ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
HEALTH,

อาหารวันตรุษจีน ของไหว้ตรุษจีน ก่อนกินต้องระวัง

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลตรุษจีนก็คือ อาหารวันตรุษจีนสำหรับไหว้บรรพบุรุษ และเนื่องจากเป็นประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาและจัดขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้ง

HEALTH, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 45-50 ปี, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 55-60 ปี,

โรคเก๊าท์ คืออะไร? ทำไมห้ามกินไก่ ยอดผัก ของแสลง

โรคเก๊าท์ เป็นโรคชนิดหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่เริ่มมีอายุช่วงวัยกลางคน หรือ ผู้สูงอายุ ซึ่งอาการของโรคนั้นจะก่อให้เกิดความเจ็บปวดตั้งแต่อาการปวดแบบเบาๆ

HEALTH,

EP.198 : ถ้าปล่อยให้ น้ำตาลในเลือดสูง จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย ?

โดยส่วนใหญ่ มักมาจากพฤติกรรมการทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งนอกจากจะหมายถึง น้ำหวาน  ขนมหวาน  ยาชูกำลัง  และแอลกอฮอล์แล้ว ยังรวมถึง อาหารประเภทคาร์โบ

LIVING,

ไก่ต้มน้ำปลา ไก่นุ่ม น้ำจิ้มเด็ด

ช่วงนี้ข้าวของแพงไปหมดเลย แถมอาหารหลักอย่างหมูก็ขึ้นราคา งั้นหันมาทำเมนูไก่กันดีกว่า ประหยัดไปอีกมื้อ นั้นคือ “ไก่ต้มน้ำปลา”

HEALTH, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 45-50 ปี, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 55-60 ปี,

ทานอาหารเสริมวัยทองอย่างไรให้ถูกวิธี

เมื่อเข้าสู่วัยทอง หรือช่วงอายุตั้งแต่ 40-50 ปี จะเห็นความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลายอย่างจนเห็นได้ชัด และนำไปสู่ความวิตกกังวลต่างๆ

HEALTH,

อันตรายจากยาพาราเซตามอล กินมากไปเสี่ยงไตพัง

“พาราเซตามอล” ยาสามัญประจำบ้านที่เรารู้จักกันดี ไม่ว่าจะเจ็บป่วยอะไร ปวดหัว ตัวร้อน เป็นหวัด เป็นไข้ ยาที่เราจะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นยาเม็ดกลมสีขาว ยาวิเศษที่แม่มักจะบอกให้เราทานเมื่อเกิดอาการไม่สบายเสมอ หากพูดถึงเรื่องสรรพคุณก็คงไม่ต้องพูดให้มากความเพราะเราก็พอรู้กันอยู่แล้วว่าเจ้ายาชนิดนี้สามารถบรรเทาอาการให้เรายามป่วยไข้ได้ แต่ทุกคนทราบหรือไม่ว่าหากทานเข้าไปบ่อยๆ ก็เกิดโทษเช่นกัน

“ยาแก้ปวด” กับ “ไต” เกี่ยวอะไรกัน?

อันตรายจากยาพาราเซตามอล กินมากไปเสี่ยงไตพัง

“กินเค็มมากๆ ระวังจะเป็นโรคไต”

เราคงเคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ แต่โรคไตที่ว่านั้นเกิดได้หลากหลายปัจจัย ทั้งจากการเป็นโรคประจำตัวอย่าง เบาหวาน ความดัน หรือจากการกินอาหารรสจัด ทั้งเค็มจัด หวานจัด หรือแม้แต่การรับประทานยาเอง โดยไม่ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในยาแก้ปวดลดไข้ที่ปลอดภัยที่สุดตัวหนึ่ง แต่ยาชนิดนี้ก็อาจมีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยโรคตับ โรคไตได้ โดยการรับประทานยาแก้ปวดเหล่านี้อาจยิ่งเพิ่มโอกาสอาการเกิดภาวะตับเป็นพิษ และอาการตับวายเฉียบพลันได้ เนื่องจาก ณ ปัจจุบันยาแก้ปวดที่มีจำหน่ายและใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  1. พาราเซตามอล

  2. ยาที่ออกฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน

  3. ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ (non-steroidal anti-inflammatory drugs หรือ NSAIDs)

โดยในแต่ละกลุ่มก็จะมีสารที่ไปกระตุ้นให้กลไกการเกิดอาการตับหรือไตวายเฉียบพลันให้เกิดขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทานยาแก้ปวดเมื่อไหร่ก็จะเกิดอาการทันที แต่การที่จะทำให้ยาแก้ปวดเหล่านี้เป็นพิษต่อตับไตได้นั้นคือการรับประทานยาอย่างผิดๆ เช่น การรับประทานอย่างพร่ำเพรื่อ ทานติดต่อกันอย่างยาวนาน ทานดักไว้ก่อนทั้งๆ ที่ต้องมีอาการก่อนจึงจะทานได้ วิธีการผิดๆ เหล่านี้คือเหตุปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้เกิดอันตราย

ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ การรับประทานยาแก้ปวดให้ถูกต้อง

วิธีการรับประทานที่ถูกต้อง

อันตรายจากยาพาราเซตามอล กินมากไปเสี่ยงไตพัง

  1. ในการกินยา 1 ครั้ง ใช้ยาขนาด 10-15 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)
  2. กินครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง
  3. ไม่ควรกินเกิน 8 เม็ดต่อวัน หรือ 4 กรัม/วัน
  4. สามารถกินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้
  5. ระวังในผู้ป่วยที่มีภาวะการทำงานของตับบกพร่องหรือน้ำหนักตัวน้อย เนื่องจากอาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา
  6. เป็นยารักษาตามอาการ หากไม่มีอาการปวดหรือไม่มีไข้ ไม่จำเป็นต้องกินยา
  7. กรณีลืมกินยา สามารถกินได้ทันทีที่นึกขึ้นได้ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยา

อย่างไรก็ดี การรับประทานยาแก้ปวดไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใดดังที่กล่าวไว้ข้างต้น หากแต่สิ่งที่พึงระวังก็คือวิธีในการรับประทาน ควรอ่านวิธีรับประทานข้างขวดหรือบนแผงยาให้ดีและทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะมิเช่นนั้นก็อาจจะต้องตกเป็นผู้ป่วยโรคไตไปตามๆ กัน

บทความสุขภาพที่น่าสนใจ

เชื้อดื้อยา คืออะไร ? ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ส่งผลร่างกายอย่างไร

EP. 190 : ภาวะไขมันในเลือดสูง จากกรรมพันธุ์ ภัยร้ายซ่อนเงียบ !

EP. 184 : จริงหรือไม่ กินยาเยอะ มีผลกับ “ไต” หรือโรคไต

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com