ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
BUSINESS,

EP.3 : The End Of Lunchtime Economy

T

he End of Lunchtime Economy

จุดจบของเศรษฐกิจ มื้อเที่ยง

อาทิตย์ที่แล้วได้มีโอกาสไปสอนวิชาการตลาด ที่สำนักงานใหญ่ ใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง ทุกทีจะหาที่จอดรถไม่ได้ มื้อเที่ยงต้องแย่งกันทานข้าวที่ร้านอาหารที่มีอยู่ไม่กี่ร้าน แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ตึกค่อนข้างเงียบ ที่จอดรถหาง่าย และร้านอาหารมีที่นั่งทานเหลือมากมาย ใครจะไปคาดคิด ธุรกิจพื้นฐานเช่น มื้อเที่ยงของคนทำงาน กำลังจะหายจากไป

Pret a Manger ร้านกาแฟและอาหารมื้อเที่ยง ที่มีหลายสาขาในอังกฤษ ประกาศลดคน 3000 ตำแหน่ง

Pinterest ประกาศยอดจ่ายค่าปรับ $89.5 ล้านเหรียญ เพื่อยุติการเช่าสำนักงานที่เมือง ซานฟรานซิสโก ทางบริษัทแจ้งว่า จะดำเนินการนโยบาย Work From Home อย่างถาวร

ในขณะที่ราคาหุ้นของ Zoom ทะยานขึ้นอีก 25% ในรายงานผลประกอบการ Q 2 ที่ผ่านมา ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น +458% เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว

ในขณะเดียวกัน พนักงานที่ทำงานที่บ้าน ส่วนหนึ่งก็ประสบความท้าทายอยู่ไม่น้อย ผลการวิจัยจาก Ipsos แสดงให้เห็นว่า อุปสรรคสำคัญของการทำงานที่บ้าน คือ การไม่มีพื้นที่เพียงพอ การคิดถึงเพื่อนร่วมงาน การที่ไม่สามารถจัดการสมดุลชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้

สิ่งที่อยากชวนคิดต่อคือ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าวิถีชีวิตเราพลิกเปลี่ยนยุคหลัง โควิด เจ้าของกิจการที่ทำธุรกิจที่ต้องพึ่งพาคนทำงานสำนักงาน อาจต้องหาโอกาสใหม่ๆ คิดไปข้างหน้าว่า ถ้าเจ้าของตึกจะใช้ประโยชน์อะไรต่อไปกับพื้นที่ว่าง หรือคุณจะตามไปตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ทำงานที่บ้านอย่างไร ให้ลด pain points ของพวกเขา เช่นหาพื้นที่ทำงานให้ จัดการมื้ออาหาร หรือการจัดการงานบ้านต่างๆ ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งการให้ความรู้ เป็นเพื่อนกับเขา

บทความที่ 1 เคยกล่าวถึง Virtual X Economy กับตัวอย่างการเปิดตัวของ Facebook Horizon ที่ให้เราทำกิจกรรม พบปะ สังสรรค์ กับเพื่อน ผ่าน avatar ในโลกเสมือนจริง ล่าสุด ได้มีการเชิญผู้เข้าร่วมทดลองใช้จริงแล้ว น่าจะตอบความต้องการที่จะ stay connected กับเพื่อน และเพื่อนร่วมงาน แม้ผ่าน virtual meeting

 

ทุกวิกฤตมีโอกาส หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่สว่างสดใสยิ่งขึ้น

สนใจติดต่อเป็น speaker / facilitator for trends-driven-innovation workshop ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.simplework.co.th

ข้อมูล อ้างอิงจาก TRENDWATCHING และ COVIDINNOVATIONS.COM

POINT OF VIEW,

เวียนว่ายอยู่ไคลคลา
ค่อยช้าช้าเชื่องบรรจง
ผุดขึ้นและดำลง
คงกระนั้นนิรันดร์ไป
ผ่านร้อนและผ่านแล้ง
เปลวแดดแผดเป็นไอ
ระโยงระยะรยางค์ไหว
มิหลงใหลไปกับลม
รายทางระทมถมทับ
วูบวับกลับกลอกหลอกข่ม
ค่อยแผ้วค่อยถางพลางชื่นชม
รื่นรมย์ยินดีที่เส้นชัย
มองย้อนเมื่อตอนเยาว์
เรื่องกระต่ายเต่าเขาเล่าไว้
มิย่นระย่อท้อใดใด
สุขสมใจเมื่อปลายทาง

“เต่าในสระน้ำ”
วัดโพธิ์ ท่าเตียน กรุงเทพฯ

 

CR ภาพ – อนันต์ โชติสุนันท์

LIVING,

สูตรคุกกี้นูเทลล่า ของว่างแสนอร่อย ทำเองได้…ง่ายนิดเดียว

วันหยุดแบบนี้เรามาหาขนมทานเล่นทำง่ายๆ สไตล์ลักกี้กันดีกว่าค่ะ วันนี้ดิฉันขอนำเสนอเมนู “คุกกี้นูเทลล่า ชื่อเหมือนจะยากใช่ไหมคะแต่บอกเลยว่า ง่ายแสนง่ายค่ะ ใช้วัตถุดิบเพียง 3 อย่างเท่านั้น ความพิเศษคุกกี้นูเทลล่าก็คือ เพิ่มไส้นูเทลล่าฟินๆ หอมนูเทลล่าไปเลยจ้า ส่วนผสมและขั้นตอนการทำมีไม่เยอะสามารถชวนลูก หลานทำทานได้ที่บ้านค่ะ อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยไปดูส่วนผสมกันเลยจ้า

สูตรคุกกี้นูเทลล่า ของว่างแสนอร่อย ทำเองได้…ง่ายนิดเดียว

ส่วนผสม

  1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 70 กรัม
  2. นูเทลล่า 150 กรัม
  3. ไข่แดง 1 ฟอง (ใช้แค่ไข่แดง)

วิธีทำ 

  1. เตรียมไส้คุกกี้ โดยหยอดนูเทลล่าให้เป็นก้อน ลงบนถาดหรือจานรอง นำไปแช่ช่องฟรีซรอจนแข็งตัวแล้วพักไว้ในตู้เย็นก่อน

2. ใส่นูเทลล่า และไข่แดงลงไปในถ้วยผสม จากนั้นคนให้เข้ากัน

3. ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน จนแป้งมีลักษณะเป็นเนื้อทราย

4. นำแป้งมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ ใช้นิ้วบีบแป้งคลี่ออกให้บางพอประมาณ แล้วสอดไส้ด้วยนูเทลล่าที่เราแช่ฟรีซไว้ตรงกลางของแป้ง

5.  นำแป้งคุกกี้ ใส่ถาด (เว้นระยะห่างระหว่างชิ้น) นำเข้าไมโครเวฟ 600 W เวลาประมาณ 2-3 นาที ก็พร้อมรับทานได้เลยจ้า คุกกี้กรุบกรอบ หอมนูเทลล่าพร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน สำหรับสูตร “คุกกี้นูเทลล่าในวันหยุดนี้ สามารถปรับเปลี่ยน เติมหน้าคุกกี้ได้ตามชอบเลยนะคะ  จะเติมหน้าโอริโอ ช็อกโลแลต m&m หรือจะอัลมอนด์ ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยจ้า ลักกี้คอนเฟิร์ม

……….

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 อาหารกินแล้วดี อาหารลดความดัน กินทุกวันความดันลดชัวร์

ทอดมันกุ้ง ทำง่ายอร่อยโดนใจทุกเพศทุกวัย

9 เมนูอาหารตามสั่ง คอเลสเตอรอลสูง ที่ต้องหลีกเลี่ยง

HEALTH,

คอเลสเตอรอลกับคนผอม รู้มั๊ย..คนผอม ก็คอเลสเตอรอลสูงได้ (นะ) !

C

holesterol

คอเลสเตอรอลกับคนผอม อาจจะให้ความรู้สึกว่าไกลตัว เพราะ คอเลสเตอรอลสูงนั้นเรามักจะเกิดขึ้นในคนอ้วนเท่านั้น และปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความอ้วน”  จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคได้มากมาย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า “ความผอม” นั้นจะไม่มีโรคร้ายแอบซ่อนอยู่โดยเราไม่ทันรู้ตัว  เมื่อไม่กี่วันก่อน ผู้เขียนได้พบเจอเพื่อนรุ่นน้องคนนึง เธอบ่นให้ฟังว่า “โดยปกติ เธอเป็นคนชอบออกกำลังกาย ระมัดระวังอาหารการกินมาโดยตลอด เรียกได้ว่า เธอเป็นสายเฮลตี้เสียด้วยซ้ำ  ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เธอไปตรวจสุขภาพ ผลจากการเจาะเลือด ปรากฏว่า ค่าคอเลสเตอรอลเธอสูงขึ้น แบบเจ้าตัวยัง งง ตัวเองว่ามันมาจากที่ใด”  แน่นอน เพื่อนรุ่นน้องท่านนี้ มีรูปร่างไม่อ้วนเลย  แถมอิงไปทางผอมเสียด้วยซ้ำ  และถูกต้องค่ะ เจ้าตัวไขมันในเลือดสูง สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในคนอ้วน และ คนผอม และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็น “โรคหัวใจ” และโรคต่าง ๆ ตามมาอีกเป็นพรวน

คนผอม คอเลสเตอรอลสูง คอเลสเตอรอลกับคนผอม

องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ในปีพ.ศ.2562 กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของคนทั่วโลก ดังนั้น คอเลสเตอรอลอาจจะไม่ได้อันตรายเพียงคนอ้วนเท่านั้น แต่ คอเลสเตอรอลกับคนผอม ก็เป็นเรื่องที่ต้องระวังเช่นกัน

โดยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ประมาณ 18.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 31 ของอัตราการตายทั่วโลก  สำหรับประเทศไทย จากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พบอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ สูงขึ้นทุกปี โดยปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ การมีภาวะความดันโลหิตสูง การมีภาวะไขมันในเลือดสูง (ผิดปกติ) ภาวะอ้วนลงพุง และแน่นอน ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยในคนไทยที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจคือ ภาวะไขมันในเลือดสูง ร้อยละ 83.2 ภาวะความดันโลหิตสูง ร้อยละ 59.7 และภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (เบาหวาน) ร้อยละ 50.7 เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ออกกำลังกาย คอเลสเตอรอลสูง คอเลสเตอรอลกับคนผอม

คอเลสเตอรอลกับคนผอม ตัวชี้วัดสุขภาพว่าดีหรือแย่?

คอเลสเตอรอล คือ ไขมันประเภทหนึ่งที่พบได้ในส่วนของผนังเซลล์ในร่างกายเรา รวมทั้งเป็นองค์ประกอบของน้ำดีอีกด้วย และแน่นอน ร่างกายของเราจะได้รับคอเลสเตอรอลจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป และจากตับของเราที่สามารถสังเคราะห์คอเลสเตอรอลขึ้นเองได้เช่นกัน ดังนั้น คอเลสเตอรอลที่เรารับประทานเข้าไปมากเกินไป จึงกลายเป็นส่วนเกินในร่างกาย  (เห็นมั๊ย ภัยมาอย่างเงียบ ๆ)

มาดูกัน…ไขมันในเลือดสูง เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ?

  • พันธุกรรม บุพการี หรือคนในครอบครัวมีประวัติไขมันในเลือดสูง
  • ชอบทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่นอาหารทอด หรือ เนื้อสัตว์ติดมัน
  • ไม่ชอบออกกำลังกาย
  • ดื่มแอลกอฮอล์หนัก ดื่มเป็นประจำ

ข้าวขาหมู อาหารไขมันสูง คอเลสเตอรอลสูง คอเลสเตอรอลกับคนผอม

รู้ยัง ไขมันในร่างกาย แบ่งได้ 3 ประเภท

1.ไขมันใต้ผิวหนัง

เป็นชั้นไขมันที่เรามองเห็นด้วยตาเปล่าจากรูปร่างที่อ้วน อวบท้วม  โดยไขมันชนิดนี้ สะสมในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา พุง สะโพก เป็นต้น โดยไขมันในส่วนนี้ มาจากการสะสมของน้ำตาลที่แปรสภาพเป็นไขมัน แล้วไปเกาะอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนั่นหล่ะค่ะ

2.ไขมันในช่องท้อง

เป็นไขมันใต้ชั้นผิวหนัง แต่เกิดจากอาหารประเภทไขมันที่เราทานเข้าไป แต่เราใช้พลังงานจากอาหารเหล่านั้นไม่หมด มันเลยมาเกาะอยู่ตามกล้ามเนื้อหน้าท้อง กับอวัยวะภายในช่องท้องโดยมันจะแทรกตัวอยู่ตามเนื้อเยื่อของเซลล์ต่าง ๆ หากเราอัลตราซาวน์ดู จะพบว่าอวัยวะภายในท้องถูกห่อหุ้มด้วยถุงไขมันสีเหลือง

3.ไขมันในเลือด

แน่นอน ไขมันชนิดนี้ ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า เราจะทราบว่าเรามีไขมันในเลือดสูงหรือไม่นั้น ก็ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ฟอสโฟลิปิด และกรดไขมันอิสระ

ไขมันในเลือด แบ่งประเภท ดังต่อไปนี้ :-

  • LDL คือ ไขมันเลว ควรน้อยกว่า  130 mg/dl ซึ่งมีส่วนประกอบของคอเลสเตอรอลในปริมาณสูง
  • HDL คือ ไขมันดี ควรมากกว่า หรือ เท่ากับ 40 mg/dl เพราะเป็นไขมันที่ช่วยขนส่งคอเลสเตอรอลจากเซลล์ต่าง ๆ ไปทำลายที่ตับ
  • Triglycerine ควรน้อยกว่า 150mg/dl ซึ่งถ้ามีมาก ยิ่งทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว

ทำไม ไขมันในเลือดสูง ต้องเสี่ยงโรคหัวใจด้วยหล่ะ ?

เพราะเมื่อไขมันในเลือดสูง ไขมันเหล่านี้ มันจะเข้าไปเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวการณ์อักเสบ และภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว  พอมันเริ่มสะสมมากขึ้น ๆ หลอดเลือดในร่างกายก็จะเกิดการตีบตัน อุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจหรือ หลอดเลือดสมองตีบ ที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือ หัวใจวาย ซึ่งเป็นภาวะเฉียบพลัน อันตรายถึงชีวิต !  ฉะนั้น อยากจะบอกว่า ระดับคอเลสเตอรอล ถือเป็นตัวดัชนีชี้วัดสุขภาพด้วยเช่นกัน

ใช้ชีวิตอย่างไร เมื่อเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง

ภาวะไขมันในเลือดสูง  โดยส่วนใหญ่มาจาก  You are what you eat นั่นเอง  ฉะนั้น ควรให้ความสำคัญในการเลือกอาหารที่จะรับประทาน ขออนุญาตเรียงตามลำดับที่ใกล้ตัว ปฏิบัติง่าย ๆ ก่อนเลยหล่ะกัน

  • ลดอาหารประเภทแป้ง อาหารหวาน ผลไม้รสหวานจัด
  • ลดน้ำหนักตัว (ในกรณีคนอ้วน)
  • ออกกำลังกาย อย่างน้อยเริ่มจากการวิ่งเหยาะ ๆ ก่อนก็ได้ ว่ายน้ำบ้าง หรือ เต้นแอโรบิค
  • เลี่ยงอาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง เช่น พวกอาหารกลุ่มซีฟู้ด หอยนางรม ปลาหมึก เครื่องในสัตว์ ไข่แดง และเลี่ยงอาหารที่มีน้ำมันเยอะ เลี่ยงอาหารทอด ควรหันมาทานอาหารนึ่ง จะดีที่สุด

จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่จะเน้นเกี่ยวกับเรื่องการกิน ฉะนั้น ภาวะไขมันในเลือดสูง ถือเป็นภัยเงียบที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคต่าง ๆ มากมาย แนะนำควรตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อเช็คระดับไขมัน ค้นหาความเสี่ยงภาวะไขมันในเลือดสูง อย่างน้อยเราจะได้ทราบได้ทันท่วงทีว่า เราควรปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง  อย่าลืม เน้นการออกกำลังกาย (ไม่ต้องหักโหม) เพื่อสุขภาพที่ดี และยืนยาว พบกันใหม่ ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

………..

(เครดิต :  www.healthline.co/health.high-cholesterol, www.familydoctor.org, สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค สารรณรงค์วันหัวใจโลก ปี พ.ศ.2562, www.paolohospital.com,  www.i-kinn.com)

บทความที่น่าสนใจ

9 เมนูลดน้ำหนัก แคลอรี่ต่ำ ไม่อ้วนชัวร์ !

ภัยเงียบ…ไขมันพอกตับ

ประโยชน์ของบุก ช่วยลดความอ้วน ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ

WORK CLINIC,

EP.8 สมุดบันทึก 4 เล่ม ที่มนุษย์เงินเดือนควรมี

EP นี้สกัดมาจากการสังเกตุว่า พนักงานส่วนมาก เผลอปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามระบบงาน คือ รับคำสั่ง ทำตามหน้าที่ มีงานส่งให้ทันกำหนด รอถูกประเมินผลงาน (ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่ ประเมินเพียงปีละครั้ง) ปีแล้วปีเล่า โดยลืมฉุกคิดไปว่า หากไม่สามารถได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง หรือ ได้งานที่เงินเดือนสูงเพียงพอ เมื่อถึงเวลาเกษียณ หรือ บริษัทมีปัญหาต้องเลือกพนักงานออกอย่างสถานการณ์ปัจจุบัน ตนจะมีเงินเก็บเพียงพอเลี้ยงชีพได้นานเท่าไหร่

หากหนึ่งในเป้าหมายของการทำงานในองค์กร คือการมีรายได้เพียงพอยังชีพเมื่อเกษียณ หรือการมีทางเลือกเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับองค์กร

ดิฉันขอแนะนำให้พิจารณาให้มนุษย์เงินเดือนทุกท่าน มี สมุดบันทึก 4 เล่มไว้คู่กายเสมอ เพื่อช่วยให้แน่ใจว่าเราจะมีพัฒนาการในสายอาชีพไปเรื่อยๆ คล้ายกับระบบการศึกษาที่ช่วยให้นักเรียนทุกคนมีพัฒนาการตามชั้นปี (แม้แต่ละคนจะได้มากน้อยไม่เท่ากัน)

  1. สมุดจดบันทึกเป้าหมาย

เพื่อให้ทราบว่า ปลายทางของการทำงานเราจำเป็นต้องใช้เงินมากเพียงใด ควรหาข้อมูลและตั้งเป้าหมายที่จะสะสมเงินออมให้ได้ที่เกษียณ  จากนั้นกำหนดแผนราย 10 ปี ย้อนกลับมาจนถึงปัจจุบันว่า แต่ละช่วง 10 ปี เราควรจะต้องมีเงินออมที่ประมาณเท่าไหร่ ใช้สมมุติฐานอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำ และอัตราเงินเฟ้อที่สูงไว้ก่อนจะช่วยให้แน่ใจว่า ถ้าเก็บได้ถึงเป้าหมายแต่ละ 10 ปี ก็น่าจะเพียงพอจริง

เมื่อกำหนดแผนแล้ว ก็ต้องติดตาม โดยจดบันทึกการใช้จ่ายรายเดือน เพื่อช่วยสะท้อนพฤติกรรมการใช้จ่าย และช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้พยายามมองหาโอกาสเติบโตในสายอาชีพ

และเมื่อประสบความสำเร็จในโอกาสใด ก็ควรบันทึกความสำเร็จเหล่านั้นไว้ด้วย เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงโพรไฟล์ของตน ให้พร้อมนำเสนอเมื่อมีโอกาสใหม่ๆ เข้ามา

  1. สมุดจดการบ้าน

เอาใว้จดงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งไม่เฉพาะ การบันทึกว่า รับงานอะไรมาเมื่อไหร่ จากใคร กำหนดส่งเมื่อไหร่ แต่ควรบันทึก ความผิดพลาด หรือ บทเรียนต่างๆ ที่ได้จากงานนั้นๆ เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข หรือเป็นเคล็ดลับเฉพาะตัวของตนต่อไป

  1. สมุดจดสาระใหม่ๆ

มีใว้เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ เช่น กระบวนการทำงาน ความรู้จากการอบรบสัมมนาต่างๆ ที่เราได้มีโอกาสเข้าร่วม และรวมไปถึง สิ่งที่เราถอดบทเรียนได้เอง จากสิ่งต่างๆ รอบตัว ทั้งที่ประสบการณ์ตรง และสิ่งที่เกิดขึ้นกับบุคคลอื่น การทำเช่นนี้ จะทำให้เรามีทักษะของการคิดวิเคราะห์และเห็นแง่มุมที่เป็นปรัชญาของชีวิตการทำงาน ในการนำไปอบรม หรือ สอนต่อลูกน้อง อันเป็นส่วนสำคัญในการสร้างบารมีในการทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีตำแหน่งที่เป็นทางการก่อน

  1. สมุดจดคำศัพท์

การเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากการทำงาน เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม มักคิดว่าตนจะต้องลงทุนไปเรียนภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติ หรือสถาบันที่มีชื่อเสียงจึงจะเก่งขึ้นมาได้ แต่ที่จริงแล้ว ภาษาก็คือทักษะหนึ่งที่จำเป็นต้องฝึก สิ่งใดที่ไม่ได้ฝึกหรือไม่จำเป็นในชีวิตจริง ไม่นานก็จะลืมอยู่ดี การเรียนภาษาอังกฤษที่ได้ผล และมีประโยชน์ต่อความก้าวหน้าสูงสุด คือการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตน และนำไปผูกรูปประโยคเพื่อการสื่อสารให้ได้ โดยลดความสำคัญของไวยกรณ์ลงไปก่อน เมื่อเข้าใจความหมาย ฟังรู้เรื่อง โต้ตอบได้ จึงมาพัฒนาความถูกต้องของไวยกรณ์ก็ยังไม่สาย

โดยส่วนตัว เคยเผลอคิดแบบเด็กเรียนทั่วไปที่ประเมินคนด้วยการใช้ไวยกรณ์ถูกต้องหรือไม่ จนได้มีโอกาสสัมภาษณ์ CEO ชาวต่างชาติท่านหนึ่งที่ภาษาแม่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ซึ่งท่านเล่าว่าเคยหนีทุกอาชีพที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ แต่ก็หนีไม่พ้น เลยเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นที่จะอ่านเอกสารภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับงานของตน โดยการมาถึงที่ทำงานแต่เช้าทุกวัน เพื่อศึกษาด้วยตัวเอง ทำจนมั่นใจ และกล้าที่จะรับโอกาสถูกส่งไปประจำสาขาต่างประเทศ และได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนได้เป็น CEO การสัมภาษณ์ครั้งนั้นก็ทำให้ดิฉันฉุกคิดได้ว่า การทำงานต้องเน้นที่ผล ไม่ใช่เน้นที่ความสมบูรณ์ทางวิชาการอย่างที่เราชินกันมาสมัยเรียน

สมุดบันทึก 4 เล่มนี้ ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นรูปแบบใด อาจจะเป็นการบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ จัดเก็บเป็นระบบเพื่อง่ายต่อการสืบค้น หรือ การทบทวนอยู่ในหัวของเราอย่างต่อเนื่อง ขอเพียงให้แน่ใจว่าเราไม่เผลอปล่อยชีวิตให้อยู่อย่างไร้เป้าหมายและลืมพัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะช่วยลดโอกาสที่จะเสียใจเมื่อเวลาผ่านไป

……….

โดย ดร.วรัญญา อัจฉริยะชาญวณิช

Change Tutor – นักพัฒนาดาวเด่นในองค์กรแบบพุ่งเป้า

Founder & Managing Director, Wintegrate 99 Co., Ltd.

DCP 266/19, Certified Project Management Professional of PMI

ผู้แต่งหนังสือ The Change Tutor – จะเรียกดิฉันว่าหมอดูก็ได้ถ้าคุณยอมเปลี่ยน

BUSINESS,

คุณค่าของเวลา – Value of Time

Le Petit Prince หรือ “เจ้าชายน้อย” เป็นบทประพันธ์ที่มีอายุกว่า 60 ปี โดยผู้เขียนและวาดภาพ คือ Antoine de Saint-Exupery ซึ่งเป็นนักเขียนชาวฝรั่งเศส
“เจ้าชายน้อย” เป็นหนังสือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเล่มหนึ่งของโลกก็ว่าได้ จากการถูกแปลไปกว่า 190 ภาษา และจำหน่ายไปแล้วกว่า 80 ล้านเล่มทั่วโลก
หนึ่งในหัวใจของบทประพันธ์เรื่อง “เจ้าชายน้อย” นั้นว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ ซึ่งผู้เขียนได้ให้เจ้าชายน้อยได้ใช้เวลาดูแลดอกกุหลาบจนเกิดเป็นสายสัมพันธ์บางอย่าง จนกระทั่งเจ้าชายน้อยตัดสินใจออกเดินทางจากดาวของตนเองไปยังดาวดวงอื่นจนได้ไปพบดอกกุหลาบอีกมากมาย แต่ก็ไม่มีดอกใดที่จะทำให้เจ้าชายน้อยเลิกคิดถึงดอกไม้ดอกเดียวบนดาวของเขาที่จากมาได้เลย
.
กระทั่งวันหนึ่งเจ้าชายน้อยได้พบกับสุนัขจิ้งจอก ซึ่งได้ให้คำตอบว่า ที่เจ้าชายน้อยยังคิดถึงแต่ดอกกุหลาบดอกนั้นก็เพราะว่าเวลาที่เจ้าชายน้อยใช้ในการดูแลดอกกุหลาบนั้นนั่นเอง
.
สุนัขจิ้งจอกบอกกับเจ้าชายน้อยว่า
“นี่คือความลับของฉัน มันแสนจะธรรมดา เราจะมองเห็นแจ่มชัดด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญนั้นไม่อาจเห็นได้ด้วยดวงตา”
“สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยดวงตา” เจ้าชายน้อยพูดตามเพื่อเป็นการเตือนความทรงจำ
“เวลาที่เธอเสียไปให้กับดอกกุหลาบของเธอ ทำให้ดอกกุหลาบนั้นมีค่ามากขึ้น”
“เวลาที่ฉันเสียไปให้กับดอกกุหลาบของฉัน….” เจ้าชายน้อยว่าตามเพื่อจดจำไว้
“มนุษย์ลืมความจริงข้อนี้” สุนัขจิ้งจอกเอ่ย “แต่เธอต้องไม่ลืมมัน เธอต้องรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่เธอมีความสัมพันธ์ด้วย เธอต้องรับผิดชอบดอกกุหลาบของเธอ….”
“ฉันต้องรับผิดชอบดอกกุหลาบของฉัน” เจ้าชายน้อยกล่าวซ้ำเพื่อให้หวนระลึกได้
อ่านมาถึงตรงนี้ แนะนำให้ลองเลื่อนไปกดดูคลิปของคุณตาคุณยายสองคน ที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมา 70 ปีแล้ว โดยทั้งคู่พบกันครั้งแรกที่งานแต่งงานของตนเอง … ใช่ครับ ทั้งคู่แต่งงานจากการถูกคลุมถุงชน
.
แต่ในคลิปจะเห็นได้ว่าคุณตานั้นดูแลคุณยายเป็นอย่างดี จนหลานชายที่เผ้าดูประทับใจมากจึงจัดแจงอัดเป็นคลิปวีดีโอเอามาเปิดเผยให้คนอื่นๆได้ดูเป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตที่เห็นคุณค่าของเวลาอย่างแท้จริง (Value of Time)
.
ข้อคิด 2 อย่างจากการดูคุณตาคุณยายทั้งสองนี้คือ
.
1.  เราต้องรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์นั้นๆเสมอ ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่ พี่น้อง หรือแม้กระทึ่งหนังสือที่เราเปิดอ่านค้างเอาไว้ และการรับผิดชอบ ไม่ใช่การใช้เงินแก้ปัญหาเเค่อย่างเดียว แต่เราต้องให้ความใส่ใจและเวลาต่อผู้ที่เราบอกว่าเค้าสำคัญต่อเรา
.
2.  ทุกความสัมพันธ์มีจุดสิ้นสุดเสมอ อยู่ที่เราว่าอยากทำให้จุดสิ้นสุดนั้นสวยงามแค่ไหน
วันนี้เราได้ดูแลและให้เวลา แก่คนที่เรารักและแคร์กันหรือยังครับ
.
จากช่วง 7:30 ของรายการ Mission Daily Report วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563 ครับ ผมเอามาโพสต่อให้ในนี้สำหรับคนที่อยากดูซ้ำ
Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com