ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
WORK CLINIC,

ปั้นตนเป็น “อภิสิทธิชน” สายออร์แกนิก

เมื่อพูดถึงคำว่า “อภิสิทธิชน” เรามักจะนึกถึงคนดัง นักการเมือง เศรษฐี และผู้ติดตามบุคคลเหล่านั้น ซึ่งทำให้หลายคนคิดว่าตนคงไม่มีโอกาสจะได้เป็น  วันนี้ดิฉันจึงอยากถอดบทเรียนจากผู้ใหญ่หลายท่านทั้งภาคธุรกิจ และข้าราชการที่ในวันนี้ถือเป็น อภิสิทธิชน ที่ได้รับการยอมรับ ให้เกียรติ และเกรงใจในวงการทำงานของท่านเหล่านั้นว่า ที่จริงแล้ว คนธรรมดาอย่างดิฉันและท่านผู้อ่านก็สามารถกลายเป็นอภิสิทธิชนได้ แบบยั่งยืนและภาคภูมิใจ

ก่อนอื่น ต้องขอกำหนดนิยามก่อนว่า อภิสิทธิชน ในความหมายของดิฉัน หมายถึง การได้รับการอนุเคราะห์ ความร่วมมือ หรือ สิทธิพิเศษ ในรูปแบบใดก็ได้ ที่ดีกว่า คนอื่นๆ ในระดับอายุ หรือ ระดับตำแหน่งงานเดียวกัน 

ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเอง เช่น การที่เราเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ธรรมดา แต่ได้รับรอยยิ้ม การทักทาย การช่วยหาที่จอดรถดีๆ จากพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ไม่ได้รับ อย่างนี้ก็น่าจะถือว่า เราได้เป็นอภิสิทธิชนแล้วเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมงานระดับเดียวกัน

สิ่งที่อภิสิทธิชนสายออร์แกนิก ที่ดิฉันรู้จัก มี 3 เรื่องที่ทำมาอย่างต่อเนื่องเหมือนกัน คือ

  1. เป็นผู้มีอัธยาศัยดี ต่อคนทุกระดับทั้งภายในองค์กรของตน และองค์กรภายนอกที่เกี่ยวเนื่องอย่างจริงใจและต่อเนื่อง จนเมื่อเวลาผ่านไป คนเหล่านั้นเติบโตกลายเป็นคนสำคัญขององค์กรต่าง มิตรภาพที่เคยสะสมมาอย่างยาวนาน ทำให้ตนได้รับการต้อนรับและสามารถขอคำปรึกษา และขอความอนุเคราะห์ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป
  2. เป็นพนักงานที่ดีขององค์กร ตั้งใจรับผิดชอบหน้าที่ของตนตามระดับตำแหน่ง ไม่เสียเวลากับการวิจารณ์ผู้อื่น หรือเล่นการเมืองในองค์กร เมื่อผลงานเป็นที่ประจักษ์และมีแต่คนพูดถึงแต่แง่ดี ก็จะมีแต่ผู้อยากร่วมงานด้วย อันจะส่งผลให้มีโอกาสได้แสดงความสามารถและได้รับความไว้วางใจมากขึ้น และเติบโตในองค์กรเร็วขึ้น จะได้มีโอกาสติดตามผู้บริหารไปในโอกาสพิเศษต่างๆ
  3. เป็นผู้มีจิตอาสา ยินดีทำงานเพื่อสาธารณะ ยิ่งเป็นงานที่ต้องแก้ปัญหาสังคม ภัยพิบัติ หรือ การเป็นวิทยากรให้ความรู้ ก็ยิ่งจะได้รับการต้อนรับ และความช่วยเหลือตอบแทน อย่างไม่ต้องพึ่งตำแหน่งที่เป็นทางการใดๆ

ดิฉันมั่นใจว่า การทำเพียง 3 เรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และอย่างจริงใจ ในเบื้องต้น ท่านจะรู้สึกภูมิ และในระยะยาวท่านจะกลายเป็นอภิสิทธิชน อย่างแน่นอน โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากใคร

แต่มีคำเตือนอยู่ว่า หากส่วนผสมของทั้ง 3 เรื่องนั้น ไม่สมดุลกันแล้วหล่ะก็ ความเป็นอภิสิทธิชนของท่านก็อาจจะเป็นเฉพาะในส่วนที่ท่านให้ความสำคัญเช่นกัน หรือในกรณีที่ไม่ทำในบางด้านเลย ท่านอาจพบว่าความเป็นอภิสิทธิชนของท่าน ขาดความยั่งยืน หรือ ขาดความภาคภูมิใจ จริงหรือไม่ลองสังเกตบุคคลรอบตัวท่านดู เมื่อเห็นด้วยกับดิฉันแล้ว ก็ลงมือปลูกและดูแลความเป็นอภิสิทธิชนของท่านดูนะคะ

โดย ดร.วรัญญา อัจฉริยะชาญวณิช

Change Tutor – นักพัฒนาดาวเด่นในองค์กรแบบพุ่งเป้า

Founder & Managing Director, Wintegrate 99 Co., Ltd.

DCP 266/19, Certified Project Management Professional of PMI

ผู้แต่งหนังสือ The Change Tutor – จะเรียกดิฉันว่าหมอดูก็ได้ถ้าคุณยอมเปลี่ยน

POINT OF VIEW,

เจ้าคือมิ่งไม้หมดจด
งามหยาดหยดเป็นยองใย
“เทียนนกแก้ว” กลีบก่ำระบำไหว
แดงไล้ชมพูขาวพราวพวง
ขอบใบจักละเอียดลออตา
ดอกน้อยนี้มีค่าน่าแหนหวง
เริงร่ายประปรายกระจายดวง
ดอยหลวงเชียงดาวยามหนาวเยือน

“เทียนนกแก้ว”
ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่

CR ภาพ – อนันต์

โชติสุนันท์

HEALTH,

5 โรคยอดฮิตวัย 50 ปี ที่ทุกคนต้องระวัง ปัญหาสุขภาพที่พบในผู้สูงอายุ

“อายุมากขึ้น โรคภัยจะเริ่มถามหา” ถือเป็นคำกล่าวที่ไม่อาจปฏิเสธความจริงได้เลย  ยกตัวอย่างแบบใกล้ตัวเลย ผู้เขียนเคยเดินออกกำลังกายแค่นี้ แล้วไม่เหนื่อย ไม่เมื่อย  เดี๋ยวนี้เดินระยะเท่าเดิม ทำไม รู้สึกเหนื่อยจัง”

LIVING,

สูตรไก่ทอดซอสเกาหลี อร่อย ง่าย ๆ ทำกินเองที่บ้าน

อันยองฮาเซโยค่ะทุกคน วันนี้เราจะมาทำอาหารสไตล์เกาหลีตามรอยซีรี่โอปป้าสุดหล่อกันจ้า  เมนูที่จะนำมาฝากวันนี้อาจเป็นเมนูประจำบ้านของใครหลายๆคน ก็คือ “ไก่ทอดซอสเกาหลี”หรืออีกชื่อคือ ไก่บอนชอนนั้นเอง น้ำซอสข้นๆ รสชาติเผ็ดหวาน เป็นสูตรไก่ทอดเกาหลี ที่ทำทานเองได้ที่บ้านแบบง่ายๆ ถ้าพร้อมแล้วมาดูวิธีการทำกันเลยจ้า

สูตรไก่ทอดซอสเกาหลี อร่อย ง่าย ๆ ทำกินเองที่บ้าน

ส่วนผสม

  • ไก่ (ใช้ส่วนไหนก็ได้ตามความชอบค่ะ)
  • กระเทียม
  • เกลือป่น
  • พริกไทย
  • แป้งข้าวโพด
  • โคชูจัง
  • น้ำผึ้ง
  • น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล (ถ้าไม่มีใส่น้ำส้มสายชูบ้านๆเราแทน)
  • ซอสปรุงรส
  • ซอสมะเขือเทศ
  • ซอสพริก
  • งาขาว

วิธีทำ

  1. ล้างทำความสะอาดไก่ทั้งหมดด้วยน้ำเย็น สะเด็ดน้ำใส่ถ้วยผสม
  2. หมักไก่ด้วยเกลือป่นและพริกไทยป่น เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อไก่ คลุกให้เข้าเนื้อไก่ หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที

3. ระหว่างรอหมักไก่เรามาทำซอสกันต่อจ้า โดยสับกระเทียมให้ละเอียด แล้วนำไปเจียวกับน้ำมัน ใช้ไฟอ่อน ๆ ผัดให้พอหอม เติมซอสมะเขือเทศ ซอสพริก น้ำผึ้ง โคชูจัง ซอสปรุงรส และน้ำส้มสายชู ผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ปิดไฟพักไว้

4.  เมื่อไก่ที่หมักไว้ได้ที่ นำมาคลุกกับแป้งข้าวโพด ที่ใช้แป้งข้าวโพดเพราะเวลาทอดจะหอมมากค่ะ คลุกให้ทั่วไก่จนขาว แล้วนำไปทอดในน้ำมันใช้ไฟปานกลาง พอสุกก็ตักขึ้นมาซับน้ำมันนิดหน่อย

5.  นำส่วนผสมซอสที่เตรียมไว้ขึ้นตั้งไฟอีกรอบ จากนั้นนำไก่ที่ทอดไว้ลงไปคลุกให้ซอสเคลือบไก่จนทั่วทั้งชิ้น ขั้นตอนสุดท้ายโรยงาขาวคลุกเคล้าให้ทั่วไก่ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟจ้า

 

อันนย็อง ซารางเฮ โอปป้า โอย… เจอไก่ทอดเกาหลีจานนี้เข้าไปถึงกับพูดไม่เป็นภาษาเลยค่ะ อะไรจะน่ากินขนาดนี้ แถมทำก็ง่าย อร่อยอีกตั้งหาก ทานไปดูซีรี่ย์ไปฟินสุดๆจ้า

WORK CLINIC,

EP 9 : 5 นิสัยพื้นฐานของนักบริหาร

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการจะเป็นผู้บริหารได้จะต้องเรียน MBA หรือการจัดการ หรือต้องเป็นผู้นำที่โดดเด่นภาพจำเหล่านั้นอาจจะจริงสำหรับผู้บริหารองค์กร

SOCIAL,

ผู้นําที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร ?

หากกดกูเกิ้ลดูเราจะค้นพบข้อมูลมากถึง 342,000,000
รายการ นั่นหมายถึงว่า หากผู้เขียนอ่าน วิเคราะห์
คิดต่อยอดจากข้อมูลเหล่านี้เราจะมีบทความ
มากจนอ่านทั้งชีวิตก็ไม่จบ
หากถามคน 100 คนคำตอบคงแตกต่าง
แต่คงมีความคล้ายกันในหลายๆคุณลักษณะเช่นเดียวกัน

หากคุณมีกระดาษ ปากกาอยู่ข้างๆ
ลองเขียนคุณลักษณะเหล่านั้นออกมา
หรือคิดถึงข้อดีของผู้นำในดวงใจ
ทุกคนรู้ว่าการเป็นคนที่ดีควรเป็นอย่างไร
ปัญหาของเราไม่ใช่ไม่รู้

แต่หลายคนบอกตัวเองว่าทำไมเป็น เราความจำไม่ดี
เราไม่มีเวลา หรือไม่ใช่สไตล์ ยกตัวอย่างเช่น
การทักทายพนักงานด้วยการเรียกชื่อของเขา
เราเคยเจอผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งท่านมักจะสอบถามชื่อค
นรอบข้าง ที่ต้องเจอะเจอกัน
และหาวิธีในการจำชื่อรวมทั้งรายละเอียดต่างๆ
วิธีที่ท่านทำคือการจดบันทึกและใช้เวลาสั้นๆก่อนนอนใน
การทบทวนตัวเอง และอ่านข้อมูลเหล่านั้น

ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญกับเขา
เพราะหลักการในการทำงานของเขาคือ People before Profit
หรือการให้ความสำคัญกับคนก่อนกำไร
เขาเชื่อว่าเมื่อได้ใจ เราจะได้งาน แต่ในทางตรงกันข้าม

หากเรา Put Profit before People
ให้ความสำคัญกับเรื่องของเงินก่อนเรื่องคน เราอาจได้งาน
แต่คนก็พร้อมจะไปเมื่อที่อื่นให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า

ผู้บริหารด้าน HR ของบริษัท Conglomerate
ยักษ์ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงแห่งหนึ่ง
เคยกล่าวไว้ว่า หากไม่ได้ผลงาน ก็ต้องให้ออกไป
เราไม่ต้องการให้คนที่ไม่เก่ง หรือไม่มีผลงานอยู่กับองค์กร
แนวคิดนี้ทำให้ผู้บริหารท่านนี้สร้างองค์กรให้เติบโตได้อย่างมาก

อย่างไรก็ดีค่านิยมนี้กลายเป็นวัฒนธรรมของคนในองค์กรที่
ต้องแข่งขันกันอย่างมาก
เหมือนคนที่ต้องหนีตายตลอดเวลา
ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลถึงอัตราการลาออกที่สูงเช่นเดียวกัน

คุณเดล คาร์เนกีบอกว่า
การสอนผู้ใหญ่คือต้องทำให้เขาคิดเอง
และเห็นศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงของตนเองได้

เราเคยเจอคนที่พูดจาดุดันมา 35
ปีตลอดการทำงานวันนี้กลายเป็นคนที่ยิ้มแย้ม ทักท่ายผู้อื่น
และบ่นว่าน้อยลงมาก เพียงเพราะเขา “เลือก”
ว่าจะเป็นคนที่ใจดี จากที่เราถามว่า
หากลูกของคุณเดินผ่านหน้าโรงงานของคุณอยากให้เขาไ
ด้ยินคนพูดถึงพ่ออย่างไร..

ดังนั้นการเป็นคนแบบไหน อยู่ที่คุณเลือก
เพราะเรารู้ว่าหากคุณต้องการเป็นแบบนั้นอย่างแท้จริงคุณจะทำได้ทุกอย่าง

#Leadership #DaleCarnegie #LiveInterntionalLife #ชีวิตเลือกได้

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com