ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
HEALTH,

การเลือกน้ำมันมะกอก ประเภทของน้ำมันมะกอกให้เหมาะกับการใช้งาน

น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันที่มนุษย์รู้จักใช้กันมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว  ในยุคก่อนน้ำมันมะกอกถือเป็นน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ใช้เป็นยา ใส่ในตะเกียงน้ำมันเพื่อรักษาแสงสว่าง นำไปเป็นส่วนประกอบของทำสบู่เพื่อรักษาและบำรุงผิวพรรณ ในปัจจุบันน้ำมันมะกอกยังนิยมนำมาประกอบอาหาร อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายมากมาย วันนี้ I-kinn จะมาบอกถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอก และเทคนิคเลือกประเภทของน้ำมันมะกอกให้เหมาะกับการใช้งานอย่างเหมาะสมด้วยค่ะ

การเลือกน้ำมันมะกอก ประเภทของน้ำมันมะกอกให้เหมาะกับการใช้งาน

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก Olive Oil

  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล

น้ำมันมะกอก อุดมไปด้วยไขมันชนิดไม่อิ่มตัวมากถึง 77% มีส่วนประกอบของกรดโอเลอิกมากถึง 80% ช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายให้พอเหมาะ ลดความเสี่ยงจากโรคคอเลสเตอรอลสูง

  • ช่วยลดเบาหวาน

น้ำมันมะกอกเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคแทรกซ้อนเพราะภาวะเบาหวาน (Diabetic Neuropathy) ภาวะความเสียหายของประสาทในเรตินา (Retinal Neuropathy) ภาวะความดันเลือดสูงและโรคหัวใจ 

  • ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

น้ำมันมะกอกมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูงกว่าน้ำมันพืชทั่วไป การทานน้ำมันมะกอกเป็นประจำจะช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้ไม่สูงเกินเกณฑ์

  • ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

น้ำมันมะกอกมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี และสารโพลีฟีนอลที่ในน้ำมันชนิดอื่น ๆ ไม่มี

  • ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน

ในน้ำมันมะกอกเต็มไปด้วยแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน ทำให้มีมวลกระดูกเพิ่มขึ้นและช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น

ประเภทของน้ำมันมะกอกที่ต้องใช้ให้ถูกต้อง

ถึงแม้ว่าน้ำมันมะกอกจะเหมาะสำหรับการนำมาประกอบอาหาร แต่น้ำมันมะกอกเองก็ถูกแบ่งตามการใช้งาน เพราะบางชนิดก็สามารถนำไปทั้งทอดและผัด และบางประเภทก็ไม่เหมาะโดนความร้อนเลย ดังนั้นผู้ใช้จะต้องเลือกชนิดของมะมันมะกอกชนิดนั้น ๆ ให้ดี เพราะหากใช้ผิดประเภท ประโยชน์ที่จะได้รับอาจจะกลับกลายเป็นโทษร้ายได้ค่ะ

1.น้ำมันมะกอก ชนิด Extra-Virgin Olive Oil

การเลือกน้ำมันมะกอก ประเภทของน้ำมันมะกอกให้เหมาะกับการใช้งาน

ประเภทของน้ำมันมะกอกชนิดนี้คือน้ำมันมะกอกจะมีสีเขียวเข้ม มีกลิ่นของมะกอกชัด ผลิตโดยวิธีสกัดเย็นทำให้ในน้ำมันอุดมไปด้วยวิตามินจากธรรมชาติ ดังนั้นการปรุงอาหารที่เหมาะสมของน้ำมันมะกอกชนิด Extra-Virgin Olive Oil จึงเหมาะนำมาทำอาหารที่ไม่ผ่านความร้อน เช่น ทานกับสลัด แต่ว่าห้ามนำไปทอดหรือผัดเด็ดขาดเพราะความร้อนจะทำให้วิตามินและคุณค่าทางโภชนาการหายไปนั่นเองค่ะ

ผักที่กินแล้วอ้วน ลดน้ำหนักอยู่ควรเลี่ยง ยิ่งกินยิ่งอ้วน

2.น้ำมันมะกอก ชนิด Pure Olive Oil หรือ Olive Oil

การเลือกน้ำมันมะกอก ประเภทของน้ำมันมะกอกให้เหมาะกับการใช้งาน

เป็นน้ำมันมะกอกที่ผลิตโดยการกลั่น มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินอี สามารถนำไปประกอบอาหารที่ผ่านความร้อนได้ แต่ว่าไม่ควรผ่านความร้อนเป็นเวลานาน ๆ ได้เฉพาะจานผัดแบบโดนความร้อนเร็ว ๆ แต่ไม่ควรนำไปทำอาหารทอด เพราะหากนำโดนความร้อนนานหรือผ่านความร้อนสูงเกินไปไขมันดีจะกลายเป็นไขมันทรานส์ที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

3.น้ำมันมะกอก ชนิด Light Olive Oil

การเลือกน้ำมันมะกอก ประเภทของน้ำมันมะกอกให้เหมาะกับการใช้งาน

เป็นน้ำมันมะกอกที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบการสกัดความร้อน จุดเด่นของน้ำมันมะกอกชนิดนี้คือ น้ำมันจะมีความใสบริสุทธิ์ มีรสชาติหอมอ่อน ๆ แบบธรรมชาติ แต่กลิ่นสีจะอ่อนกว่าน้ำมันมะกอกชนิด Extra-Virgin Olive Oil มีคุณสมบัติทนต่อความร้อนสูงได้เป็นเวลานาน เหมาะสำหรับนำไปทำเมนูทอด แต่ว่าห้ามนำไปทานแทนน้ำสลัดหรือทานกับเมนูที่ไม่ผ่านความร้อนเด็ดขาด

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

จริงหรือไม่? น้ำมันหมู อันตรายน้อยกว่าน้ำมันพืช

8 น้ำมันไขมันต่ำ ดีต่อร่างกาย ลดความเสี่ยงคอเลสเตอรอลสูง

เกลือโพแทสเซียม เกลือลดโซเดียมแบบใหม่ ทางเลือกของคนรักสุขภาพ

HEALTH,

ข้อควรระวัง กินไขมันดีเยอะเกินไป เสี่ยงเป็นโรคหัวใจสูงขึ้น!!

หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับประโยคที่ว่า “หลีกเลี่ยงไขมันเลว และเพิ่มการทานไขมันดีเยอะ ๆ เพื่อประโยชน์ต่อร่างกาย” …สิ่งที่หลายคนไม่รู้ คือ การทานไขมันดีเยอะเกินไปก็สามารถส่งผลร้ายต่อสุขภาพได้อย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน แซลมอน อาหารลดน้ำตาลในเลือด

ไขมันดีคืออะไร

ไขมันดี หรือ ย่อมาจาก High Density Lipoprotein (HDL) คือไขมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลำเลียงคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์จากหลอดเลือดแดง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน การอักเสบ และการแข็งตัวของเลือด ความจริงแล้วร่างกายก็สามารถสร้างไขมันดี (HDL) ขึ้นได้เอง โดยสามารถออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน หรืออย่างน้อย 2-3 วันต่อสัปดาห์เพื่อควบคุมไขมันในร่างกาย เลิกพฤติกรรมบางอย่างเช่น งดการดื่มแอลกอฮอล์ เลิกสูบบุหรี่ก็สามารถเพิ่มไขมันดีให้ร่างกายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

การเลือกน้ำมันมะกอก ประเภทของน้ำมันมะกอกให้เหมาะกับการใช้งาน

ข้อควรระวัง กินไขมันดีเยอะเกินไป เสี่ยงเป็นโรคหัวใจสูงขึ้น!!

อาหารที่มีไขมันดี HDL สูง

ไขมันดีอยู่ในอาหารหลากหลายชนิด สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย เช่น

  • อาหารประเภทโปรตีนสูง เช่น ไข่ไก่ ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า เต้าหู้ ชีส โยเกิร์ตชนิด full-fat ถั่วเปลือกแข็ง (เช่น อัลมอนด์ ถั่วพิสตาชีโอ ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วเหลือง)
  • อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ข้าวกล้อง เมล็ดเจีย ข้าวโอ๊ต รำข้าว เมล็ดแฟลกซ์
  • อาหารประเภทไขมัน เช่น น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ น้ำมันมะกอก น้ำมันทานตะวัน น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันเมล็ดฟักทอง
  • อาหารประเภทผัก เช่น ถั่วพู มะระ หอมหัวใหญ่ แตงกวา ถั่วฝักยาว บรอกโคลี ขึ้นฉ่ายฝรั่ง พริกหวาน ต้นอ่อนทานตะวัน กระเจี๊ยบเขียว
  • อาหารประเภทผลไม้ เช่น อะโวคาโด ลูกพรุน แก้วมังกร ลูกแพร ฝรั่ง มังคุด แอปเปิล สตรอว์เบอร์รี มะพร้าว

8 น้ำมันไขมันต่ำ ดีต่อร่างกาย ลดความเสี่ยงคอเลสเตอรอลสูง

จริงหรือไม่? น้ำมันหมู อันตรายน้อยกว่าน้ำมันพืช

ปลาทูกับปลาทูน่า ปลาแมกเคอเรล ต่างกันอย่างไร แบบไหนมีประโยชน์กว่ากัน

ข้อควรระวังในการกินไขมันดีเยอะเกินไป อาจเสี่ยงต่อสุขภาพ

ข้อควรระวัง กินไขมันดีเยอะเกินไป เสี่ยงเป็นโรคหัวใจสูงขึ้น!!

ถึงแม้ว่าไขมันดีจะช่วยบำรุงสุขภาพที่ดี แต่อะไรที่มากเกินไปก็สามารถกลายเป็นผลเสียได้ ดังนั้นควรทานไขมันดีในระดับที่พอดีต่อร่างกายเพื่อป้องกันการทานไขมันดีมากจนเกินไปจนไปกระตุ้นการเกิดโรคหัวใจ ดังนั้นปริมาณไขมันดีที่ควรได้รับต่อวันจึงไม่ควรเกินวันละ 60 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และไม่ต่ำกว่า 40 เดซิลิตรค่ะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สารกลูตาเมตในผัก วัตถุดิบธรรมชาติ ผักที่ใช้ทดแทนผงชูรส มีอะไรบ้าง

กินเนื้อมะพร้าวอ้วนไหม น้ำมะพร้าวกับเนื้อมะพร้าว อะไรมีประโยชน์กว่ากัน

กินปลาทำไมอ้วน เนื้อปลาเป็นโปรตีนที่ดี ไขมันต่ำ จริงหรือ?

HEALTH,

ดื่มนมตามเวลาชีวิต กินเวลาไหนได้รับประโยชน์สูงสุด

นมเป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กทุกคนที่ต้องผ่านการดื่มนมเพื่อบำรุงกระดูกและฟันกับทำให้ร่างกายเจริญเติบโตสมวัย หลังจากโตขึ้นหลายคนมักจะละเลยการดื่มนมไปบ้าง ซึ่งบอกเลยว่า เป็นความคิดที่ผิดมากเพราะร่างกายของเราต้องการแคลเซียมเพื่อซ่อมแซมกระดูกและฟันที่เกิดการสึกหรอไปทุก ๆ วัน หากร่างกายได้รับแคลเซียมต่ำเกินกว่าที่ร่างกายต้องการเป็นเวลานานก็อาจจะทำให้กระดูกเปราะแตกหักง่าย ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็ควรดื่มนมอยู่เสมอค่ะ วันนี้เราจึงมีวิธีดื่มนมให้ถูกวิธีและควรดื่มนมตามเวลาไหนถึงจะได้ผลประโยชน์สูงสุด วันนี้มาดูกันเลยค่ะ

ดื่มนมตามเวลาชีวิต กินเวลาไหนได้รับประโยชน์สูงสุด

ประโยชน์ของ “นม”

“นม” เป็นเครื่องดื่มที่มีโปรตีนสูง อุดมไปด้วยแคลเซียมสูง ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือด กระดูก ลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งสำไส้ ช่วยพัฒนาสมอง ในวัยเด็กหากได้รับการดื่มนมเป็นประจำและดื่มในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตเหมาะสมสมวัย ช่วยในเรื่องพัฒนาการของมวลกระดูก ช่วยให้กระดูกแข็งแรงไม่เปราะและแตกหักง่าย โดยในปกติในวัยเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 8 ปี ควรดื่มนมเสริมแคลเซียมรสจืดทุกวัน หากแพ้นมวัวก็ให้ดื่มนมจากพืชแทน รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ก็ต้องดื่มนมทุกวันเช่นกัน

สำหรับวัยผู้ใหญ่และวัยชรา ก็ยังต้องดื่มนมทุกวันเพราะกระดูกในร่างกายนั้นมีการสึกหรออยู่ตลอด ดังนั้นเราจึงควรทานแคลเซียมเข้าไปเสริมเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดแคลเซียม แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดสูง แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มนมวัวแท้ 100%  แต่ควรให้ดื่มนมแบบพร่องมันเนยแทน

การดื่มนมตามเวลาชีวิต

การดื่มนมตามเวลานาฬิกาชีวิต เป็นเทคนิคหนึ่งที่เชื่อว่าจะช่วยบำรุงร่างกายตามอวัยวะส่วนต่าง ๆ ได้ โดยมีการกำหนดเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดื่มนมไว้ดังนี้

  • ดื่มนมเวลา 05.00-07.00 น. เป็นช่วงที่ลำไส้ใหญ่กำลังทำงาน ดังนั้นควรดื่มนมเปรี้ยวเพื่อเสริมจุลินทรีย์กระตุ้นการขับถ่าย
  • ดื่มนมเวลา 07.00-09.00 น. เป็นช่วงเวลาทำงานของกระเพาะอาหาร ดังนั้นควรดื่มนมพาสเจอร์ไรซ์หรือนมที่มีส่วนผสมของมอลต์สกัด
  • ดื่มนมเวลา 09.00-12.00 น. จะเป็นช่วงเวลาที่สมองใช้งานหนักมาก จึงควรเสริมพลังสมองด้วยโยเกิร์ตไขมันต่ำ
  • ดื่มนมเวลา 12.00-15.00 น. หลังรับประทานอาหารควรดื่มนมเปรี้ยวไขมัน 0% เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้เล็กย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น
  • ดื่มนมเวลา 15.00-17.00 น. ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่กระเพาะปัสสาวะกำลังทำงานหนัก ควรดื่มนมเปรี้ยวที่มีส่วนผสมของผลไม้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่ายของเสียได้
  • ดื่มนมเวลา 17.00-21.00 น. แนะนำให้ดื่มนมที่มีส่วนผสมของวิตามินซีและอีสูงเพื่อบำรุงร่างกาย
  • ดื่มนมเวลา 21.00-22.00 น. ควรดื่มนมจืดอุ่น ๆ เพื่อกระตุ้นให้นอนหลับสบาย และยังช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเซียมได้ดีที่สุด

อาหารที่ห้ามกินคู่กับนม

  • ยากับนม เพราะแคลเซียมในนมจะทำปฏิกิริยาต่อยาทำให้ออกฤทธิ์ไม่เต็มที่ ทางที่ดีควรดื่มนมให้ห่างกันก่อนทานยาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • นมและผัก ห้ามทานคู่กัน เพราะผักที่มีไฟเบอร์ (ใยอาหาร) สูงและนมเป็นอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่อาหารทั้งสองชนิดนี้หากทานร่วมกันจะส่งผลให้ไฟเบอร์จากผักเข้าไปขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับไม่เพียงพอ ทางที่ดีไม่ควรทานเมนูนมร่วมกับเมนูผักจะดีที่สุด
  • กล้วยและนม ห้ามทานคู่กัน หลาย ๆ บ้านมักจะทานกล้วยกับนมเป็นอาหารเช้า นั่นเป็นสิ่งที่ผิดมาก ๆ เพราะกล้วยและนมเป็นอาหารที่ดูเหมือนจะเป็นมื้อเบา ๆ แต่ย่อยยากมาก ทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักเกินความจำเป็น หากต้องการทานกล้วยกับนมจริง ๆ แนะนำให้เลี่ยงนมวัว แต่ทานนมจากพืชแทน

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

จับคู่อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่ควรกินคู่กัน ยิ่งกินยิ่งสุขภาพดี

10 ผลไม้แคลน้อย แคลอรี่ต่ำ กินแทนมื้อเย็น ไม่อ้วนแถมสุขภาพดี

อาหารกากใยสูง ช่วยขับถ่าย ลดน้ำหนัก หน้าท้องยุบ

HEALTH,

สารกลูตาเมตในผัก วัตถุดิบธรรมชาติ ผักที่ใช้ทดแทนผงชูรส มีอะไรบ้าง

หลาย ๆ คนมักจะได้ยินคำว่า “กลูตาเมต” ว่าเป็นสารสำคัญชนิดหนึ่งที่อยู่ในผงชูรส แต่จะมีใครทราบบ้างว่าสารกลูตาเมตไม่ได้อยู่ในผงชูรสเพียงอย่างเดียว แต่มีสารกลูตาเมตในผักด้วย ซึ่งผักเหล่านี้หากนำมาปรุงอาหารก็สามารถช่วยให้รสชาติอาหารอร่อยกล่อมกลมได้โดยที่ไม่ต้องใส่ผงชูรสเข้าไปในอาหารสักนิดเดียวเลยค่ะ ผักที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง เลื่อนลงมาอ่านพร้อมกันเลยค่ะ

ผงชูรสอันตรายจริงไหม จริงหรือไม่ กินผงชูรสมากเกินไปแล้วผมร่วง หัวล้านเร็ว

สารกลูตาเมต คืออะไร?

กลูตาเมต (glutamate) เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้อร่อยกลมกล่อมมากขึ้น นอกเหนือจากรสชาติหลัก คือ เค็ม เปรี้ยว หวาน และขม เมื่อร่างกายได้รับสารกลูตาเมต สารนี้จะเข้าไปกระตุ้นตุ่มรับรสที่ลิ้น จากนั้นก็จะส่งสัญญาณไปที่สมอง ทำให้เรารู้สึกว่าอาหารชนิดนั้นอร่อย !  โดยปกติแล้วเรามักจะเข้าใจว่าสารกลูตาเมตมีอยู่ในผงชูรสเพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วสารชนิดนี้สามารถหาได้ตามวัตถุดิบทางธรรมชาติทั่วไปทั้งจากเนื้อสัตว์และผักบางชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีปริมาณกลูตาเมตไม่เท่ากัน ยิ่งวัตถุดิบชนิดนั้น ๆ มีสารกลูตาเมตมากเท่าไร ก็ยิ่งส่งผลต่อรสชาติอาหารให้อร่อยมากเท่านั้น วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า วัตถุดิบทางธรรมชาติชนิดไหนมีสารกลูตาเมตบ้าง และยังสามารถเลือกใช้เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ที่มีสารกลูตาเมตมาปรุงอาหารก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความอร่อยให้จานอาหารของคุณได้

สารกลูตาเมตในผัก วัตถุดิบธรรมชาติ ผักที่ใช้ทดแทนผงชูรส มีอะไรบ้าง

สารกลูตาเมตในผัก วัตถุดิบธรรมชาติ-ผักชนิดไหนใช้ทดแทนผงชูรสได้บ้าง

กลุ่มเนื้อสัตว์ที่มีสารกลูตาเมตทดแทนผงชูรส

ประเภท

Free glutamic acid (mg/100g)
เนื้อวัว 10
เนื้อหมู 9
เนื้อไก่ 22

กลุ่มอาหารทะเลที่มีสารกลูตาเมตทดแทนผงชูรส

ประเภท

Free glutamic acid (mg/100g)
หอยพัด(หอยเชลล์) 140
ปูหิมะ (snow crab) 19
ปูทะเล 43
ปูอะแลสกา 72
กุ้งขาว 20

คอเลสเตอรอลในอาหารทะเล ชนิดไหนกินได้ ชนิดไหนต้องเลี่ยง

กลุ่มสาหร่ายที่มีสารกลูตาเมตทดแทนผงชูรส

ประเภท

Free glutamic acid (mg/100g)
สาหร่าย 1,378
สาหร่ายทะเลสีน้ำตาล (kelp) 1,608
สาหร่ายวากาเมะ 9

กลุ่มผักที่มีสารกลูตาเมตทดแทนผงชูรส

ประเภท

Free glutamic acid (mg/100g)
กะหล่ำปลี 50
ผักโขม 48
มะเขือเทศ 246
หน่อไม้ฝรั่ง 49
ข้าวโพด 106
ถั่วเขียว 106
หัวหอม 51
มันฝรั่ง 10
เห็ด 42
เห็ดชิตาเกะ(เห็ดหอม)สด 71

กลุ่มผลไม้ที่มีสารกลูตาเมตทดแทนผงชูรส

ประเภท

Free glutamic acid (mg/100g)
อะโวคาโด 18
แอปเปิล 4
องุ่น 5
กีวี 5

กลุ่มชีสที่มีสารกลูตาเมตทดแทนผงชูรส

ประเภท

Free glutamic acid (mg/100g)
อังเมตาลชีส หรือชีสฟองดูว์ 308
ชีสพาร์เมซาน 1,680
เชดดาร์ชีส 182

กลุ่มนมที่มีสารกลูตาเมตทดแทนผงชูรส

ประเภท

Free glutamic acid (mg/100g)
น้ำนมวัว 1
น้ำนมแพะ 4
น้ำนมแม่ 19

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ผงชูรสอันตรายจริงไหม จริงหรือไม่ กินผงชูรสมากเกินไปแล้วผมร่วง หัวล้านเร็ว

ปลาทูกับปลาทูน่า ปลาแมกเคอเรล ต่างกันอย่างไร แบบไหนมีประโยชน์กว่ากัน

กินมะเขือเทศอย่างไรให้ทานง่ายขึ้น สำหรับคนไม่ชอบมะเขือเทศ

HEALTH, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 30-35 ปี, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 35-40 ปี, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 45-50 ปี, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 55-60 ปี,

กินชีสยังไงให้ไม่อ้วน วิธีกินชีสให้ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพ

วิธีกินชีสยังไงให้ไม่อ้วน …เกือบทุกคนทั่วโลกต่างหลงใหลในรสชาติหวานมันปนเค็มของชีสกันทั้งนั้น ทำให้ชีสกลายเป็นวัตถุดิบประกอบเมนูหลากหลายเมนู แถมชีสเองก็ถูกพัฒนาปรับสูตรมากมายหลายประเภท อุดมไปด้วยโปรตีนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ  มีไขมันดีช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ลดคอเลสเตอรอล บำรุงหัวใจ เต็มไปด้วยแคลเซียมที่มีประโยชน์ แต่ถึงแม้ว่าชีสจะมีประโยชน์มากแค่ไหน แต่หากทานเข้าไปเกินความจำเป็นก็จะทำให้อ้วนได้ง่าย วันนี้ I-kinn มีเคล็ดลับการทานชีสยังไงไม่ให้อ้วนมาฝากค่ะ

กินชีสยังไงไม่ให้อ้วน วิธีกินชีสให้ถูกต้อง ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพ

กินชีสยังไงให้ไม่อ้วน วิธีกินชีสให้สุขภาพดี

1.เลือกประเภทชีสให้เหมาะสม

ชีสในโลกใบนี้มีอยู่หลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีปริมาณแคลอรี่ไม่เท่ากัน ดังนั้นหากคุณต้องการเพิ่มชีสเป็นท็อปปิ้งบนอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติอาหารให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ควรเลือกชนิดของชีสให้เหมาะสม แนะนำให้ทานชีสไขมันต่ำ เช่น เฟต้าชีส (Feta Cheese) เนิฟชาแตลชีส (Neufchatel cheese) กามองแบร์ (Camembert cheese) โกทชีส (Goat Cheese) มอซซาเรลล่าชีส (Mozzarella Cheese) และพาร์เมซานชีส (Parmesan Cheese) หรือจะเลือกทานชีสที่ได้จากพืชแทน เช่น ชีสถั่วเหลือง แทนก็ได้ค่ะ

2.แบ่งสัดส่วนการทาน

การแบ่งสัดส่วนของอาหารที่ทานจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมปริมาณไขมันที่ร่างกายจะได้รับต่อวันได้ เช่น หากวันไหนต้องการเติมความมันให้ร่างกายด้วยชีสแสนอร่อยในช่วงเช้าด้วยแซนวิชแฮมชีส 1 ชิ้น ในมื้อกลางวันและมื้อเย็นก็ควรจะลดปริมาณการทานอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ติดมันหรือเนื้อแดง เช่น หมู เนื้อ แกะ แพะเปลี่ยนไปทานเนื้อไก่หรือปลาแทน และควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารปิ้งย่างและทอดด้วย

7เคล็ดลับ กินของทอดยังไงให้ผอม สุขภาพดี ปลอดภัย100%

กินของทอดแล้วปวดหัว คลื่นไส้ เป็นสัญญาณโรคร้ายหรือไม่?

3.เลือกกับสำหรับทานคู่ชีส

หากต้องการเพิ่มคุณค่าชีสให้อร่อยและมีสุขภาพร่างกายที่ดีไปพร้อม ๆ กัน ไม่ควรทานชีสคู่กับเนื้อสัตว์ติดมันเยอะ ๆ แต่ควรทานคู่กับขนมปังกรอบแบบคลีน (ทานเป็นคานาเป้) หรือทานคู่กับขนมปังโฮลวีตชนิดไม่มีแป้งและไขมันทรานส์ ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์ครบ อิ่มท้องอยู่นาน ไม่หิวจุกจิกด้วยค่ะ

4.จำกัดปริมาณการทานให้ดี

ถึงแม้ว่าจะเป็นชีสไขมันต่ำที่ดีต่อสุขภาพ เต็มไปด้วยโปรตีนและแคลเซียม แต่ก็มีโซเดียมสูงที่ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ อีกอย่างการที่ทานอะไรที่มากไปก็ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ทั้งนั้น ทางที่ดีควรกำหนดปริมาณในการทานชีสแต่ละครั้งด้วย เช่นครั้งละไม่เกิน 1-2 แผ่น หรือ 100 กรัม ก็เพียงพอต่อร่างกายต่อวันแล้ว

5.ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 2-3 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที นอกจากจะช่วยให้หุ่นสวยเพรียวสุขภาพดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ช่วยให้หัวใจแข็งแรง สูบฉีดเลือดได้ดี ลดไขมัน ลดความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วยค่ะ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กินปลาทำไมอ้วน เนื้อปลาเป็นโปรตีนที่ดี ไขมันต่ำ จริงหรือ?

ผักที่กินแล้วอ้วน ลดน้ำหนักอยู่ควรเลี่ยง ยิ่งกินยิ่งอ้วน

กินหมูกระทะยังไงให้สุขภาพดี ไม่อ้วน ไม่เสี่ยงมะเร็ง ห่างไกลโรค

HEALTH, บทความสุขภาพสำหรับผู้อายุ 30-35 ปี,

ผงชูรสอันตรายจริงไหม จริงหรือไม่ กินผงชูรสมากเกินไปแล้วผมร่วง หัวล้านเร็ว

หลายคนจะต้องเคยได้ยินประโยคเด็ดคุ้นหูตั้งแต่เด็กว่า “กินผงชูรสเยอะตั้งแต่เด็กระวังหัวล้าน” หรือ “ผมร่วงเยอะขนาดนี้ แปลว่ากินผงชูรสเยอะแน่ ๆ เลย” จนทำให้หลายคนมักจะเข้าใจว่า “ผงชูรส” คือตัวร้ายที่ทำร้ายสุขภาพ วันนี้ I-kinn ก็มีความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับผงชูรสรวมถึงจะมาช่วยไขข้อข้องใจว่าผงชูรสอันตรายจริงไหมให้ฟังกันค่ะ

ผงชูรสอันตรายจริงไหม จริงหรือไม่ กินผงชูรสมากเกินไปแล้วผมร่วง หัวล้านเร็ว

ผงชูรสคืออะไร?

ผงชูรส (Monosodium glutamate) เป็นวัตถุเจืออาหารที่ช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร ทำมาจากเกลือกรดกลูตามิกซึ่งพบอยู่มากในโปรตีนจากธรรมชาติ เช่น เนื้อสัตว์ ปลา ไข่  ข้าวสาลี ถั่วเหลือง สาหร่ายทะเล มะเขือเทศ ข้าวโพดและถั่ว  มีลักษณะเป็นผลึกสีขาว ปราศจากกลิ่น ปราศจากสี และมีรสชาติเฉพาะตัว ทำให้นิยมนำผงชูรสมาใช้ปรุงใส่อาหารเพื่อเพิ่มรสชาติให้อาหารอร่อยมากขึ้น

อันตรายจากซุปก้อน ซุปผง ซุปสำเร็จรูป อร่อยได้ง่าย ๆ แต่เสี่ยงไตพัง

ประโยชน์ของผงชูรสที่หลายคนไม่รู้

  • ช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร เนื่องจากรสของผงชูรสนั้นเป็นรสชาติตรงกลางที่นอกเหนือจากรสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม หรือที่เรียกว่า “รสอูมามิ” ช่วยให้รสชาติอาหารจานนั้นมีความกลมกล่อมมากขึ้น
  • ช่วยเพิ่มความอยากอาหารโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นต่อมรับรสที่ลิ้นมักจะทำงานได้ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน ทำให้ทานอาหารไม่ค่อยอร่อยเหมือนเดิม การเติมผงชูรสในอาหารจะช่วยกระตุ้นต่อมรับรสในลิ้นของผู้สูงวัยได้ดี ช่วยให้เจริญอาหารมากขึ้น
  • ช่วยกระตุ้นต่อมน้ำลายและกระเพาะอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้นโดยเฉพาะผู้ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารฝ่อ
  • สามารถช่วยลดการใช้เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว และผงปรุงรสอื่น ๆ ได้ดี จากผลวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การเติมผงชูรสลงไปในอาหารเพียงเล็กน้อย และลดการเติมเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว และผงปรุงรสต่าง ๆ ลงน้อยกว่า 50 %  ผลปรากฏว่า อาหารมีรสชาติเข้มข้นและอร่อยเท่าเดิม และอาหารจานนั้นยังสามารถลดปริมาณโซเดียมลงได้ด้วย

สารกลูตาเมตในผัก วัตถุดิบธรรมชาติ ผักที่ใช้ทดแทนผงชูรส มีอะไรบ้าง

ผงชูรสอันตรายจริงไหม จริงหรือไม่ กินผงชูรสมากเกินไปแล้วผมร่วง หัวล้านเร็ว

สรุปแล้วผงชูรสอันตรายจริงไหม?

จากข้อมูลข้างบนจะพบว่า จริง ๆ แล้วผลชูรสนั้นเป็นวัตถุดิบที่ทำจากธรรมชาติ ไม่ได้เป็นเครื่องปรุงรสที่ทำจากสารเคมี ดังนั้นผงชูรสจึงไม่ได้เป็นอันตราย ทานไม่ได้อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน และไม่ได้เป็นตัวร้ายที่ทำให้ผมร่วง หัวล้านแต่อย่างใด แต่ว่าผงชูรสก็เป็นหนึ่งในเครื่องปรุงรสประเภทโซเดียม ซึ่งหากร่างกายได้รับโซเดียมมากจนเกินไปก็ทำให้เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและโรคไตเรื้อรัง ทางที่ดีควรควบคุมไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมเกินวันละ  2,300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 6 กรัม (1 ช้อนชา) ต่อวันจะดีที่สุด

ทำไมถึงแพ้ผงชูรส?

ถึงผงชูรสจะไม่มีอันตรายต่อร่างกายมากนัก แต่ในบางคนอาจจะมีอาการแพ้ผงชูรสได้จากพันธุกรรม หรืออาจจะเกิดจากการที่ทานผงชูรสติดต่อกันเป็นเวลานานและรับเข้าไปในปริมาณที่มากจนเกินไป จนทำให้ร่างกายไม่สามารถรับสารโซเดียมจากผงชูรสได้อีก จึงทำให้เกิดอาการแพ้ผงชูรสขึ้น เช่น ลิ้นชา ปากแห้ง คอแห้ง กระหายน้ำ อาการชาบริเวณใบหน้า หู วิงเวียน หัวใจเต้นเร็ว บางรายอาจทำให้หัวใจเต้นช้าลง หายใจไม่สะดวก ปวดท้องคลื่นไส้ ไปจนถึงเป็นอัมพาตตามแขนขาชั่วคราว ส่วนใหญ่อาการเหล่านี้มักจะหายเองภายในเวลา 2 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นรุนแรงควรเข้าพบแพทย์

ใครที่ต้องระวังการทานผงชูรส

หญิงมีครรภ์ เพราะผงชูรสนั้นส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ และเด็กแรกเกิดถึง 3 เดือน เพราะจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็กอีกด้วย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เกลือโพแทสเซียม เกลือลดโซเดียมแบบใหม่ ทางเลือกของคนรักสุขภาพ

อยากลดเค็ม ลดเกลือ ใช้อะไรแทนเกลือ ซีอิ้ว น้ำปลาดี?

ก่อนกินต้องรู้!!! อาหารห้ามกินคู่กัน หากพลาดอาจถึงตาย

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com