ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
SOCIAL,

ชีวิตคุณ สมดุลแค่ไหน ?

เรื่อง work-life balance หรือสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานเป็นเรื่องที่พูดถึงกันมานาน จริงๆแล้วตั้งแต่ Generation X (เกิดปี 2508-2522*) เข้าสู่โลกการทำงานเลยทีเดียว เพราะเป็นกลุ่มที่เริ่มจากเห็นพ่อ-แม่ของพวกเขาที่เป็นรุ่น BabyBoomer (เกิดปี 2489-2507*) ทำงานหนัก ทุ่มเทสร้างครอบครัว และต้องการให้ลูกสบายเพราะไม่อยากให้ลำบาก จากที่เห็นคนรุ่นปู่ย่าตายาย หรือพ่อแม่ของ Baby Boomer ต้องสร้างฐานะในยุคหลังสงคราม

เรื่อง work-life balance หรือสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานนี้เป็นความต้องการ การเรียกร้อง และ Feedback ที่เราเห็นในแบบสำรวจขององค์กรต่างๆ เป็นประเด็นที่ลูกจ้างมีกับองค์กร

และก็เป็นคำถามหนึ่งที่ผู้สมัครงาน มักจะถามตอนมาสัมภาษณ์งาน

แล้วคำตอบของเรื่องนี้คืออะไร

ดังคำกล่าวที่ว่า หากเราตั้งคำถามที่ถูกต้องจะทำให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง

..

มาดูกันว่าเราจะหาสมดุลของชีวิตได้จากที่ไหน

บางคนมีความเชื่อต่าง ๆเหล่านี้

..

ชีวิตคืองาน งานคือชีวิต

ชีวิตคือลูกและครอบครัว

เงินคือพระเจ้า

งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข

ทำงานให้หนักและสนุกให้สุด หรือ Work hard, Play hard

ชีวิตนี้สั้นนัก ต้องใช้ชีวิตให้สุด หรือ YOLO

..

แล้วความเชื่อที่ถูกต้องคือ อะไร

..

ความสมดุลของชีวิตอยู่ที่เราเลือก Jack Welch อดีต CEO GE บริษัทยักษ์ใหญ่ ได้เคยกล่าวไว้ว่า “สมดุลชีวิตและการทำงานไม่มีอยู่จริง มีแต่การเลือกสมดุลเรื่องงานและชีวิต ในแบบที่คุณต้องการ และทุกการเลือกมีผลของมันเสมอ”

..

มีผู้บริหารอายุน้อยร้อยล้านท่านหนึ่ง “เลือก” ใช้ชีวิตที่สุด Productive ด้วยการตื่นตี 5 มาสวดมนต์ ออกกำลังกาย 7:00 ทานอาหารเช้า พร้อมกับอ่านหนังสือพิมพ์ ในช่วงการเดินทางไปที่ทำงานก็ฟัง Podcast พอถึงที่ทำงานก็ทำงาน ประชุมปกติ เที่ยง และเย็น พยายามมีนัดกับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจคนสำคัญ หากไม่มีนัดเลิกงานก็จะออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ฟัง podcast ทบทวนตัวเอง นอน 23:00

..

มีพนักงานคนหนึ่ง ออกจากบ้านตี 5:30 ส่งลูกไป โรงเรียน นั่งคุยกับลูกระหว่างการเดินทาง ถึงที่ทำงานตนเอง 7:00 เลิกงาน 16:00 ระหว่างวันใช้เวลากับเพื่อนพนักงาน เจ้านาย ประชุม ทำงาน ปกติ 16:00 รับลูก กลับบ้าน ทานข้าว ได้คุยกับลูกตั้งแต่ในรถ ได้ดูแลให้ทำการบ้าน และพาเข้านอน 20:00 มีเวลาส่วนตัว 22:00-เที่ยงคืน ตอบกลับ email ที่มีคนส่งมาให้ในช่วงเย็น วางแผนงานในวันรุ่งขึ้น เข้านอน

..

พนักงานขายคนหนึ่ง ทำงานหนัก ทุ่มเท ทำจนดึก เพื่อพยายามทำยอดขายในแต่ละเดือนให้จบในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน และเพื่อจะขอหัวหน้างานลา 1 สัปดาห์ในทุกๆเดือนเพื่อเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ หรือต่างจังหวัดเสมอ

..

จากตัวอย่างข้างต้นนี้ หากถามว่าชีวิตของใครดีที่สุด?? เมื่อถามผิดคงได้คำตอบที่ผิด!!

..

แต่หากถามว่าแล้วชีวิตคุณ สมดุลแค่ไหน

..

คุณ “เลือก” สมดุลชีวิตและการทำงานของคุณแล้วหรือยัง และคุณมีสติกับการเลือกใช้ชีวิตแบบนั้นหรือไม่

..

คุณเท่านั้นที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด

 

#WorkLifeBalance #WorkLifeChoice #LiveIntentionalLife

HEALTH,

โรคเบาหวาน หากดูแลไม่ดี อาจเสี่ยงตัดขา !

รู้หรือไม่ โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศ และทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กอ้วน ผู้ใหญ่อ้วน จะมีโอกาสเป็นเบาหวานได้สูง  โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นเบาหวาน จะพบบ่อยมากที่สุด  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า ตัวเลขปี 2562 ประชากรชาวไทยวัยผู้ใหญ่ป่วยเป็นเบาหวานมากถึง 4.8 ล้านคน และมักเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมาจากวิถีชีวิตแบบเนือยนิ่ง โรคอ้วน และอายุที่มากขึ้น

อัตราการเสียชีวิตชาวไทยที่ป่วยเป็นเบาหวานมีมากถึง 200 รายต่อวัน คาดการณ์จะสูงมากขึ้นถึง 5.3 ล้านคนภายในปี 2583

ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษาได้ไม่ดีพอ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไต และการถูกตัดเท้า หรือ ขา !

โรคเบาหวาน ภาวะเบาหวาน เสี่ยงโรค เสี่ยงตัดขา ผลตรวจเลือด

ระบบร่างกายควบคุมน้ำตาลในเลือดได้อย่างไร ?

เป็นเรื่องปกติที่ภายหลังมื้ออาหาร ระดับน้ำตาลจะสูงขึ้น เมื่อน้ำตาลสูงขึ้น มันจะไปกระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งฮอร์โมนอินซูลินเข้าสู่กระแสเลือด และนำน้ำตาลไปใช้เพื่อเผาผลาญให้เป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง โดยจะเก็บสะสมในรูปไขมัน (หรือเรียกว่า ไตรกลีเซอไรด์) ที่เนื้อเยื่อไขมันตามใต้ผิวหนัง และหน้าท้อง  ในกรณีที่ผู้อ่านบางท่าน ต้องการอดอาหารเพื่อรักษารูปร่างไม่ให้อ้วน  ร่างกายเรานั้นก็สามารถสร้างน้ำตาลเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยที่คนปกติ มีน้ำตาลในเลือด (กลูโคส) หลังอดอาหารนานกว่า 8 ชั่วโมง มีค่าอยู่ที่ 60 – 110 มก./ดล

ทำไม เพศหญิง เป็นเบาหวานมากกว่าเพศชาย

เบาหวาน ยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับที่ 9 ของผู้หญิงทั่วโลก (ข้อมูลจากสหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ)  เพราะไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป เอนจอยสนุกกับเมนูรสหวาน ไม่ว่าจะเป็น ชานมไข่มุก บิงซู ไอศกรีม เครื่องรสหวาน ขนมเค้ก และอีกมากมายอีกเพียบเอ่ยไม่หมดค่ะ ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณเกินความต้องการในแต่ละวัน

เบาหวาน เกิดจากสาเหตุอะไร ?

เกิดจากความผิดปกติในกระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ซึ่งเจ้าตัวอินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่สร้างโดยตับอ่อน และมีหน้าที่ในการส่งต่อน้ำตาลในเลือด ไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายได้เพียงพอ และถ้าเกิดภาวะดื้ออินซูลิน จะทำให้ไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ทำให้เป็นเบาหวาน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดเบาหวาน มีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นเบาหวาน, ความอ้วน ขาดการออกกำลังกาย และภาวะความเครียดทำให้เนื้อเยื่อของร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินไม่ดีนัก, อายุที่มากขึ้น ทำให้ตับอ่อนมีการสร้างอินซูลินน้อยลง หรือ การใช้ยาบางชนิด ในกรณีที่ใช้ยาไปนาน ๆ จะมีโอกาสเป็นเบาหวานได้ เช่น กลุ่มยาสเตียรอยด์ ฯลฯ

น้ำตาล ของหวาน โรคเบาหวาน ภาวะเบาหวาน เสี่ยงโรค เสี่ยงตัดขา

จริงอยู่ เบาหวาน โดยเริ่มแรกๆ คนที่เป็นเบาหวาน แทบจะไม่รู้สึกตัว หรือ ทราบว่าตัวเองเป็นเบาหวาน หากไม่สังเกตให้ดี จะไม่ทราบเลยว่าตัวเองนั้นเป็นอยู่ ซึ่งกว่าจะมารู้ตัวอีกที อาการเริ่มรุนแรงขึ้น ต้องใช้เวลานานในการรักษา ต้องคอยหมั่นสังเกตตัวเองบ่อย ๆ ว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงหรือไม่  ดังนี้ :-

  • หิวน้ำบ่อย

ต้องเข้าใจกลไกในร่างกายของเรา ในการเปลี่ยนน้ำตาล ในเลือดให้เป็นกลูโกส เพื่อใช้เป็นพลังงานให้กับเซลล์ต่าง ๆ ตรงจุดนี้เองคนเป็นเบาหวานจะผิดปกติ ทำให้ร่างกายแทบไม่สามารถนำน้ำตาลเลือดไปใช้ได้ จนเกิดการสะสมน้ำตาลในเลือด และถูกขับออกมาพร้อมปัสสาวะ  ทีนี้ พอร่างกายขาดพลังงาน จึงทำให้ หิวบ่อย ร่างกายต้องการน้ำมากกว่าปกติ ผู้ป่วยจึงมีอาการหิวน้ำบ่อย และดื่มน้ำครั้งละมาก ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะบ่อยด้วย

  • ปัสสาวะบ่อย

ความเด่นชัดของเบาหวาน ประการหนึ่งคือ ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาทำงานตอนกลางวัน หรือ ตอนกลางคืน และบางราย ปัสสาวะหนักมากช่วงตอนกลางคืน ทำให้ตื่นบ่อย  หนักกว่านั้น ทำเอา นอนไม่หลับ แถมต้องลุกไปเข้าห้องน้ำปัสสาวะอีก  ถึงแม้ว่า อาการปัสสาวะบ่อย มีด้วยกันอยู่หลายสาเหตุ  จึงขอแนะนำให้สังเกตุที่ตัวปัสสาวะตัวเองว่า มีมดขึ้น ภายหลังปัสสาวะหรือไม่ ถ้ามี ควรรีบปรึกษาแพทย์

  • เหนื่อย เพลีย ง่าย

อาการอ่อนเพลียง่าย เหนื่อยง่าย และบางครั้งทำเอาน้ำหนักตัวลดอย่างรวดเร็วอย่างไร้สาเหตุ  อย่าเพิ่งดีใจนะคะ ว่า ลดน้ำหนักเป็นผลสำเร็จแล้ว เพราะบางครั้งอาจไม่ใช่  การที่มีน้ำตาลในเลือดสูง ร่างกายจำต้องพยายามช่วยสลายพลังงานออกมาจากไขมัน และกล้ามเนื้อที่มี เพื่อนำพลังงานมาใช้ นี้คือสาเหตุว่าทำไม น้ำหนักตัวลดฮวบ ภายใน 2-3 เดือน ทั้ง ๆ ที่ทานก็บ่อย  ต้องสังเกตร่างกายตัวเราเองดี ดี นะคะ

  • แผลหายช้า

ข้อนี้ชัดเจน หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า คนเป็นเบาหวาน บาดแผลจะหายช้ากว่าปกติ และอาจจะลุกลาม ติดเชื้อได้ง่าย จากบาดแผลเล็ก ๆ จะกลายเป็นบาดแผลใหญ่ เพราะติดเชื้อ จนเกิดโรคแทรกซ้อน ค่อนข้างพบบ่อย

  • ชา ตามปลายมือ ปลายเท้า

อาการชา คืออะไร ต้องบอกว่า อาการชา เป็นอาการผิดปกติของระบบประสาทรับความรู้สึก บางครั้งเกิดขึ้นตามอวัยวะบางส่วน หรือ ทุกส่วนของร่างกาย แต่ทั้งนี้ อาการชา ตามปลายมือ ปลายเท้า ของเบาหวาน จะเริ่มจากปลายนิ้วเท้าก่อน แล้วค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาที่ปลายนิ้วมือ และอาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ทำไมเป็นเบาหวานแล้ว ต้องเสี่ยงถูกตัดขา ?

ถือเป็นประเด็นที่น่าใจทีเดียว  แม้ว่า สถิติผู้ป่วยเบาหวานที่ถูกตัดขาในประเทศไทย ยังมีจำนวนน้อย แต่ก็เป็นปัญหาที่สร้างความวิตกกังวล เครียด กลัว ให้กับผู้ป่วยเบาหวานไม่น้อย อีกทั้ง ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นเบาหวานส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการป้องกันดูแลตัวเขาเอง โดยเฉพาะเน้นในเรื่องการดูแลเท้า และรักษาแผลให้ถูกวิธี  ทีนี้ เรามาเข้าประเด็นของการตัดขา  ซึ่งสาเหตุของการตัดขาในผู้ป่วยเบาหวาน คือ อาการเท้าชา ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดตีบตันในขา ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงเท้าไม่พอ จึงทำให้เกิดบาดแผลเรื้อรัง เกิดการติดเชื้อบ้าง พอติดเชื้อ แผลก็จะเน่า ดังนั้น การดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวานจึงจำเป็นและสำคัญมาก เพื่อป้องกันการเกิดแผลซ้ำ ปัญหาอยู่ที่ว่า ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ยังขาดความตระหนักถึงสัญญาณอันตรายนี้ !

โรคเบาหวาน ภาวะเบาหวาน เสี่ยงโรค เสี่ยงตัดขา

รองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

เล่าจากประสบการณ์เพื่อนรุ่นพี่ของผู้เขียนหลายท่าน ก็ป่วยเป็นเบาหวาน และคุมอาการอยู่ โดยการเพิ่มวินัยอย่างเคร่งครัด (มาก) ในการเลือกอาหารในการรับประทาน (กลัวตายมั้ง เพราะเคยมีระดับในน้ำตาลในเลือดมากถึง 200) เท่านั้นยังไม่พอ  ยังเลือกการตัดรองเท้า ที่รองรับสรีระเท้าตัวเองมากกว่าซื้อรองเท้าทั่ว ๆ ไปใส่  ทราบหรือไม่ว่า ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นแผลแล้วหายกลับมาใส่รองเท้าปกติ มีโอกาสเป็นแผลซ้ำถึง 83% ซึ่งมีสถิติในไทยพบ 1 ใน 11 คนไทย เป็นเบาหวานมักมีปัญหาระบบปลายประสาทอักเสบ ทำให้เกิดแผลที่เท้า ติดเชื้อ แผลเป็นหนอง ซึ่งเป็นความโชคดีว่า ปัจจุบันในประเทศไทยเรา มีคลินิกสุขภาพเท้าออกแบบมาสำหรับผู้ป่วยโดยเฉพาะ  ผู้เขียนเคยเห็นคลินิกสุขภาพเท้าที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์ (สามารถทักมา อีเมล์ส่วนตัวได้ เพราะเพื่อนผู้เขียนใช้บริการตัดรองเท้าที่นี่หลายท่าน)  ซึ่งถ้าได้สวมรองเท้าที่ได้รับการออกแบบมาเฉพาะ จะช่วยทำให้สุขภาพเท้าดีขึ้น และลดความเสี่ยงในการถูกตัดเท้าน้อยลงอีกด้วย

อีกแพทย์ท่านหนึ่งที่เชี่ยวชาญในเรื่องการดูแลสุขภาพเท้าคือ นพ.สิทธิ์พงษ์ มีภักดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้า Podatrist จากประเทศออสเตรเลีย  ท่านได้กล่าวอย่างน่าสนใจผ่านสื่อกรุงเทพธุรกิจ เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า “คนไทยที่ไปเรียนด้านเท้าที่ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่เมื่อจบการศึกษา ก็จะตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเลย อาจจะด้วยเหตุผลเพราะว่าประเทศไทย ยังไม่เห็นความสำคัญเรื่องของเท้า ทั้ง ๆ ที่หากมอบในเรื่องของการตลาด ก็ยังมีแนวโน้มไปในทางดีอยู่ แต่จากการทำงานที่คลินิกสุขภาพเท้า เห็นได้ชัดเจนเลยว่า นวัตกรรมจะช่วยให้คนไข้ได้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข” การได้รับการใส่รองเท้าสุขภาพที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยลดความเสี่ยงที่จะถูกตัดเท้าลงมา  จากงานวิจัยของ King’s College ของประเทศอังกฤษ รายงานว่า ผู้ป่วยที่ใส่รองเท้าพิเศษสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน มีโอกาสเกิดแผลซ้ำเพียง 17% เท่านั้น

อ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นว่า ผู้ป่วยเบาหวาน จำเป็นต้องดูแลสุขภาพตัวเอง ด้วยการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และถ้าจำเป็นต้องใช้ยา ควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ เพราะถ้าทานยาลดน้ำตาลมากเกินไป  ก็อาจเกิด “ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ” ได้  และควรควบคุมน้ำตาลในระดับที่ปลอดภัย เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับเบาหวานได้อย่างรื่นรมย์ และมีความสุข “เบาหวาน ป้องกันได้ ง่ายนิดเดียว” พบกันใหม่ฉบับหน้า  สวัสดีค่ะ

……….

(เครดิต  :  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง, นพ.สิทธิ์พงษ์ มีภักดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้า Podatrist จากประเทศออสเตรเลีย, www.healthline.com, www.site.google.com/site/diabetesinolder/, www.i-kinn.com)

บทความที่น่าสนใจ

ภัยใกล้ตัว น้ำตาลในเลือดสูง พุ่งสูงปรี๊ดด เหตุเพราะชานมไข่มุก !

ไข้หวัดใหญ่กับเบาหวาน ภัยร้ายของโรคอันตรายที่ต้องรู้ !

7 อาหารลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาหาร ป้องกันเบาหวานได้ชะงัด

BUSINESS,

สรุปข้อคิดจากปรัชญา

สรุปข้อคิดจากความเรียบง่ายตามปรัชญาญี่ปุ่น
ส่งท้ายปีกับซีรี่ย์หนังสือ
“อิคิไก คินสึงิ วะบิซะบิ”
.
วันนี้จะขอสรุปแนวคิดของแต่ละเล่ม
แล้วมาลงรายละเอียดกันในสัปดาห์ถัดไปนะคะ
.
อิคิไก เขียนโดย Héctor García & Fraces Miralles
นักเขียนชาวสเปนที่หลงรักวิถีเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น
อิคิไก คือ เหตุผลการมีชีวิตอยู่ของคนเรา
ในหมู่บ้านที่มีคนอายุยืนมากที่สุดบนเกาะโอะกินาวา
มีอิคิไกซึงเป็นกุญแจสำคัญแห่งความเยาว์วัย
.
คินสึงิ เขียนโดย Tomás Navarro
จิตแพทย์ชาวสเปนผู้ให้คำปรึกษาและแนะนำสุขภาพด้านอารมณ์
คินสึงิ คือ ศิลปะโบราณของญี่ปุ่น
สำหรับใช้ซ่อมแซมสิ่งของที่ชำรุดเสียหาย
เปรียบได้กับชีวิตคน ชีวิตแตกหักได้เสมอ
แต่ก็สามารถเยียวยารักษาได้ถ้ารู้วิธี
.
วะบิซะบิ เขียนโดย Beth Kempton
นักเขียนผู้เข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง
วะบิซะบิ มีอยู่แล้วในตัวของทุกคน
เพราะมันคือธรรมชาติของชีวิต
ถือเป็นหนังภาคศูนย์ ที่ช่วยอธิบายความรู้สึกในใจเรา ต่อสรรพสิ่งรอบตัว
.
อิคิไก คินสึงิ วะบิซะบิ ปรัชญาที่สอดประสานกันในชีวิต
เกิดเป็นความสุขของการมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริง
ติดตาม #DollyDailySummary เพิ่มเติมได้ใน Blockdit นะคะ
SOCIAL,

“ไม่ใช่แค่พรีเซนต์ได้..แต่พรีเซนต์โดน”

สรุปหนังสือ “ไม่ใช่แค่พรีเซนต์ได้แต่พรีเซนต์โดน”
9 วิธีการ เปลี่ยนนักพูดยอดแย่ เป็นนักพูดชั้นเยี่ยม
เขียนโดย SUSAN M. WEINSCHENK นักพูดที่มีชื่อเสียงฉายา “The Brain Lady”
สรุปโดย ลูกเพจ คุณ Supawan Oatthy
LIVING,

สูตรเต้าส่วนข้าวโพด มะพร้าวอ่อน เมนูทำง่ายประโยชน์เพียบ

เต้าส่วนข้าวโพดมะพร้าวอ่อน หรืออีกชื่อที่หลายคนอาจเรียกว่า “ข้าวโพดเปียก”  ซึ่งเป็นขนมไทยอีกชนิดหนึ่งที่ทำได้ง่าย

POINT OF VIEW,

o บอบบางแสนบางระบม ห่มฟ้าท้าฝน       แต่เจ้ายังทนท้าทาย ค่อยคลี่ใบค่อยคลาย ออกหนวดอวดสาย
พาดกายไปตามเกลียว                               กระหวัดรัดร้อยคอยเลี้ยว ตำลึงตรึงใบไล้เรียว
เกาะเกี่ยวเกรียวกรูคู่ไป                              อาศัยพฤกษาอื่นไซร้ เหมือนค่าหามีไม่
แต่อุดมไปด้วยคุณ                                     ทุกชีวาค่าถ้วนล้วนหนุน คุณค่าก่อเกิดด้วยเกื้อกูล
สูญดับไปไม่เสียดายตน                             “ตำลึง”  ณ ริมรั้วข้างทางแห่งหนึ่ง

                                                        …………

CR ภาพ – อนันต์

โชติสุนันท์

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com