เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาในด้านสมรรถนะองค์กร ให้กับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.
ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN
เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาในด้านสมรรถนะองค์กร ให้กับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.
หลงใหลในแสงโสมอันโลมไล้
ทาบลวดลายท้าทายชมลมโชยอ่อน
คลื่นสาดสายพาดทรายริ้วระลอกลอน
มิหยุดหย่อนห่อนพักสักนาที
ลางครั้งลมโครมครืนทำคลื่นคลั่ง
ลางครั้งเลื่อนเคลื่อนคืบทะเลคลี่
ตราบโลกห่มลมหายใจให้ชีวี
ยามร้ายดีต้องออกเรือเพื่อต่อลม“เรือประมงยามเช้าวันใหม่” อ. บางสะพาน
จ.ประจวบคีรีขันธ์CR ภาพ – อนันต์
โชติสุนันท์
สวัสดีจ้า วันนี้มีอาหารเช้าสไตล์บ้านๆทำง่าย ทานก็ง่าย แถมประโยชน์เพียบ มาฝากกันอีกเช่นเคย นั้นคือ “แยมมะกรูด” กลิ่นหอมมะกรูด ช่วยคลายความเครียด เย็นชื่นใจ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ทานได้ในวันเร่งรีบหรือวันที่อยากผ่อนคลาย วิธีทำง่ายแสนง่าย เพียงแค่ 2 STEP แถมไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะอีกด้วยไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลย
2. ใช้มีดผ่าครึ่งลูก กรีดเนื้อมะกรูดเป็นกากบาทแล้ว ดึงเนื้อมะกรูดและเม็ดออกให้หมดจนเหลือแต่เปลือกสีขาว แล้วนำไปขยำกับเกลือป่น ล้างต่อด้วยน้ำเปล่า กระทั่งน้ำไม่เหนียวเป็นเมือก เป็นอันใช้ได้ค่ะ
3) หั่นเปลือกด้านในมะกรูดที่ล้างแล้ว เป็นชิ้นเล็ก ๆ แต่ไม่จนเล็กจนละเอียดเพื่อเพิ่มรสสัมผัสในการทานนำเปลือกด้านในมะกรูดที่หั่นแล้วไปต้มในน้ำเปล่า เพื่อล้างความขมต้มประมาณ 3-4 น้ำค่ะ
3. นำเจลาตินไปแช่น้ำจนนิ่ม บีบน้ำออกแล้วใส่ลงไปในหม้อ คนให้เจลาตินละลายแล้วปิดไฟทันที พักไว้ให้แยมเย็นตัว เทใส่โหลที่สามารถเก็บไม่ให้อากาศเข้าได้ แล้วนำเข้าตู้เย็นจนเซ็ตตัว พร้อมเสิร์ฟทานกับขนมปังยามเช้าได้แล้วจ้า
ห้ามใช้ผลมะกรูดที่สุก เพราะจะทำให้มีกลิ่นเน่า ให้เลือกมะกรูดลูกที่ผิวพองๆ ไม่อ่อนหรือแก่มากเกินไป จะปอกผิวออกจากเนื้อมะกรูดได้ง่าย และไม่เละค่ะ
……….
รู้ยัง ข้าวยีสต์แดง ลดไขมันในเลือดได้ !
สูตรต้มข่าไก่ รสเด็ด สูตรกะทิไม่แตกมัน
C
elebrating 100 years Supatra Group – The Legacy of Chao Phraya River“บทเรียนจากคุณแม่ ผู้หญิงจะทำธุรกิจได้ต้องมีคุณสมบัติสองประการ นั่นคือ ขยันกับประหยัด หนึ่งความขยัน ความขยันจะทำให้กิจการเจริญรุ่งเรือง สอง ต้องประหยัด ชีวิตส่วนตัวอาจจะสุรุ่ยสุร่ายถ้าเป็นเงินส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ แต่ถ้าทำธุรกิจคุณต้องประหยัด เพราะคุณไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณได้มาวันนี้ วันหน้าจะยังมีไหม เขาเรียกว่าไม่ประมาท”
หลายองค์กรมีปัญหาประชุมยืดเยื้อแต่งานไม่เดิน หรือประชุมแล้วมีแต่ความเงียบ ประธานฯ เลยเลิกจัด ตัดสินใจเองทุกอย่างไปเลย ผลคือ ไม่มีการพัฒนาจากพนักงาน ยิ่งนานไปก็จะมีแต่ deadwood หรือพนักงานที่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเต็มองค์กร
ก่อนอื่นต้องขอชี้แจงก่อนว่า เรากำลังพูดถึง การประชุมเพื่อให้เกิดการทำงานหรือการแก้ปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่การประชุมที่เป็นทางการเพื่อใช้รายงานการประชุมเป็นหลักฐานทางกฎหมาย อย่าง การประชุมผู้ถือหุ้น หรือการประชุมกรรมการบริษัท ซึ่งมักจะมีรูปแบบตายตัวที่เน้นความเป็นทางการ
เพื่อให้ทุกคนทราบถึงความจำเป็นที่จะต้องช่วยกันกระชับเวลา และอนุญาตให้ผู้ที่มีธุระอื่นออกจากห้องประชุมได้ทันทีเมื่อหมดเวลาประชุมที่แจ้งไว้ การทำเช่นนี้สม่ำเสมอ จะค่อยๆ ทำให้ทุกคนรักษาเวลาซึ่งกันและกัน และทำให้การประชุมจบตามกำหนดได้
ผู้เปิดการประชุม ควรมอบหมายให้มีผู้ดำเนินการประชุม เช่นเลขา หรือ ให้ผู้เข้าร่วมผลัดเวียนกัน เป็นผู้ดำเนินการประชุม โดยประธานฯ วางตนเป็นผู้ฟังการรายงานของผู้รับผิดชอบ แล้วตั้งคำถาม ตัดสินใจ และมอบหมายงาน โดยไม่ลืมที่จะกำหนดวันส่งงาน หากมีเรื่องใดมีความจำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดนานเป็นพิเศษ ประธานฯ ควรมอบหมายให้แยกประชุมเฉพาะเรื่องกับเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องให้เสร็จสิ้นภายในเมื่อไหร่ และนำผลมารายงานในที่ประชุมครั้งต่อไป
การประชุมมักจะยืดเยื้อเมื่อประธานฯ เล่นบทเป็นผู้พูดหลัก และเผลอเป็นผู้สอน จนทำให้ผู้เข้าร่วมประชุม ขาดความรู้สึกร่วมในการแสดงความคิดเห็น และขาดความรับผิดชอบในผลงานของตนเอง และอาจจะกลายเป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามคำสั่งของประธานเท่านั้น
หรือ อาจเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการประชุม มีหน้าที่สรุปสิ่งที่ประธานฯ มอบหมาย ทำเป็นลิสต์ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และกำหนดเสร็จสิ้นภายในเมื่อไหร่ แล้วส่งให้ผู้เข้าร่วมการประชุมรับทราบโดยเร็วที่สุด เช่นไม่เกินช่วงเช้าของวันถัดไป ซึ่งการทำเช่นนี้มีความสำคัญยิ่งกว่าการทำรายงานการประชุมให้เสร็จสมบูรณ์ เพราะถือเป็นการแจกการบ้านที่ผู้รับผิดชอบควรรับรู้ให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะไม่มีข้ออ้างของการไม่มีงานมาส่งในการประชุมครั้งถัดไป ในการประชุมครั้งต่อไป ก็ควรเริ่มด้วยการรายงานความคืบหน้าของงานที่ได้รับมอบหมาย รายการใดยังไม่เสร็จสิ้นก็ห้ามนำออกจากลิสต์ และต้องชี้แจงเหตุผลของความล่าช้า เพื่อให้ประธานฯ แสดงบทบาทว่า จะสนับสนุนได้อย่างไร เช่น เพิ่มคน หรือสั่งการให้ฝ่านใดให้ความช่วยเหลือ หรือ ยกเลิกรายการนั้น หากเห็นว่าไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
จะเห็นว่าสิ่งที่แนะนำไปนั้น ไม่ใช่เรื่องยากในการปฏิบัติจริง เราเพียงเคยชินกับการพูดคุยกันแบบเจ้านาย ลูกน้องอย่างไม่มีรูปแบบเท่านั้น เจ้านายก็คิดว่าพูดแล้วลูกน้องจะไปทำ ส่วนลูกน้องไม่เห็นเจ้านายติดตามงานก็คิดว่าคงไม่จำเป็นหรือลืมทำจริง ๆ การสร้างรูปแบบและเงื่อนไขการประชุม เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ จะช่วยทำให้แต่ละคนจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบ ส่วนการกำหนดเวลาประชุมและวันส่งงาน จะช่วยฝึกให้ทุกคนทำงานอย่างมีเป้าหมาย เมื่อทำจนเป็นกิจวัตรจะเกิดวัฒนธรรมของการทำงานที่เพียงทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ก็เห็นพัฒนาการขององค์กร หรืออย่างน้อยจะลดปัญหาเดิม ๆ ที่พูดแล้วพูดอีกแต่ไม่มีคนจัดการลงไปได้
นอกจากนั้น เอกสารที่ใช้รายงานความคืบหน้า ยังสามารถนำมาเป็นหลักฐานในการประเมินผลงานของผู้เข้าร่วมได้อีกด้วย ว่าเข้าประชุมสม่ำเสมอ และส่งงานตามที่ได้รับมอบหมายตรงเวลาทุกครั้งหรือไม่
สิ่งสำคัญที่จะทำให้การประชุมรูปแบบนี้ช่วยผลักดันองค์กรได้จริง คือ การเน้นที่การมอบหมายและติดตามงาน มากกว่าการพยายามชี้แจงเหตุผล หรือหาคำตอบในที่ประชุม และการเขียนรายละเอียดของการประชุมอย่างในการจดรายงานการประชุมทั่วไป
……….
โดย ดร.วรัญญา อัจฉริยะชาญวณิช
Change Tutor – นักพัฒนาดาวเด่นในองค์กรแบบพุ่งเป้า
Founder & Managing Director, Wintegrate 99 Co., Ltd.
DCP 266/19, Certified Project Management Professional of PMI
ผู้แต่งหนังสือ The Change Tutor – จะเรียกดิฉันว่าหมอดูก็ได้ถ้าคุณยอมเปลี่ยน