ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
POINT OF VIEW,

หลงใหลในแสงโสมอันโลมไล้
ทาบลวดลายท้าทายชมลมโชยอ่อน
คลื่นสาดสายพาดทรายริ้วระลอกลอน
มิหยุดหย่อนห่อนพักสักนาที
ลางครั้งลมโครมครืนทำคลื่นคลั่ง
ลางครั้งเลื่อนเคลื่อนคืบทะเลคลี่
ตราบโลกห่มลมหายใจให้ชีวี
ยามร้ายดีต้องออกเรือเพื่อต่อลม

“เรือประมงยามเช้าวันใหม่” อ. บางสะพาน
จ.ประจวบคีรีขันธ์

CR ภาพ – อนันต์

โชติสุนันท์

LIVING, Uncategorized,

สูตรแยมมะกรูด..แยมสมุนไพรดีต่อสุขภาพ ทำทานได้ ทำขายก็รวย

“แยมมะกรูด” เมนูของหวานคู่ครัว ประโยชน์เพียบ!

สวัสดีจ้า วันนี้มีอาหารเช้าสไตล์บ้านๆทำง่าย ทานก็ง่าย แถมประโยชน์เพียบ มาฝากกันอีกเช่นเคย นั้นคือ “แยมมะกรูด” กลิ่นหอมมะกรูด ช่วยคลายความเครียด เย็นชื่นใจ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ทานได้ในวันเร่งรีบหรือวันที่อยากผ่อนคลาย วิธีทำง่ายแสนง่าย เพียงแค่ 2 STEP แถมไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะอีกด้วยไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลย

สูตรแยมมะกรูด..แยมสมุนไพรดีต่อสุขภาพ ทำทานได้ ทำขายก็รวย

วัตถุดิบ

  1. มะกรูด
  2. น้ำตาลหญ้าหวานหรือน้ำตาลทราย
  3. เกลือป่น
  4. น้ำเปล่า
  5. เจลาติน

วิธีทำ

STEP 1 : เตรียมมะกรูด

  1. ปอกผิวมะกรูดจนเหลือแต่เปลือกชั้นในสีขาว

2.  ใช้มีดผ่าครึ่งลูก กรีดเนื้อมะกรูดเป็นกากบาทแล้ว ดึงเนื้อมะกรูดและเม็ดออกให้หมดจนเหลือแต่เปลือกสีขาว แล้วนำไปขยำกับเกลือป่น ล้างต่อด้วยน้ำเปล่า กระทั่งน้ำไม่เหนียวเป็นเมือก เป็นอันใช้ได้ค่ะ

3)  หั่นเปลือกด้านในมะกรูดที่ล้างแล้ว เป็นชิ้นเล็ก ๆ แต่ไม่จนเล็กจนละเอียดเพื่อเพิ่มรสสัมผัสในการทานนำเปลือกด้านในมะกรูดที่หั่นแล้วไปต้มในน้ำเปล่า เพื่อล้างความขมต้มประมาณ 3-4 น้ำค่ะ

STEP 2 : ต้มมะกรูดกับน้ำตาลหญ้าหวาน

  1. เมื่อต้มล้างความขมหมดเรียบร้อยแล้ว นำหม้อตั้งไฟต้มน้ำเปล่าจนเดือด ใส่น้ำตาลหญ้าหวานและเปลือกมะกรูดที่ต้มเตรียมไว้ลงไปแล้วปรับเป็นไฟอ่อน
  2. ต้มต่อไปเรื่อย ๆ จนน้ำเปล่าเริ่มงวดแล้วปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย หากใครชอบรสออกเปรี้ยว สามารถบีบน้ำมะกรูดลงไปเพิ่มได้ค่ะ

3.  นำเจลาตินไปแช่น้ำจนนิ่ม บีบน้ำออกแล้วใส่ลงไปในหม้อ คนให้เจลาตินละลายแล้วปิดไฟทันที พักไว้ให้แยมเย็นตัว เทใส่โหลที่สามารถเก็บไม่ให้อากาศเข้าได้ แล้วนำเข้าตู้เย็นจนเซ็ตตัว พร้อมเสิร์ฟทานกับขนมปังยามเช้าได้แล้วจ้า

เคล็ด(ไม่)ลับ

ห้ามใช้ผลมะกรูดที่สุก เพราะจะทำให้มีกลิ่นเน่า ให้เลือกมะกรูดลูกที่ผิวพองๆ ไม่อ่อนหรือแก่มากเกินไป จะปอกผิวออกจากเนื้อมะกรูดได้ง่าย และไม่เละค่ะ

สรรพคุณของมะกรูด

  1. กลิ่นของมะกรูดช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดได้
  2. เป็นยาบำรุงหัวใจ
  3. แก้อาการไอ ขับเสมหะ
  4. แก้อาการเลือดออกตามไรฟัน
  5. ช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้อง

……….

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รู้ยัง ข้าวยีสต์แดง ลดไขมันในเลือดได้ !

สูตรต้มข่าไก่ รสเด็ด สูตรกะทิไม่แตกมัน

เปิด ! อาหารไตรกลีเซอไรด์สูง ที่ต้องหลีกเลี่ยง

SOCIAL, Uncategorized,

“100 ปี กลุ่มบริษัทสุภัทรา จากกิจการเรือแจว สู่การเดินเรือโดยสารแม่น้ำเจ้าพระยา”

C

elebrating 100 years Supatra Group – The Legacy of Chao Phraya River
.
เมื่อต้นอาทิตย์ที่ผ่านมา  ผู้เขียนได้รับเชิญร่วมงานเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี กลุ่มบริษัท สุภัทรา จำกัด ผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก, เรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ถือเป็นหนึ่งในตำนานของธุรกิจเดินเรือจากอดีตถึงปัจจุบัน ที่น่าศึกษา ขออนุญาติแชร์เรื่องราวโดยย่อ :-
100 ปี 3 เจเนอเรชั่น ของผู้หญิงนักสู้แห่ง “สุภัทรากรุ๊ป” ที่น่าสนใจก็คือ แม่ทัพของยักษ์ใหญ่แห่งสัมปทานการเดินเรือในแม่น้ำสายประวัติศาสตร์แห่งนี้ ทั้ง 3 ยุคเป็นผู้หญิงทั้งหมด !
.
ยุคแรก จากสตรีที่เรียบร้อยในรั้วในวัง กลายเป็นนักธุรกิจสตรีหัวก้าวหน้า กล้าคิด กล้าตัดสินใจ อย่างน่าทึ่ง
.
ย้อนอดีตกลับไปกว่า100 ปีกิจการนี้เริ่มต้นจากคุณหญิงบุญปั๋น สิงหลกะ หนึ่งในนางต้นห้องพระราชชายา เจ้าดารารัศมี (ข้อมูลจากเพจ เจ้านายฝ่ายเหนือ)
.
ก่อนที่จะเป็นมรดกตกทอดมาถึงคุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ ซึ่งเวลานั้นมีอายุเพียง 20 ปี (ปี 2463)
.
คุณหญิงสุภัทรา เคยได้รับการศึกษาจากโรงเรียนราชินี และถวายตัวรับใช้ในราชสำนัก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้ายู่หัว
.
หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตย ใน ปี 2475 ได้ออกมาอยู่บ้าน และเข้าเรียนต่อจนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการเมืองในปี 2477 พร้อมๆกับช่วยกิจการท่าเรือของผู้เป็นแม่
ต่อมา กิจการเดินเรือก็เกิดขึ้น เริ่มจากใช้เรือพาย และเรือแจว รับคนข้ามฟากระหว่างฝั่งธนบุรี วังหลัง และฝั่งพระนคร มหาราช ท่าช้าง และพัฒนามาเป็นเรือข้ามฟากแบบเครื่องยนต์ เรือไม้ขนาดใหญ่ และเรือเหล็กข้ามฟากแบบที่เห็นในปัจจุบัน
ปี 2514 ได้ตั้งบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ส่วนบริการเรือข้ามฟากที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ดำเนินงานโดย บริษัทสุภัทรา จำกัด
.
1 ศตวรรษ ผ่านไป ในยุคที่การเดินทางบนบกกำลังพัฒนาแบบเต็มสปืด ทั้งทางด่วน รถไฟฟ้าบนดิน รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถไฟความเร็วสูง
.
แต่สุภัทรากรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อกับธุรกิจในแม่น้ำสายนี้ต่อไป ทั้งๆที่ รายได้ อาจจะยังดูเอื่อยๆเหมือนสายน้ำ เพราะแม่น้ำไม่ได้แยกออกเป็นหลายสายได้เหมือนถนน การขยายเส้นทางการเดินเรือเพื่อขยายฐานลูกค้า เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก
กลุ่มนี้เลยมีการขยายตัวไปทำอีกหลายธุรกิจนอกจากการเดินเรือ เช่นร้านอาหาร โรงแรมและคอมมูนิตี้มอลล์ เกือบทุกโครงการยังคงร้อยรัด เกาะติด อยู่กับแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้การบริหารงานของผู้หญิงแกร่งรุ่นที่ 3 คือ คุณสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ลูกสาวคนโตของคุณหญิงสุภัทรา ที่เข้ามาช่วยกิจการของครอบครัวตั้งแต่ปี 2514
.
โดยมีเจเนอเรชันที่ 4 “คุณณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม” ลูกสาวคนเดียว ที่จะเข้ามาสานต่อในการสร้างความเจริญให้ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาคนต่อไป
.
ครั้งหนึ่ง คุณสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม เคยเล่าให้ผู้เขียนฟัง จดจำได้ถึงทุกวันนี้ ว่า
“บทเรียนจากคุณแม่ ผู้หญิงจะทำธุรกิจได้ต้องมีคุณสมบัติสองประการ นั่นคือ ขยันกับประหยัด หนึ่งความขยัน ความขยันจะทำให้กิจการเจริญรุ่งเรือง สอง ต้องประหยัด ชีวิตส่วนตัวอาจจะสุรุ่ยสุร่ายถ้าเป็นเงินส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ แต่ถ้าทำธุรกิจคุณต้องประหยัด เพราะคุณไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณได้มาวันนี้ วันหน้าจะยังมีไหม เขาเรียกว่าไม่ประมาท”
……….
(เครดิต : marketeer_online, National Geographic Thailand, Cover photo by : KhaoSod)
SOCIAL,

วิชาความสุขที่มีสอนแค่ในฮาร์วาร์ด

สรุปหนังสือ “วิชาความสุขที่มีสอนแค่ในฮาร์วาร์ด”
เพราะชีวิตไม่ได้ต้องการแค่วิชาความสำเร็จ
เขียนโดย Tal Ben-Shahar, Ph.D.
อาจารย์สอนจิตวิทยาเชิงบวกที่มีนักศึกษาลงทะเบียนมากถึง 1,000 คน
สรุปโดย ลูกเพจ คุณฟ้า บุษยามาส
WORK CLINIC,

ประชุมอย่างไรให้ได้งาน

หลายองค์กรมีปัญหาประชุมยืดเยื้อแต่งานไม่เดิน หรือประชุมแล้วมีแต่ความเงียบ ประธานฯ เลยเลิกจัด ตัดสินใจเองทุกอย่างไปเลย ผลคือ ไม่มีการพัฒนาจากพนักงาน ยิ่งนานไปก็จะมีแต่ deadwood หรือพนักงานที่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเต็มองค์กร

ก่อนอื่นต้องขอชี้แจงก่อนว่า เรากำลังพูดถึง การประชุมเพื่อให้เกิดการทำงานหรือการแก้ปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่การประชุมที่เป็นทางการเพื่อใช้รายงานการประชุมเป็นหลักฐานทางกฎหมาย อย่าง การประชุมผู้ถือหุ้น หรือการประชุมกรรมการบริษัท ซึ่งมักจะมีรูปแบบตายตัวที่เน้นความเป็นทางการ

สำหรับการประชุมให้ได้งาน สิ่งสำคัญ
1. ควรกำหนดเวลาไว้ล่วงหน้า

เพื่อให้ทุกคนทราบถึงความจำเป็นที่จะต้องช่วยกันกระชับเวลา และอนุญาตให้ผู้ที่มีธุระอื่นออกจากห้องประชุมได้ทันทีเมื่อหมดเวลาประชุมที่แจ้งไว้ การทำเช่นนี้สม่ำเสมอ จะค่อยๆ ทำให้ทุกคนรักษาเวลาซึ่งกันและกัน และทำให้การประชุมจบตามกำหนดได้

2. ประธานการประชุม หรือ หัวหน้าโครงการ

ผู้เปิดการประชุม ควรมอบหมายให้มีผู้ดำเนินการประชุม เช่นเลขา หรือ ให้ผู้เข้าร่วมผลัดเวียนกัน เป็นผู้ดำเนินการประชุม โดยประธานฯ วางตนเป็นผู้ฟังการรายงานของผู้รับผิดชอบ แล้วตั้งคำถาม ตัดสินใจ และมอบหมายงาน โดยไม่ลืมที่จะกำหนดวันส่งงาน หากมีเรื่องใดมีความจำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดนานเป็นพิเศษ ประธานฯ ควรมอบหมายให้แยกประชุมเฉพาะเรื่องกับเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องให้เสร็จสิ้นภายในเมื่อไหร่ และนำผลมารายงานในที่ประชุมครั้งต่อไป

การประชุมมักจะยืดเยื้อเมื่อประธานฯ เล่นบทเป็นผู้พูดหลัก และเผลอเป็นผู้สอน จนทำให้ผู้เข้าร่วมประชุม ขาดความรู้สึกร่วมในการแสดงความคิดเห็น และขาดความรับผิดชอบในผลงานของตนเอง และอาจจะกลายเป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามคำสั่งของประธานเท่านั้น

3. เลขาการประชุม

หรือ อาจเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการประชุม มีหน้าที่สรุปสิ่งที่ประธานฯ มอบหมาย ทำเป็นลิสต์ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และกำหนดเสร็จสิ้นภายในเมื่อไหร่ แล้วส่งให้ผู้เข้าร่วมการประชุมรับทราบโดยเร็วที่สุด เช่นไม่เกินช่วงเช้าของวันถัดไป ซึ่งการทำเช่นนี้มีความสำคัญยิ่งกว่าการทำรายงานการประชุมให้เสร็จสมบูรณ์ เพราะถือเป็นการแจกการบ้านที่ผู้รับผิดชอบควรรับรู้ให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะไม่มีข้ออ้างของการไม่มีงานมาส่งในการประชุมครั้งถัดไป ในการประชุมครั้งต่อไป ก็ควรเริ่มด้วยการรายงานความคืบหน้าของงานที่ได้รับมอบหมาย รายการใดยังไม่เสร็จสิ้นก็ห้ามนำออกจากลิสต์ และต้องชี้แจงเหตุผลของความล่าช้า เพื่อให้ประธานฯ แสดงบทบาทว่า จะสนับสนุนได้อย่างไร เช่น เพิ่มคน หรือสั่งการให้ฝ่านใดให้ความช่วยเหลือ หรือ ยกเลิกรายการนั้น หากเห็นว่าไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

จะเห็นว่าสิ่งที่แนะนำไปนั้น ไม่ใช่เรื่องยากในการปฏิบัติจริง เราเพียงเคยชินกับการพูดคุยกันแบบเจ้านาย ลูกน้องอย่างไม่มีรูปแบบเท่านั้น เจ้านายก็คิดว่าพูดแล้วลูกน้องจะไปทำ ส่วนลูกน้องไม่เห็นเจ้านายติดตามงานก็คิดว่าคงไม่จำเป็นหรือลืมทำจริง ๆ การสร้างรูปแบบและเงื่อนไขการประชุม เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ จะช่วยทำให้แต่ละคนจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบ ส่วนการกำหนดเวลาประชุมและวันส่งงาน จะช่วยฝึกให้ทุกคนทำงานอย่างมีเป้าหมาย เมื่อทำจนเป็นกิจวัตรจะเกิดวัฒนธรรมของการทำงานที่เพียงทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ก็เห็นพัฒนาการขององค์กร หรืออย่างน้อยจะลดปัญหาเดิม ๆ ที่พูดแล้วพูดอีกแต่ไม่มีคนจัดการลงไปได้

นอกจากนั้น เอกสารที่ใช้รายงานความคืบหน้า ยังสามารถนำมาเป็นหลักฐานในการประเมินผลงานของผู้เข้าร่วมได้อีกด้วย ว่าเข้าประชุมสม่ำเสมอ และส่งงานตามที่ได้รับมอบหมายตรงเวลาทุกครั้งหรือไม่

สิ่งสำคัญที่จะทำให้การประชุมรูปแบบนี้ช่วยผลักดันองค์กรได้จริง คือ การเน้นที่การมอบหมายและติดตามงาน มากกว่าการพยายามชี้แจงเหตุผล หรือหาคำตอบในที่ประชุม และการเขียนรายละเอียดของการประชุมอย่างในการจดรายงานการประชุมทั่วไป

……….

โดย ดร.วรัญญา อัจฉริยะชาญวณิช

Change Tutor – นักพัฒนาดาวเด่นในองค์กรแบบพุ่งเป้า

Founder & Managing Director, Wintegrate 99 Co., Ltd.

DCP 266/19, Certified Project Management Professional of PMI

ผู้แต่งหนังสือ The Change Tutor – จะเรียกดิฉันว่าหมอดูก็ได้ถ้าคุณยอมเปลี่ยน

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com