ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
SOCIAL,

ไม่เปลี่ยนแปลง..ไม่เรียนรู้..ไม่รอด (ชัวร์)

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ที่บริษัทเล็กๆอย่างเราที่มีพนักงานประจำเพียง 10 คน และมีวิทยากรอีก 10 กว่าคน ได้รับนิสิต นักศึกษาฝึกงานมาแล้วเกือบ 20 คน ในช่วงเวลาสั้นๆที่บางคนอยู่กับเรา 2 เดือน และบางคนอยู่นานถึง 6 เดือน เป็นช่วงที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจาก คนที่เด็กกว่าเป็น 20 ปี

เราได้เรียนรู้ว่า หากเราไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปิดรับ และไม่เรียนรู้อยู่เสมอ เราจะ “ไม่รอด” เราเกิดมาในยุคที่มีทีวี ขาว-ดำ ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีรถไฟฟ้า

ในขณะที่เด็กรุ่นนี้ ทุกอย่างรวดเร็วไปหมด เข้าถึงข้อมูลมากมายจากทุกมุมโลก ให้คุณค่ากันที่ความน่าเชื่อถือ ความเก่ง การเป็นแบบอย่างที่ดี มากกว่าความอาวุโส ดังนั้นเราจึงควร  “อ่าน – จด – ลด – เลิก”

1. อ่าน เยอะ ชีวิตใหญ่ พี่ปุ๋ม โสภิตา คนดังแห่งเพจ fatout และเป็น วิทยากรอาวุโสของเดล คาร์เนกี ได้เคยกล่าวไว้ พี่ปุ๋มอ่านหนังสือทุกด้าน อ่านเยอะมาก ทั้งไทยทั้งอังกฤษ ของสะสมของพี่ปุ๋มคือหนังสือ งานอดิเรกคืออ่านหนังสือ คลังสมบัติคือหนังสือ

2. จด จด จด คิดเชื่อมโยงกับงานของเรา หรือต่อยอดมุมมองที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับลูกค้า

3. ลด ละ ทิ้ง อัตตา หรือ Ego ของตัวเองให้ได้ Marshall Goldsmith กล่าวว่า อย่ายึดติดกับความสำเร็จ เพราะเราทำวิธีเดิมๆ อาจไม่ได้ทำให้เราสำเร็จต่อไปในอนาคต ตัวอย่างเช่น Blockbuster, Nokia หรือ ฟิล์ม Kodak ที่ตายไป

4. เลิกแบ่งแยก จัดประเภท Generation ในมุมที่จะสร้างความแตกต่างมากขึ้น เพราะจะยิ่งทำให้เรามองหาแต่ความต่าง แต่เราควรแสวงหาจุดร่วมในการอยู่ร่วมกัน เพื่อให้เราสามารถเปิดใจเข้าหากันได้มากขึ้น

นอกจากนี้ การทำงานกับน้องๆ แม้ช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้เราเห็นชัดเจนว่าใครมี “แวว” และจะประสบความสำเร็จในการทำงานได้ เราพบว่า เกรด เกียรตินิยม ความเก่งในภาษา และสถาบัน ไม่ใช่ตัวแปรหลักที่สำคัญ แต่เป็น ABCDE

1. Agility

คล่องตัว ไม่ยึดติด ยอมรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในปัจจุบันเราเห็นกับตาว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้น งานที่เราทำไป 100 บริษัทอาจหยิบมาใช้แค่ครึ่งก็ไม่ได้แปลว่าแรงงานเราจะเสียเปล่า นิสิตฝึกงานคนหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า เราต้อง over prepare หรือเตรียมตัว ค้นคว้าหาข้อมูลให้มากกว่าที่คาดหวัง เพราะเราไม่รู้เลยว่า ลูกค้าต้องการสิ่งไหน อย่าไปเสียดายว่าอุตส่าห์ทำแล้วไม่ได้ใช้ในวันนี้ เพราะเราได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองไปเรียบร้อยแล้ว

2. Business manner

ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ มีมารยาทในที่ทำงานเบื้องต้น รักษาเวลา รับผิดชอบงานของตน ไม่เล่นมือถือในเวลางาน หรือหายไปนานๆตามตัวยาก รู้กาละเทศะ

3. Curiosity

ชอบเรียนรู้ ช่างสงสัย และเป็นนักสืบค้นข้อมูล

4. Digital skill

มีความรู้ความสามารถด้านดิจิตอล คือ ไม่ต้องเก่งแบบมือโปร แค่ใช้ world excel power point แบบเบสิกได้ เปิดรับ เรียนรู้โปรแกรม และระบบ อื่นๆได้

5. Excellence

อยากทำให้ดีขึ้นเสมอ คิดต่อยอด ขอ 1 ได้ 2 ขอ 2 ได้ 3 ทำงานสำเร็จไม่ใช่แค่ให้ เสร็จ

ทุกวันนี้งานหายาก คนล้นงาน หากจะรอดได้ ต้องเริ่มเปลี่ยนตัวเอง ตั้งแต่เดี๋ยวนี้!
……….
HEALTH,

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ภัยเงียบอย่ามองข้าม

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ถือเป็นภาวะอุบัติฉุกเฉินที่พบบ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ และนับว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันของผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที

POINT OF VIEW,

กะพริบกะพริบพราว
วาวแววในแนวไพร
ลมไล้ลู่ไม้ไหว
สะท้านใบใจสะเทือน
แดดเอยอย่าเพิ่งส่อง
ต้องน้ำค้างจะรางเลือน
แดดเอยจงแชเชือน
ค่อยค่อยเคลื่อนลงช้าที
ชีวิตต้องเปลี่ยนแปลง
สู่ความแกร่งแห่งวิถี
ผ่านเวลาผ่าวารี
คุณความดีสิดำรง
กงล้อไม่หยุดนิ่ง
แท้ทุกสิ่งไม่มั่นคง
ละลดและปลดปลง
คือรู้เท่าและรู้ทัน

“พราวน้ำค้างยามเช้า”
อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

CR ภาพ – อนันต์

โชติสุนันท์

LIVING,

สูตรกุ้งถังระเบิด เมนูซีฟู้ดสุดฮอต ส่วนผสมได้ง่าย เน้นวัตถุดิบตามชอบ

สวัสดีจ้า บทความนี้มาพร้อมความหิวล้วนๆ เนื่องจากเล่นโซเชียลแล้วเห็นเพื่อนแชร์ว่าไปทาน กุ้งถัง กุ้งถังเป็นเมนูที่แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้วค่ะ

SOCIAL,

ชัยชนะของผู้ที่เคยแพ้ (The Winning Of The Fall)

จากช่วง 7:30 ที่ผมนำเสนอไปในรายการ Mission Daily Report เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม ผมเอามาโพสต่อให้ในนี้สำหรับคนที่อยากดูซ้ำอีกทางนะครั

ถ้าถามว่าความพ่ายแพ้แบบไหนที่เจ็บปวดที่สุด 1 ในนั้นก็น่าจะเป็นการแพ้โดยที่เราคิดว่าต้องชนะแน่ๆ

เพราะความพ่ายแพ้แบบนี้มักจะทำให้คนๆนั้นรู้สึกล้มเหลวและเจ็บปวดจนไม่อยากจะลุกขึ้นมาทำมันอีกครั้ง

ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 2003 และ 2005 ทีมวิ่งผลัด 4×100 ม. หญิง ทีมชาติไทย ประกอบด้วย ภัสสร จักษุนิลกร, ณีรนุช กล่อมดี, ลภัสภร ถาวรเจริญ และ นงนุช แสนราช คว้าแชมป์ของการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชีย ได้ถึง 2 สมัยซ้อน

ซึ่งผลจากการคว้าแชมป์กรีฑาทวีปเอเซียได้ 2 สมัยติดต่อกัน ทำให้ทีมลมกรดหญิงชุดนี้ ได้รับการจับตามองจากสื่ออย่างมาก ในฐานะตัวเต็งที่จะซิวเหรียญทอง มหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2006 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ให้กับทัพนักกีฬาไทย

นอกจากนี้ ทีมลมกรดหญิงไทยในตอนนั้น กำลังอยู่ช่วงที่สุดยอด ทั้งสภาพร่างกาย, ความมั่นใจ รวมถึงฟอร์มการวิ่ง แถมเคยเอาชนะทีมคู่แข่งที่จะได้เจอกันในเอเชี่ยนเกมส์หนนั้นมาแล้วทั้งสิ้น

แต่ทว่าพอลงแข่งจริง จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม แต่พวกเธอกลับทำได้ไม่ดีพอ ทำให้จากเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าเหรียญทองได้แน่ๆ กลับวิ่งเข้าเป็นแค่ที่ 3 ซึ่งจะได้แค่เหรียญทองแดง ซึ่งถือว่าน่าผิดหวังอย่างมาก

แต่มันไม่ใช่แค่นั้น

จังหวะรับส่งของไม้ 3 ต่อไม้ 4 ของ ภัสสร จักษุนิลกร และ นงนุช แสนราช เกิดการฟาวล์เพราะรับไม้ล้ำเส้นที่กำหนด ทำให้จากที่ได้ที่ 3 ก็ยังดี กลายเป็นถูกปรับแพ้ไปเลย

“หลังเปลี่ยนชุดเสร็จ เราเดินออกจากห้องคนแรก ได้เจอกับ กรรมการท่านหนึ่ง ที่เป็นคนไทย เดินมาบอกว่า ‘ทีมเอ็งฟาวล์นะ’ เท่านั้นแหละ เราเข่าทรุดลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น ลุกไม่ขึ้นเลย” นงนุชเล่า


“ช่วงนั้นแค่มีใครพูดว่า ‘ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเอเชียนเกมส์สมัยหน้า ค่อยกลับไปแก้ตัว’ เราจะร้องไห้ออกมาเลย เพราะสำหรับเรา มันอีกตั้ง 4 ปีเลยนะ เราไม่รู้ว่าตัวเองจะยังมีโอกาสกลับไปแก้ตัวอีกไหม ตอนนั้นอายุเราก็เริ่มมากแล้วด้วย” ณีรนุชเสริมต่อ


แต่ท้ายที่สุด ด้วยความพยายามและการไม่ยอมแพ้ บวกกับทีมเวิร์กอันสุดยอดเพราะซ้อมกันอย่างรู้ใจมาเป็นเวลาหลายปี สตาฟฟ์โค้ชจึงตัดสินใจสรุปเลือก ภัสสร จักษุนิลกร, ณีรนุช กล่อมดี, ลภัสภร ถาวรเจริญ และ นงนุช แสนราช 4 นักวิ่งผลัดผู้ที่ล้มเหลวอย่างไม่มีชิ้นดีในการแข่งขันคราวที่แล้ว ออกไปแก้ตัวลุยศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2010 ที่จีนอีกสมัย

แต่ครั้งนี้ที่ต่างออกไปก็คือ พวกเธอไม่ใช่ตัวเต็งอีกแล้ว เพราะต้องเจอกับตัวเต็งอย่างทีมไต้ฝุ่นหญิงจีนซึ่งนอกจากจะได้ผลพวงจากเสียงเชียร์จากชาวจีนกว่าพันล้านคนเพราะแข่งในบ้านตนเองแล้ว ก็ยังพ่วงตำแหน่งแชมป์เก่าอีกด้วย

ยังไม่พอ ขนาดแข่งในบ้านจีนแท้ๆ ตัวที่เต็ง 1 กว่ากลับเป็นญี่ปุ่นที่เป็นแชมป์ตัวจริงวิ่งผลัด 4×100 เอเซียปีที่ผ่านมา และมีนักวิ่งเหรียญทอง 100 ม.หญิงลงวิ่งเป็นเพชรฆาตไม้สุดท้าย

ทีนี้เราจะไปดูกันครับ ว่าสุดท้ายแล้วการแข่งขันในวันนั้นเกิดอะไรขึ้น นงนุช แสนราช ไม้ 4 ผู้สวมวิญญาณเพชรฆาตวิ่งไล่กวดจนแซงนักวิ่งจากจีนเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากการแข่งขันว่า

” แว่บหนึ่งเรามีความรู้สึกว่า จีน เขากระชากไม้ 4 ออกตัวไปแล้ว ถ้าตามปกติ มันคงยากที่แซงได้ ก็พยายามพีคฟอร์มของตัวเองวิ่งให้ดีที่สุด”

“แต่วันนั้นมันเหมือนไม่ใช่ตัวเอง มีความรู้สึกที่เหมือนมีคนผลักให้ไปข้างหน้า เหมือนมีพลังมากกว่าพิเศษ วิ่งไปได้สักพักก็เริ่มรู้สึกเหมือนเรากำลังจะวิ่งหลุดผ่าน จีน ไปได้ อีกประมาณ 50 เมตร กำลังจะถึงเส้นชัย”

ผลงานชิ้นเอกของทั้ง 4 คน ส่งผลให้เพลงชาติไทยบรรเลงกระหึ่มในสนามแข่งขัน และทีมวิ่งผลัด 4×100 เมตร หญิงทีมชาติไทยก็สามารถแก้ตัวคว้าเหรียญทอง เอเชี่ยนเกมส์ 2010 ได้สำเร็จจริงๆ หลังเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 44.09 วินาที และบินกลับประเทศไทย ในฐานะฮีโร่หญิงของประเทศ และเป็นเหรียญทองเพียงเหรียญเดียวของทีมนักกรีฑาไทย

ฉากแห่งความสำเร็จ และเรื่องราวอันน่ายกย่องนี้ คงไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หากเมื่อพวกเธอทั้ง 4 คน ถอดใจและยอมแพ้ให้กับความล้มเหลวในการแข่งขันครั้งก่อน และไม่ตั้งใจซ้อมกับมีสมาธิให้มากกว่าเดิมเพื่อจะคว้าโอกาสในการกลับมาแก้ตัวอีกครั้ง


ผมอยากให้เรื่องราวนี้ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่แพ้หรือเคยแพ้ ไม่ว่าจะพบเจอกับอะไรก็ตามโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างก็ประสบกับความยากลำบากเช่นในตอนนี้ ลองควานหาศักยภาพของตัวเอง และนำมันออกมาใช้และไม่ยอมก้มหัวกับโชคชะตา หรือความพ่ายแพ้ง่ายๆ ถึงมันจะหนักหนา แต่ถ้าเราพยายามและอดทนมากพอ วันข้างหน้าก็อาจเป็นวันของเรา


และสุดท้าย คุณอาจจะวิ่งแซงโชคชะตาเข้าเส้นชัย เหมือนที่นงนุช แสนราช วิ่งแซงนักกีฬาจากจีนเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ก็เป็นได้ครับ

#asiangames2010
#ทีมกรีฑาหญิงไทย

HEALTH,

ลำไส้..สมองที่สองของมนุษย์

Y

ou are what you eat

วันก่อนผู้เขียนได้อ่านบทความสุขภาพน่าสนใจอันนึง เขียนเกี่ยวกับลำไส้ไว้อย่างกะชับ เข้าใจง่ายมาก ขออนุญาติแชร์บทความดังนี้ค่ะ

ลำไส้ของเรา มีเซลล์ประสาทหลายล้านเซลล์ และนั่นคือเหตุผลที่ลำไส้ได้ฉายาว่าเป็น “สมองที่สอง” ของมนุษย์ ระบบย่อยอาหารของเรา มีหน้าที่มากกว่าการย่อยอาหารที่เรากิน จำนวนจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้

สุขภาพลำไส้ที่ดีขึ้นของเรามีส่วนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น และช่วยแก้ปัญหาสุขภาพจิต ได้อีกด้วย เพราะ :-

1. ลำไส้ มันเป็นระบบประสาทอัตโนมัติ

ดร. เมแกน รอสซี นักโภชนาการ ซึ่งได้ปริญาญาเอกสาขาสุขภาพลำไส้ กล่าวว่า “ระบบลำไส้ของเรา ต่างไปจากอวัยวะอื่นในร่างกาย ตรงที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวมันเอง มันตัดสินใจเองได้โดยอัตโนมัติ และไม่ต้องรอให้สมองสั่งการว่าจะต้องทำอะไร” การทำงานที่เป็นอิสระของลำไส้ เรียกว่า ระบบประสาทลำไส้ (enteric nervous system — ENS) ซึ่งเป็นระบบย่อยในระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system — CNS) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะอาหารและ…ลำไส้เพียงอย่างเดียว ระบบนี้จะคล้ายกับเครือข่ายของเซลล์ประสาท ที่โยงใยกันเป็นร่างแหอยู่ในกระเพาะ และระบบย่อยอาหาร

2. ราว 70% ของเซลล์ภูมิคุ้มกันร่างกายของเรา อาศัยอยู่ในลำไส้

ดร. รอสซี บอกว่า นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมสุขภาพลำไส้จึงมีความสำคัญในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเรา เพื่อต่อสู้กับโรคต่าง ๆ การมีปัญหากระเพาะและลำไส้ ทำให้มีโอกาสที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ง่ายขึ้นอีกด้วย

3. 50% ของอุจจาระ คือ แบคทีเรีย

ของเสียจากร่างกายเรา ไม่ใช่มีแค่กากอาหารเท่านั้น แต่ยังมีแบคทีเรียจำนวนมาก ที่ส่งผลดีต่อร่างกาย จากการวิจัยพบว่าการขับถ่าย 3 ครั้งต่อวันในแต่ละคนไปจนถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ในแต่ละคนถือว่าเป็นเรื่องปกติของแต่ละคน เพราะระบบย่อยอาหารที่เป็นปกติ ของแต่ละคนนั้น ไม่เหมือนกัน แต่ อย่างไรก็ตาม ถ้าขับถ่ายได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง น่าจะมีความปลอดภัยสูงกว่า

4. อาหารที่หลากหลาย…เป็นผลดีต่อจุลินทรีย์ในลำไส้

ลำไส้ของเรา เป็นแหล่งจุลินทรีย์นับล้านล้านตัว พวกมันมีความสำคัญในการช่วยย่อยสารอาหารบางชนิด จุลินทรีย์แต่ละกลุ่ม กินอาหารที่แตกต่างกัน ดังนั้น การกินอาหารที่หลากหลาย จึงช่วยทำให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้น และทำให้สุขภาพทั่วไปดีขึ้นไปด้วย ผู้คนซึ่งกินอาหารเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ก็จะทำให้กลุ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ไม่หลากหลาย และไม่แข็งแรง สุขภาพจึงมักมีปัญหาในระยะยาว

5. ลำไส้มีความเชื่อมโยง…กับอารมณ์

ดร. รอสซี กล่าวว่า ความเครียด มีผลกระทบต่อลำไส้ : “วิธีที่ฉันใช้อยู่ คือ ฉันจะแนะนำให้คนไข้ของฉันทำสมาธิ 15–20 นาทีต่อวัน หลังจากที่พวกเขาทำต่อเนื่องทุกวัน เป็นเวลา 3–4 สัปดาห์ จนกลายเป็นนิสัย ฉันสังเกตเห็นว่า พวกเขามีสุขภาพดีขึ้นเพียงเพราะทำสมาธิเช่นนั้น” “การบรรเทาความเครียด จึงเป็นเรื่องที่สำคัญต่อลำไส้มาก” เพราะสารเซโรโทนิน (serotonin) ประมาณ 80–90% เกิดขึ้นจากบริเวณทางเดินอาหาร สารเซโรโทนิน เป็นสารสื่อประสาททางเคมี ที่ส่งผลต่อการทำงานหลายอย่างของร่างกาย รวมถึงการเคลื่อนไหวของลำไส้ นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับอาการผิดปกติทางจิตใจด้วย การมีความเครียดติดต่อกันเป็นเวลานาน จะลดระดับของสารเซโรโทนินลง และส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ของเราได้ รวมถึงความสุขระดับความกังวล และ อารมณ์ ทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้

6. ถ้าคุณเชื่อว่า อาหารบางชนิดไม่ดีต่อตัวคุณ คุณก็จะมีอาการผิดปกติขึ้น

คนบางคนมีอาการปวดท้องง่าย แต่ ดร. รอสซี ระบุว่า การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า ถ้าคุณเริ่มกลัวอาหารบางชนิด คุณก็จะป่วย ถ้าคุณกินมันเข้าไป ความเชื่อนั้น…ทำให้เกิดปัญหาลำไส้ได้มาก แม้อาหารนั้น ไม่เป็นพิษ แต่ มีคนมาบอกว่า มันเป็นพิษ แล้วคุณคิดว่า มันเป็นพิษจริง คนที่คิดว่าเป็นพิษ เมื่อกินเข้าไป ก็ป่วยได้ โดยอาหารหม้อเดียวกันนั้น อีกคนเชื่อว่า ไม่เป็นพิษ ไม่ปรากฏอาการอะไร เพราะ ในอาหารหม้อนั้น ไม่เป็นพิษจริง ความเชื่อ จึงเป็นตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่ง

7. คุณพัฒนาสุขภาพลำไส้ของคุณให้แข็งแรงได้

คุณพัฒนาสุขภาพลำไส้ของคุณ ให้แข็งแรงได้ ดังต่อไปนี้ :-

  • กินอาหารที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ อย่ากินซำ้ๆ กินผลลไม้ก่อนอาหาร ลดเนื้อสัตว์ทานถั่ว เต้าหู้แทนโปรตีน
  • จัดการกับความเครียด…ในแบบของคุณ เช่น การทำสมาธิ, การพักผ่อน, ออกกำลังกาย การฝึกจิต หรือ ฝึกโยคะ อ่านธรรมะ ฟัง/ร้องเพลง ปล่อยวาง เป็นต้น
  • ถ้าคุณมีปัญหาลำไส้อยู่แล้ว ให้หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ คาเฟอีน นำ้อัดลม และอาหารรสเผ็ด …เพราะการรับประทานอาหารเหล่านี้…จะช่วยทำให้ปัญหาแย่ลง มื้อคำ่อย่าทานหนัก ตื่นนอนดื่มนำ้1–2แก้ว
  • พยายามปรับปรุงการนอน การวิจัยพบว่าการนอนดึกเลย5ทุ่ม เป็นการรบกวนวงจรของจุลินทรีย์ในลำไส้ไปด้วย

รู้ว่าลำไส้สำคัญอย่างไรต่อร่างกายแล้ว เราควรจะดูแลลำไส้ของเราด้วยนะคะ  พบกันใหม่ ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ


(credit : https://www.bbc.com/thai/international-45709419) , photo by : webmedi.com

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com