงาน
หากไม่โต ไม่เก่ง ก็ให้มันรู้ไป

6. พัฒนาตนเอง และผู้อื่นอยู่เสมอ
ช่วงนี้เป็นช่วงประเมินศักยภาพของหัวหน้าที่แท้จริง เรารู้ว่าหัวหน้าขยัน
ทำงานหนัก
และเราอยากรู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้เราต้องรู้อะไรบ้างนอกเหนือจากงานขอ
งเรา เราไม่อยากกังวลว่างานของเราจะหายไปหรือไม่
เรารู้ดีว่าไม่มีอะไรแน่นอน
เราอยากให้หัวหน้าแนะนำว่าเราควรเตรียมตัวอย่างไร
เราควรขยันในเรื่องไหน เรียนรู้อะไรเพิ่ม เพื่อที่เราจะเอาตัวเองให้ “รอด”

7. เอาใจใส่ ใส่ใจทุกคน เรารู้ว่าทุกคนลำบากกันหมด เรารู้ว่าเป็นกันทั้งโลก
แต่เราเองก็อยากได้ยิน อยากรู้สึกจากหัวหน้าว่าเรายังเป็นคนสำคัญ
เราอยากเล่าให้ฟังว่าเราเครียดเรื่องที่บ้าน และกังวลในเรื่องงานขนาดไหน
เรากลัวว่าเราจะดีไม่พอที่จะให้องค์กรเก็บเราไว้ อาจดูเหมือนเห็นแก่ตัว
แต่เราอยากให้คุณสนใจเราจริงๆ คุณทิพย์สุดา Ex-GM ที่เชลล์ ประเทศไทย
พี่ตุ่น เป็นคนหนึ่งที่มีคุณลักษณะเช่นนี้ เพราะตั้งแต่หน้าประตูออฟฟิศ
จนสุดซอย พี่เขาจะทักทาย ถามไถ่ ทุกคนตลอดทาง แม้คนที่ไม่รู้จัก

8. คิดใหม่ ทำใหม่ หัวหน้าที่สนุกกับการทดลอง หาอะไรใหม่ๆเข้ามาเสมอ
ย่อมทำให้เราตื่นเต้น แน่นอนว่าเราเองบางทีก็กลัว และคิดว่ามันอาจไม่เวิร์ค
แต่ขอให้คุยกับเราบ่อยๆ เพราะเรารู้ว่าคนเราต้องมีการพัฒนา
เราไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และเราก็อยากสนุกกับการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย
ขอแนะนำให้อ่านหนังสือ ทะยาน #คิดแบบสตาร์ทอัพ #ทำแบบSME
#มีระบบอย่างมหาชน ที่คุณโธมัสได้เขียนไว้ คุณจะเห็นสิ่งนี้ในทุกบท จริงๆ

9. เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง บางทีการสวมหัวโขนตลอดเวลาเรารู้ว่ามันหนัก
หัวหน้าต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้บริหารระดับสูง
ต้องการเป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมงาน และเป็นที่เคารพนับถือจากลูกน้อง
แต่พวกเราก็รู้ว่าหัวหน้าก็คือ มนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาเหมือนเราๆ

ราอยากรู้จัก รู้ใจ เข้าใจหัวหน้าเช่นกัน
เพราะบางครั้งเราอาจมีอะไรคล้ายๆกันที่จะทำให้เราคุยกันง่ายขึ้น
พูดตรงๆกันได้มากขึ้น และเปิดใจกันมากขึ้น คุณ นาฎฤดี
ผู้บริหารระดับสูงของดีแทค เป็นคนหนึ่งที่เปิดเผย จริงใจ
และทำให้เรารู้สึกว่าเรามีตัวตน พี่กุ้งจะบอกตรงๆว่าถนัดด้านไหน
และไม่เก่งด้านไหน สิ่งนี้เองที่ทำให้เรารู้สึกว่า หัวหน้าไม่ต้องเก่งที่สุด
แต่ต้องรู้จักใช้คนเป็น

สัปดาห์หน้า เรามาดูว่าเมื่อลูกทีม ต้องพึ่งพาเราเพื่อให้เขา “รอด”
หัวหน้าควรปรับตัวเองอย่างไร เพราะวันนี้คุณอยู่ในจุดที่คนจ้องมอง
และเอาเป็นแบบอย่างอยู่ หากเราอยากให้ทีมเป็นแบบไหน
คุณกำหนดได้ตั้งแต่วันนี้เลย

#LiveIntentionalLife #LeaderEatLast #LeaderWhoBuild #iLoveShell #iLoveNokia #ทะยาน
#TheSceneryResort

POINT OF VIEW,

แสงกระทบภพพรายพร่างสร้างสีสัน

แสงผลักดันพลันกล่อมเกลางามเงาศิลป์
แสงลับตกมืดปกคุ้มคลุมแผ่นดิน
สิ้นงานศิลป์หากสิ้นแสงสำแดงตน

“บทบาทของสี” เมื่อถูกกระทบโดยแสง ณ ที่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

CR ภาพ – อนันต์ โชติสุนันท์

HEALTH,

เอาใจสายคลีนสุดฤทธิ์ New Normal 2020

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและระบบการแพทย์แบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เทรนด์การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

POINT OF VIEW,

ล่องคลื่นระรื่นคล่อง
ลอยละล่องท้องทะเล
ลมไหวคือไกวเห่
กระแทกเทดังเปลญวน
เวลาแลวารี
เลื่อนไหลปรี่มิมีหวน
หมั่นทบและหมั่นทวน
แล้ววาดหวังระวังระไว
สั้นนักนะชีวิต
เหหาทิศที่ฝันใฝ่
คลื่นทุกข์สุขโถมปะปนไป
หางเสือไว้ประคับประคอง

CR ภาพ “ชาวประมงหาดบ้านกรูด จ.ประจวบคีรีขันธ์” – อนันต์ โชติสุนันท์

 

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com