ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
SOCIAL,

“ไม่ต้องฉลาด ก็อ่านปัญหาได้ขาดกว่าคนอื่น”

สรุปหนังสือ “ไม่ต้องฉลาดก็อ่านปัญหาได้ขาดกว่าคนอื่น”
รู้ขั้นตอน ใช้เทคนิค แก้อุปสรรค สร้างนิสัย
เขียนโดย โคมิยะ คาสุโยชิ ที่ปรึกษาด้านการบริหารมือหนึ่งของญี่ปุ่น
สรุปโดย ลูกเพจ คุณ Proud Techahuasingh
WORK CLINIC,

EP 17 : เป็นคุณจะจ่ายไหม ?

สมัยที่ยังเป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทที่สังกัด ณ เวลานั้น หนึ่งในกิจกรรมประจำปีคือการจัดโครงการรับนิสิต/นักศึกษาฝึกงาน (internship) โดยมีเงื่อนไขว่าผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนเฉลี่ย (GPA) ตั้งแต่ 3 ขึ้นไปและกรอกใบสมัครมาได้น่าสนใจ ว่าจุดประสงค์ของการเข้าร่วมคืออะไร คาดหวังว่าจะได้รับอะไร โดยมีรายละเอียดแจ้งกำหนดการ และกิจกรรมต่างๆ ระหว่างฝึกงาน รวมถึงการนำเสนอผลงานของกลุ่มต่อหน้าผู้บริหาร ณ วันสิ้นสุดโครงการ โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบของทุนการศึกษาด้วยจำนวนหนึ่ง

กิจกรรมดังกล่าวก็ผ่านไปได้ด้วยดี จนมีอยู่ปีหนึ่ง ที่มีนักศึกษาผู้ผ่านการคัดเลือกคนหนึ่ง แทบไม่มาร่วมกิจกรรม มีข้ออ้างสารพัด แต่เพื่อนในกลุ่มก็ยินดีให้คงชื่อไว้ แม้จะทราบว่าในวันจบโครงการก็อาจจะมาร่วมนำเสนอผลงานไม่ได้ คำถามง่ายๆ จากทีมงานของดิฉัน คือ “เราควรจะยังคงจ่ายค่าตอบแทนให้น้องคนนี้มั้ยคะ?”

คำตอบในใจของคุณคืออะไรและเพราะอะไรคะ

  • ไม่จ่าย เพราะนักศึกษาคนนี้ไม่มาร่วมกิจกรรม
  • ไม่จ่าย เพราะบริษัทไม่ได้อะไรจากนักศึกษาคนนี้
  • จ่าย ตามหน้าที่ของบริษัท
  • จ่าย เพราะตั้งงบไว้แล้วต้องใช้ให้หมด
  • ข้อมูลไม่เพียงพอจะตัดสินใจ

หากคิดตามหลักความยุติธรรรมของการต่างตอบแทน ก็ควรจะตอบ ก. หรือ ข. แต่ในความเป็นจริง โจทย์ข้อนี้ ไม่ต่างอะไรกับการจ้างงานพนักงานแต่ละคนของบริษัท ลองฟังดูนะคะ แล้วลองคิดอีกครั้งว่าท่านจะตอบข้อไหน

ในการจ้างงานแต่ละครั้ง ฝ่ายบุคคลก็ทำได้แค่เพียง อ่านข้อมูลอันสวยหรูที่ไม่รู้ว่าส่วนไหนจริง ส่วนไหนพูดไม่หมด และไม่มีใครใส่ข้อมูลด้านลบ เช่น ไม่รับผิดชอบ ไม่สนใจงานของส่วนรวม เป็นหน้าที่ของฝ่ายบุคคลที่ต้องพยายามค้นหาสัญญาณต่างๆ ในช่วงของการสัมภาษณ์งาน ซึ่งก็มักไม่เกิน 1 ชั่วโมง แล้วจะต้องตัดสินใจ เลือกผู้สมัครที่ดูดีที่สุดที่มีในมือ หรือต้องประกาศรับสมัครเพิ่มเติม โดยส่วนใหญ่ก็ไปรอใช้สิทธิช่วงทดลองงานในการสังเกตและประเมินพฤติกรรมและความสามารถที่แท้จริงของพนักงานเข้าใหม่แต่ละคน และหลายๆ ครั้ง ก็ไม่สามารถบอกปฏิเสธได้เนื่องจากหาคนที่ดีกว่าแทนไม่ได้ จำใจต้องยอมรับประสิทธิภาพการทำงานที่ต่ำกว่าที่คาดหวังไว้จากเมื่อตอนอ่านใบสมัคร

แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าพนักงานหลายคนทำงานได้ไม่ถึงความคาดหวัง แต่ก็ไม่มีบริษัทใดที่สามารถวัดออกมาเป็นตัวเงินได้ชัดเจนรายวันได้ว่าพนักงานแต่ละคนพึงได้ค่าตอบแทนจริงเท่าไหร่ เพราะในมุมของพนักงาน ถือว่า ตนพึงได้ไม่ต่ำกว่า เงินเดือน หรือ ค่าจ้างตามสัญญาจ้าง สิทธิของนายจ้างตามกฎหมายที่พอจะทำได้ คือมักเสนอเงินเดือนที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วจ่ายเพิ่มแก่ผู้ที่ทำงานได้ถึงระดับที่บริษัทพึงพอใจ หรือใช้วิธีสะท้อนผ่านผลประเมินประจำปีที่ผูกกับโบนัส

ย้อนกลับมาที่กรณีตัวอย่างของนักศึกษาฝึกงานนี้ ดิฉันตัดสินใจจ่ายค่าตอบแทน ด้วยเหตุผลที่ว่า บริษัทพึงทำตามหน้าที่ที่แจ้งไว้ตามที่ประกาศต่อสาธารณชน และนักศึกษาผู้นั้นก็มีอดีตหรือผลการเรียนที่ทำให้เราอุปมาได้ว่าเป็นที่น่าสงเสริมให้ได้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของโครงการดังกล่าว เพราะในช่วงเวลาอันสั้นและด้วยงบประมาณที่ไม่ได้มากนัก บริษัทเองไม่ได้คาดหวังว่าผลการศึกษาของนักศึกษาฝึกงานจะนำไปสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากนาก เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้สัมผัสประสบการณ์จริงในการทำงานเสียมากกว่า

เคสตัวอย่างนี้ ดิฉันก็มักนำไปใช้ในการจัดปฐมนิเทศน์ให้กับพนักงานใหม่ เพื่อให้ได้แง่คิดว่า พนักงานใหม่ ก็คล้ายกับ นักศึกษาฝึกงานคนหนึ่งที่ได้รับการจ้างที่อัตราเงินเดือนหนึ่งอันเนื่องมาจาก “กรรมเก่า” หรือผลการเรียนหรือประสบการณ์การทำงานในอดีต เมื่อได้เริ่มทำงานแล้ว บริษัทคงไม่สามารถจ่ายเงินเพิ่มให้กรณีที่ทำงานมากเป็นพิเศษ หรือขอเรียกเงินคืนในวันที่อู้งานแบบรายวันได้ ทุกคนมีสิทธิ์จะทำงานแค่พอให้สมกับค่าตอบแทนที่ได้รับ หรือทำงานไปพร้อมๆ กับพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ เพื่อจะมีโอกาสทำได้ดีขึ้นในการต่อรองค่าตอบแทนของตนเองในครั้งต่อไป

กรณีของนักศึกษาผู้นั้น แม้เขาจะได้รับค่าตอบแทนไปเหมือนๆ คนอื่น ทั้งๆ ที่แทบไม่ได้ร่วมกิจกรรม แต่สิ่งที่ต่างกันคือ หากเขากล้าระบุลงในประวัติของตนว่าเคยมาฝึกงานที่บริษัท ดิฉันก็กล้าให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาแก่บริษัทที่ติดต่อมาสอบถามว่าพฤติกรรมเขาเป็นอย่างไร

……….

โดย ดร.วรัญญา อัจฉริยะชาญวณิช

Change Tutor – นักพัฒนาดาวเด่นในองค์กรแบบพุ่งเป้า

Founder & Managing Director, Wintegrate 99 Co., Ltd.

DCP 266/19, Certified Project Management Professional of PMI

ผู้แต่งหนังสือ The Change Tutor – จะเรียกดิฉันว่าหมอดูก็ได้ถ้าคุณยอมเปลี่ยน

27/10/2563

LIVING,

สูตรขนมกล้วยไร้แป้ง ทำง่ายประโยชน์เพียบ

ใครกำลังมองหา สูตรขนมหวานที่เป็นขนมให้พลังงาน แต่แคลอรี่น้อยบ้าง ขอเสียงหน่อยจ้า  เรามีสูตรขนมกล้วย ขนมไทยที่ทุกคนรู้จัก ขนมแคลอรี่ต่ำสามารถลดความอยากขนมหวานเวลาที่เราต้องการควบคุมน้ำหนักได้ ซึ่งเมนูที่ว่านี้บอกเลยว่าคนที่กำลังมองหาเมนูขนมคลีนๆ อยู่ต้องห้ามพลาด เพราะเป็นอีกเมนูที่เรียกได้ว่า ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด แทบไม่มีสารปรุงแต่งและสีผสมอาหารใดๆ แถมไร้แป้งอีกด้วย รับรองว่าทำไม่ยากไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันจ้า

สูตรขนมกล้วยไร้แป้ง ทำง่ายประโยชน์เพียบ

ส่วนผสม

  1. กล้วยน้ำว้าสุก 9 ลูก : มีน้ำตาลน้อยกว่ากล้วยชนิดอื่น ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด มีกากใยสูงช่วยให้อิ่มไว และช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
  2. ข้าวโอ๊ตแบบละเอียด 100 กรัม : เบต้ากลูแคนที่อยู่ในเส้นใยของข้าวโอ๊ตสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันอาการง่วงนอนในช่วงสายของวันได้อีกด้วย
  3. งาขาวคั่วและงาดำคั่ว 1 ช้อนชา :ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด สามารถป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้
  4. เมล็ดอัลม่อนหรือเพิ่มธัญพืชได้ตามชอบเลยค่ะ : เมล็ดอัลม่อน บำรุงประสาท บำรุงสมอง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนอย่างโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ในปริมาณสูงค่ะ
  5. นมอัลม่อน 50 กรัม : มีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับคนที่ควบคุมน้ำตาล

วิธีทำ

  1. นำกล้วยน้ำว้าสุกปอกเปลือกใส่ถ้วยผสม ใช้มือบีบกล้วย(ใส่ถุงมือด้วยนะคะ) หรือจะใช้ซ้อมบี้กล้วยจนเป็นเนื้อเดียวกัน

2.  เมื่อกล้วยเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว นำข้าวโอ๊ตแบบละเอียดเทลงไปผสมคนให้เข้ากัน (ข้าวโอ๊ตให้พลังงานที่สูงจึงไม่ควรใส่เยอะ แต่เป็นพลังงานดีนะคะ) ถ้าใครชอบเนื้อขนมแน่นๆสามารถใส่เพิ่มได้ตามความชอบเลยค่ะ

3.  เติมงาขาวคั่ว งาดำคั่ว เมล็ดอัลม่อนหรือใส่ธัญพืชได้ตามชอบ คนส่วนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

4.  เติมนมอัลม่อนเล็กน้อย คนให้เข้ากันอีกรอบแล้วพักไว้ประมาณ 10 นาที เพื่อให้ข้าวโอ๊ตพอกตัวขึ้น

5.  นำแม่พิมพ์ขนมทาด้วยน้ำมันมะพร้าวกันขนมติดพิมพ์หรือใช้กระดาษไขรองแทน ตักส่วนผสมทั้งหมดใส่พิมพ์นำไปนึ่ง 10-15 นาที เวลาการนึ่งแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความหนาของขนมค่ะ

6.  เมื่อขนมกล้วยสุกยกออกจากซึ้งนึ่ง ตัดแบ่งพร้อมรับประทานค่ะ

เคล็ด(ไม่)ลับ

  1. กล้วยน้ำว้า 1 ลูกให้พลังงาน 60 แคลอรี่ มีน้ำตาลธรรมชาติอยู่ 3 ชนิด ทั้ง ซูโครส ฟรุคโทส และกลูโครส รวมไปถึงเส้นใยและกากอาหาร และอุดมด้วย วิตามินบี 6 แมกนีเซียมและโพแทสเซียม
  2. ที่เลือกใช้กล้วยน้ำว้าสุก เพราะเราจะใช้ความหวานจากกล้วยที่สุกแทนน้ำตาลและสีขนมของเราก็จะสวยด้วยค่ะ
  3. ข้าวโอ๊ตให้พลังงานสูง ไม่ควรใส่เยอะเพราะเราก็ได้พลังงานจากกล้วยน้ำว้าด้วยอยู่แล้ว
  4. ข้าวโอ๊ตไม่ควรทานดิบ ควรทำให้พองหรือสุกก่อนทาน
  5. เมื่อขนมนึ่งสุกแล้วไม่ควรเอาไว้ในซึ้งนึ่งนาน เพราะไอน้ำจากฝาจะหยดลงมาในขนมทำให้เนื้อขนมแฉะและเสียง่ายค่ะ

เมนูนี้ ให้พลังงานแคลอรี่โดยเฉลี่ยที่ 82 แคลอรี่ต่อชิ้นนะคะ ถ้าควบคุมน้ำหนักอยู่ไม่ควรทานเยอะวันละ 1 ชิ้นก็   เพียงพอต่อร่างกายแล้วค่ะ ในอาทิตย์หน้าเราจะมีเมนูอะไรมาให้ชมอีก โปรดติดตามกันด้วยนะคะ

………….

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ประโยชน์กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยอันไหนดีต่อสุขภาพมากที่สุด

กล้วยทําให้อ้วนไหม สรุปกินกล้วยช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ?

จับคู่อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่ควรกินคู่กัน ยิ่งกินยิ่งสุขภาพดี

HEALTH,

อาหารผู้สูงอายุ เลือกอย่างไร ไม่ให้น่าเบื่อ ?

A

ging Society

อาหารผู้สูงอายุ เป็นอาหารที่มีความสำคัญและจำเป็นจะต้องให้ใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะการทานอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะวัยผู้สูงอายุ ที่มีการเสื่อมถอยของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อและฟัน มีผลทำให้การบดเคี้ยวอาหาร หรือ กลืนอาหารเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงทำให้ต้องเลือกทาน นอกจากจะต้อง “อร่อย” แล้วยังเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนอีกด้วย  คำถามก็คือว่า เราควรปรุงอาหารอย่างไรให้การกินอาหารสำหรับผู้สูงอายุเป็นเรื่องง่าย  โดยอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการปรุงอาหาร หรือแม้กระทั่งเพื่อลดปัญหาที่ผู้สูงอายุเผชิญกับภาวะการกลืนอาหารลำบาก หรือ แม้กระทั่ง เกิดสำลักอาหารบ่อย (ซึ่งกรณีหลัง ถือเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุเสียชีวิตกันเลยทีเดียว)

อาหารผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุ คนแก่

สังคมผู้สูงอายุของไทย

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประมาณประชากรของประเทศไทย 2553 – 2583 ระบุว่า ประชากรของไทย จะเพิ่มขึ้นจาก 66.5 ล้านคน ในปี 2563 เป็น 67.2 ล้านคนในปี 2571 หลังจากนั้นประชากรจะลดลงในอัตราร้อยละ -0.3 ต่อปี ซึ่งในปี 2583 คาดประมาณว่าจะมีประชากรทั้งหมดประมาณ 65.4 ล้านคน

โดยในจำนวนประชากรดังกล่าว พบว่า ประชากรผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ในปี 2563 มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุ 12 ล้านคน (18%) เพิ่มเป็น 20.42 ล้านคน (31.28 %) ในปี 2583 โดยในปี 2562 เป็นปีแรกที่จำนวนประชากรวัยเด็กเท่ากับประชากรผู้สูงอายุที่ 11.3 ล้านคน หลังจากนั้น จำนวนประชากรวัยเด็ก จะน้อยกว่าผู้สูงอายุมาโดยตลอด

เช่นเดียวกับอัตราส่วนของวัยแรงงานต่อผู้สูงอายุก็ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยในปี 2563 มีวัยแรงงาน 3.6 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คน และในปี 2583 ลดลงเหลือวัยแรงงาน 1.8 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนพึ่งพิงของผู้สูงอายุต่อวัยแรงงานเพิ่มจาก 27.7 ต่อวัยแรงงาน 100 คนในปี 2563 เป็น 56.2 ต่อวัยแรงงาน 100 คนในปี 2583

ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ

ปี 2564 ทั่วโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ เมื่อเราเห็นอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผู้สูงวัย จึงถือว่ากลุ่มผู้สูงวัยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก และมีความต้องการครอบคลุมไปยังหลายธุรกิจ ส่งผลให้ที่ผ่านมามูลค่าตลาดในกลุ่มผู้สูงอายุสูงถึง 107,000 ล้านบาทต่อปี โดยแบ่งเป็น Product มูลค่าแตะ 7 หมื่นล้าน และที่เหลือเป็นมูลค่าตลาดด้านการบริการ (Service)

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจใหม่เกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผุ้สูงอายุ ที่เห็นชัด ๆ คือ ธุรกิจเรียลเอสเตท หลังจากปี 2564 การเติบโตของตลาดผู้สูงอายุจะมากขึ้นถึง 15 – 20 % ต่อปี และจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยธุรกิจเรียลเอสเตท จะมุ่งเน้นสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งมูลค่ามหาศาล และในอนาคตอันใกล้ ก็จะมีโครงการที่พักอาศัยที่เป็นรูปแบบให้ผู้สูงอายุอยู่ และมีพยาบาล แพทย์ ดูแลตลอด 24 ชม. มีเฮล์แคร์ เรียกได้ว่าครบทุกกระบวนความสะดวกสบาย และปลอดภัยเต็มรูปแบบ

อาหารผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุ คนแก่

ผู้สุงอายุยุคใหม่ ไม่พึ่งลูกหลาน

โฟกัสมาที่เรื่องการเงิน ปัจจุบันผู้สูงอายุเริ่มมีสัดส่วน 20% ของประชากรทั้งหมด อย่างที่บอกว่าไว้ข้างต้นว่า กลุ่มผู้สูงอายุยุคใหม่นี้ เป็นกลุ่มผู้มีศักยภาพทางการเงินสูง เริ่มเป็นคนที่มีกำลังซื้อ เริ่มวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณ โดยไม่รบกวนลูกหลาน มีการซื้อกองทุน บริหารเงิน การวางแผนท่องเที่ยวแบบชาญฉลาด เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตยามเกษียณมีความสุขมากขึ้น  แม้กระทั่งในยุคนี้ AI ที่มีหุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ถือเป็นสิ่งที่ผู้สุงอายุชื่นชอบมาก เพราะจะได้มีเพื่อนเล่น ไม่เหงา แถมมีผู้ช่วยที่ไม่ขี้บ่น และช่วยเหลือตลอด 24 ชม. ไม่รู้เหนื่อย

เทรนด์การแพทย์เปลี่ยนจากรักษา เป็นป้องกัน

โควิด ทำให้นวัตกรรมการดูแลสุขภาพพัฒนาไปอย่างเร็วมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Telemedicine หุ่นยนต์เอ ไอ ที่ช่วยให้อ่านฟิลม์เร็วขึ้น โรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย ก็มีให้บริการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง มีประสิทธิภาพแม่นยำ ถือเป็นเทรนด์โลกที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังพัฒนากันต่อไป

ชีวิตไฮเทคขึ้น เมื่อสูงวัย

ไม่ว่าจะมี Ai เข้ามามีบทบาทในชีวิตสังคมไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ลูกหลานก็สามารถดูแลผู้สูงอายุผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่นการมีระบบแจ้งเตือนการหกล้ม, การติดวงจรปิดเชื่อมต่ออินเตอร์เนตส่งสัญญาณจากบ้านไปยังสมาร์ทโฟนมือถือ, การมีแพทย์ทางไกล รวมถึงมีนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ รวมถึงอุปกรณ์ในห้องน้ำที่ออกแบบมาให้เหมาะกับผู้สูงอายุในยุคนี้

อาหารผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุ คนแก่

Health and Wellness  ผู้สูงอายุเลี่ยงน้ำตาล

นับเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดี ที่ผู้สูงอายุที่มีลูกหลานอินเทรนด์ในเรื่องสุขภาพ จะเตือนและเอาใจใส่ในการดูแลสุขภาพ โดยเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา ยิ่งช่วงโควิด ยิ่งทำให้กระแสคนยิ่งดูแลสุขภาพกันมากขึ้น โดยเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูง  ห่วงโรค NCD ที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงของคนเมือง แถมนวัตกรรมใหม่สามารถสร้างโปรตีนจากพืชแทนสัตว์ เน้นทานอาหารที่ปลอดไขมันทรานส์  สด สะอาด  ปลอดภัย และต้องหาซื้อได้สะดวก และแน่นอน สถิติตัวเลขแจงแล้วว่า กลุ่มเพศหญิงวัย 35 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่ดูแลสุขภาพตัวยงเลยทีเดียว !

อาหารผู้สูงอายุ ควรเลือกอย่างไร

คำนิยามของผู้สูงวัย คือบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และแน่นอน การเปลี่ยนแปลงภายในของร่างกายจะเป็นไปในด้านเสื่อมสลายมากกว่าการเสริมสร้างใหม่ การทำงานของระบบประสาทจะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้สูงอายุ มีปัญหาอย่างมาก เช่น ฟันผุ (หรือไม่มีฟันทั้งปาก ต้องใส่ฟันปลอมเพื่อใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร) ต่อมน้ำลาย หลั่งสารน้ำลายลดน้อยลง มีผลทำให้การบดเคี้ยวอาหารภายในปากเป็นไปได้ไม่ดี  หรือจะเป็นเมื่ออาหารมาถึงกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก มีปัญหาการย่อย และการดูดซึม เพราะน้ำย่อยในกระเพราะอาหาร และลำไส้เล็กมีน้อย อาหารก็ไม่ค่อยย่อย และเมื่อผ่านลำไส้ใหญ่ ก็จะเกิดการสะสมเกิดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ และอาจปล่อยแก๊ซทำให้ท้องอืดได้ ส่งผลให้ท้องผูก เนื่องด้วยผู้สูงอายุ ไม่ค่อยเคลื่อนไหว แทบไม่ค่อยออกกำลังกาย

กินอย่างไร อุ่นใจวัยเก๋า

อาหารผู้สูงอายุ ต้องได้รับการดูแลอาหารในแต่ละมื้อ กินแล้วได้ประโยชน์ ได้สารอาหารที่เหมาะสมกับวัยนี้ เพราะอาหารผู้สูงวัยเพื่อทุกคำ คือสุขภาพที่ดี

  • เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย
  • สารอาหารครบถ้วน
  • รสไม่จัดจ้าน
  • แต่ละมื้อ เป็นผักครึ่งจาน
  • ดื่มนมวันละ 1 -2 แก้ว

โดยสามารถแบ่งชนิดหมวดอาหารผู้สูงอายุได้ 5 หมวด

  • หมวดที่ 1 เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง

เพื่อเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกาย โดยจะเน้นเป็นเนื้อปลา จะเหมาะมากกับผู้สูงอายุ เพราะย่อยง่าย ไม่ทำให้ท้องอืด ไข่ไก่ ควรเป็นไข่ต้มสุก นมพร่องมันเนย เป็นอาหารที่ให้แคลเซียมและโปรตีน ส่วนถั่วเมล็ดแห้ง เป็นอาหารที่ให้โปรตีนสูง ใช้ทานแทนเนื้อสัตว์ได้เลย เช่น พวกเต้าหู้

  • หมวดที่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล

ถ้าเอ่ยถึงพวกข้าว แป้ง เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรท เป็นกลุ่มที่ให้พลังงาน ฉะนั้น ควรทานในปริมาณพอดี ไม่ควรทานมากเกินไป เพราะจะกลายเป็นน้ำตาล และไขมันในร่างกายเกิดปัญหาโรคตามมาได้

  • หมวดที่ 3 ผักต่าง ๆ

ผักถือเป็นสารอาหารที่มีไฟเบอร์ และอุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุมากมาย แนะนำผู้สูงอายุทานผักหลากหลายชนิดรวมกัน เน้นการต้มผักสุก (ไม่ควรทานผักดิบ) เพราะจะทำให้ย่อยง่าย และไม่ท้องอืด

  • หมวดที่ 4 ผลไม้ต่าง ๆ

ถือเป็นหมวดที่แนะนำผู้สูงอายุ ควรทานผลไม้ได้ทุกชนิด และทุกวันเพื่อให้ได้วิตามินซี และกากใยอาหารให้เพียงพอ  ควรเลือกผลไม้ที่หวานน้อย เนื้อนุ่ม ทานง่าย เช่น กล้วยน้ำว้า  มะละกอ ฯลฯ

  • หมวดที่ 5 ไขมัน และน้ำมันพืช

เน้นการใช้น้ำมันพืชปรุงอาหาร เช่นน้ำมันถั่วเหลือง หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันสัตว์ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก เช่นเนื้อติดมัน  อาหารจำพวกทอดน้ำมัน ต่าง ๆ

ผู้สูงอายุ กับ อุปกรณ์ช่วยการกินอาหาร

ผู้สูงอายุบางท่านอาจมีปัญหาด้านการจับอุปกรณ์ทานอาหาร (ผู้เขียนเอง มีประสบการณ์โดยตรงจากคุณแม่ ที่เป็นโรครูมาตอยด์ ทำให้ข้อมือ – นิ้วมือ คุณแม่เปลี่ยนรูปไป ทำให้เป็นอุปสรรคในการรับประทานอาหาร เช่นการจับช้อน – ส้อม) หรือผู้สูงอายุที่ขยับมือได้ไม่ถนัด ไม่คล่อง หรือไม่สามารถตักอาหารเองได้ ปัจจุบัน มีอุปกรณ์การกินอาหารสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะค่ะ  เพื่อลดความเครียดระหว่างการกินอาหาร  (บางครั้ง อาจพาลไม่อยากทานอาหารไปเลยก็มี) ซึ่งแน่นอน ผู้สูงอายุแต่ละท่านก็มีความต้องการใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างกัน  เช่นช้อนส้อม ที่มีด้ามจับขนาดใหญ่ จับได้ถนัดมือ หรือโค้งงอ ตามความถนัดของข้อมือผู้สูงอายุ , ตะเกียบติดสปริง ช่วยให้การคีบตะเกียบ ออกแรงน้อยลง

ภาชนะบรรจุอาหาร ก็มีส่วนทำให้ผู้สูงอายุทานอาหารได้ง่ายขึ้น และไม่สำลัก เช่นแก้วที่มีปากทรงรี ด้านหนึ่งของแก้วเว้าลงไปเพื่อไม่ให้จมูกชนขอบแก้ว ผู้สูงอายุจึงไม่ต้องก้มหน้าจนลึกเพื่อดื่มน้ำ  กันในเรื่องสำลักน้ำ, จานที่ตักอาหารง่าย โดยขอบด้านหนึ่งมีขอบสูงตั้งขึ้นมา เพื่อให้ตักอาหารง่ายขึ้น เป็นต้น

อาหารสุขภาพ อาหารผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุ คนแก่

อาหารผู้สูงอายุ ควรเลี่ยงอาหารอะไร ?

  • ขนมเหนียว ๆ พวกขนมเปียกปูน ขนมชั้น  ขนมปั้นหวาน ฯลฯ
  • เนื้อสัตว์ที่เคี้ยวยาก
  • ผักที่มีก้าน หรือ ใบแข็ง
  • เห็ดบางชนิด เช่นเห็ดเข็มทอง เพราะจะติดฟันปลอม หลุดกลืนเข้าคอได้ หรือแม้กระทั่งขนมกุยฉ่าย เป็นขนมที่มีเนื้อแป้งเหนียว ก็ควรหลีกเลี่ยง
  • ของหมักดอง ที่มีกลิ่นแรง ทำให้สำลักได้ง่าย
  • อาหารที่เป็นผง เช่น งาบด ผงส้มหวาน ทำให้ผู้สูงอายุสำลักผงก่อนกลืนได้
  • อาหารที่เป็นประเภทเส้น เช่น วุ้นเส้น เส้นหมี่ ที่มีเส้นยาว

สรุป

ทุกครั้งที่เราได้ทานอาหารที่ชอบ ได้ลิ้มรสอาหารที่อยากทาน เหล่านี้คือความสุขในการรับประทานที่เราทุกคนสรรค์หา แต่ทว่า ผู้สูงอายุที่มีความลำบากในการทานอาหาร ความสุขตรงนี้อาจหายไป ญาติหรือผู้ดูแล สามารถช่วยให้ความสุขในการรับประทานอาหารกลับมาได้  โดยการเลือกอาหารที่ท่านโปรดปราน  เป็นอาหารเหมาะสมกับผู้สูงอายุ เลือกใช้อุปกรณ์ตัวช่วยในการทานอาหาร อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือ  ผู้สูงอายุที่ทานข้าวคนเดียวเป็นประจำ มักจะรู้สึกโดดเดี่ยว ทำให้อยากอาหารน้อยลง ทานอาหารได้น้อยลง (อันนี้เรื่องจริง)  ครอบครัวควรจัดเวลาทานอาหารกับผู้สูงอายุเป็นประจำ และถ้าเป็นไปได้ ควรทานข้าวด้วยกันทุกวัน ทำให้ท่านไม่รู้สึกโดดเดี่ยว  พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

………..

(เครดิต :  www.hindawi.com/journals.com , www.wur.nl/en/Dossiers/file/Food-Nutrition-for-elderly.htm,

https://www.nutraingredients-asia.com/Article/2018/10/11/Food-for-the-elderly-in-China-Authorities-to-regulate-definition-labelling-and-ingredients-for-the-first-time, www.i-kinn.com)

บทความที่น่าสนใจ

9 เมนูลดน้ำหนัก แคลอรี่ต่ำ ไม่อ้วนชัวร์ !

ถั่วนัตโตะ ลดไขมันในเลือด ได้จริงหรือ ?

เคล็ดลับ กินอย่างไรไม่ให้อ้วน ช่วง Lock Down อยู่บ้าน

 

SOCIAL,

เมื่อเราไม่เข้าใจกัน..

วันนี้การบ้าน การเมือง มันดูยุ่งไปหมด ไหนจะเรื่องที่บ้าน งาน สุขภาพ โควิดยังไม่ไป งานยังไม่เข้า ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว และคนรอบข้างก็ดูแย่ลง เพียงเพราะเราต่างก็เจอปัญหา ต่างคนต่างไม่มีเวลา …แม้แต่จะฟัง! หากชีวิตที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ ลองดูวิธีปรับความเข้าใจข้างล่างนี้ เพื่อให้วันนี้เราไม่ต้องเป็นคนสุดท้ายที่เขาอยากจะคุยด้วย

1. ไม่วิพากษ์ วิจารณ์ ประณาม บ่น ต่อว่า – หากเริ่มด้วยอะไรที่ลบๆแล้วอย่าหวังว่าเขาจะเปิดหูฟัง คนในครอบครัวยังไม่อดทนแล้วกับคนนอกบ้านใครจะเปิดใจ

2. ชื่นชมอย่างจริงใจ – จริงเหรอที่คนๆนั้นไม่มีอะไรดีเลยแม้เพียงซักข้อหนึ่ง ลองมองคนข้างๆอย่างจริงใจ เปิดใจ หาข้อดีของเขาแล้วเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีด้วยการชื่นชม เพราะสิ่งนั้นจะประทับใจเขาได้นานพอๆกับบาดแผลจากการถูกว่า

3. กระตุ้น จูงใจในความต้องการของเขา – หากเราห้าม ไม่ให้ลูกทำสิ่งต่างๆโดยไม่บอกเหตุผล หรือ สั่งให้เขาทำในสิ่งที่เขาไม่ต้องการความร่วมมือที่คุณได้อาจกลายเป็นการฝีนใจ
และนั่นจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์แย่ลง

4. สนใจผู้อื่นอย่างจริงใจ – ถ้าเขาคือคนที่คุณแคร์ หรือควรจะแคร์ การสนใจเขาอย่างจริงๆใจจะช่วยให้คุณได้เรียนรู้และรู้จักคนคนนั้นมากขึ้น

5. ทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญและทำด้วยความจริงใจ หากสิ่งนี้เป็นเป้าหมายในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นของคุณแล้ว คนข้างๆของคุณย่อมรู้สึกได้เช่นกัน

ความสัมพันธ์ก็เหมือนต้นไม้ ที่ต้องเริ่มปลูกตั้งแต่วันนี้ เพราะอีก 20 ปี ถึงจะโต และแข็งแรง โชคดีที่เราไม่ต้องรอนานขนาดนั้น วันนี้เริ่มได้เลย แล้วดูผลที่จะเกิดในวันพรุ่งนี้

…………

SOCIAL,

สรุปหนังสือ “ฉายเดี่ยว”

สรุปหนังสือ “ฉายเดี่ยว”
22 วิธีเติมพลังชีวิตสนิทกับตัวเอง
แนวทางใช้ชีวิตอย่างมีอิสระและเข้มแข็งให้ถูกทาง
เขียนโดยYoshihiko Morotomi ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตบำบัด
สรุปโดย ลูกเพจ คุณ Anya Ae
……….
Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com