ULTIMATE LIVING
BETTER LIFE Magazine on IKINN

slide02
slide05
slide01
slide04 copy
HEALTH,

10 ประโยชน์ของขมิ้นชัน มีสรรพคุณต้านอักเสบ พร้อมข้อควรระวัง

สมุนไพรหรือเครื่องเทศ เป็นอาหารอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์หลายด้านต่อร่างกาย ซึ่งสมุนไพรหรือเครื่องเทศอย่างหนึ่งที่เราจะมาอธิบายในบทความนี้คือ ขมิ้นชัน ซึ่งเป็นอาหารอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน มีสรรพคุณต้านทานการอักเสบไปจนถึงเป็นสมุนไพรที่ดีต่ออาการซึมเศร้า รวม 10 ประโยชน์ของขมิ้นชัน ว่ามีอะไรบ้าง กินขมิ้นชันทุกวัน อันตรายไหม ขมิ้นชัน ข้อควรระวัง มีอะไรบ้างที่ต้องรู้เพื่อป้องกันความเสี่ยง

ขมิ้นชัน 10 ประโยชน์

10 ประโยชน์ของขมิ้นชัน ต้านอักเสบ สรรพคุณดีต่อผิว

ขมิ้นชัน (Turmeric) จะมีสารประกอบเคอร์คิวมิน (Curcumin) ซึ่งเป็นสารประกอบอย่างหนึ่งที่มีการยอมรับกันว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน เช่น มีสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ดีต่อสุขภาพหัวใจและสมอง มีส่วนช่วยลดอาการปวดจากการอักเสบ อาจมีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ดีต่อสุขภาพลำไส้ ช่วยบำรุงการทำงานของตับ มีสรรพคุณที่ดีต่ออาการซึมเศร้า และดีต่อผิว

1. มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

เคอร์คิวมิน เป็นสารประกอบในขมิ้นชันที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการจัดการกับอนุมูลอิสระ ซึ่งหากมีมากก็จะมีความเสี่ยงหลาย ๆ อย่างต่อสุขภาพร่างกาย และเคอร์คิวมินจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเอนไซม์ด้านอนุมูลอิสระของร่างกายด้วยเช่นกัน

2. สรรพคุณต้านการอักเสบ

ประโยชน์ของขมิ้นชันอย่างหนึ่งคือเคอร์คิวมิน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอย่างหนึ่งที่มีส่วนช่วยต้านการอักเสบ ซึ่งการอักเสบที่ว่านี้จะเป็นอาการที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ มะเร็ง รวมถึงโรคอัลไซเมอร์

3. ช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ

ขมิ้นชัน อาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยปรับปรุงการทำงานของเยื่อบุหลอดเลือด มีความสำคัญต่อสุขภาพหัวใจ ช่วยควบคุมความดันโลหิต ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ รวมถึงมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดด้วยเช่นกัน

4. ช่วยบำรุงสมอง

เคอร์คิวมิน จะมีส่วนช่วยในการเพิ่มระดับโปรตีนในการสร้างและรักษาเซลล์ประสาท (Brain-derived neurotrophic factor : BDNF) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยต่อสู้กับการเสื่อมของสสมอง ซึ่งมีประโยชน์กับภาวะต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคอัลไซเมอร์

5. ลดอาการปวดจากการอักเสบ ดีกับผู้ป่วยข้ออักเสบ

เนื่องจากขมิ้นชันมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยต้านการอักเสบ ทำให้ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรอย่างหนึ่งที่ดีกับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ รวมถึงโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

6. ดีต่อสุขภาพลำไส้

เคอร์คิวมินที่เป็นสารประกอบของขมิ้นชัน จะมีส่วนช่วยในการย่อยอาหารและลดโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น โรคลำไส้แปรปรวน ลำไส้อักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร เป็นต้น

7. ช่วยบำรุงการทำงานของตับ

สารประกอบเคอร์คิวมินในขมิ้นชัน จะมีส่วนช่วยกระบวนการทำงานล้างสารพิษในตับ ทำให้มีส่วนช่วยในการขับของเสียออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

8. มีสรรพคุณที่ดีต่ออาการซึมเศร้า

เคอร์คิวมิน อาจมีส่วนช่วยในการเพิ่มระดับเซโรโทนินและโดปามีน ซึ่งเป็นฮอร์โฒนในร่างกายที่มีส่วนช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าหรือภาวะวิตกกังวลได้

9. ดีต่อสุขภาพผิว

ด้วยความที่ขมิ้นชันมีสรรพคุณต้านการอักเสบ ทำให้เป็นอาหารอย่างหนึ่งที่มีส่วนช่วยเกี่ยวกับผิวหนัง เช่น สิว กลาก รวมถึงโรคสะเก็ดเงิน

10. อาจมีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

เคอร์คิวมินอาจมีส่วนช่วยป้องกันหรือชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการศึกษารองรับเพิ่มเติม

กินขมิ้นชันทุกวัน ได้ไหม

กินขมิ้นชันทุกวัน อันตรายไหม?

ขมิ้นชัน สามารถกินได้ทุกวัน ปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม การกินขมิ้นชันในปริมาณมากเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ปัญหาทางเดินอาหาร โรคนิ่วในไต อาจทำให้หลอดเลือดตีบตัน อาจทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กแย่ลง ปัญหาถุงน้ำดี หรืออาจมีอาการแพ้ได้ จะทานขมิ้นชันให้ได้ประโยชน์ของขมิ้นชัน ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป

 

KINN ULY-LO CAPSULE มีส่วนประกอบของผงขมิ้น เบอร์ด๊อกหรือโกโบ ผงนัตโตะ และคอร์นไฟเบอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยลดกรดยูริกในร่างกาย ลดอาการอักเสบโรคเก๊าท์ 1 กล่องมี 10 แคปซูล ทาน 2 เม็ดหลังอาหารและก่อนนอน (* ไม่เหมาะสำหรับคนตั้งครรภ์และกำลังให้นมบุตร)


อ่านบทความเพิ่มเติม : 

8 วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง อาหารช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุล

8 สมุนไพรดับร้อนในร่างกาย ช่วยให้สดชื่นในอากาศร้อนจัด

ชาเจียวกู่หลาน สรรพคุณจากสมุนไพรจีน ดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

HEALTH,

8 วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง อาหารช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุล

สำหรับผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน โดยเฉพาะวัยทองที่มีอาการร้อนวูบวาบ สมดุลทางด้านฮอร์โมนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าหากฮอร์โมนไม่สมดุลก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายอย่างตั้งแต่สุขภาพกาย สุขภาพจิต และอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ ทำให้การรู้จักกับ วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เราจะพาไปรู้จักกับวิธีเหล่านั้น พร้อมอาหารปรับฮอร์โมนที่ช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุล หาทานได้ง่าย

ฮอร์โมนเพศหญิง

8 วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง ที่ผู้หญิงทุกวัยต้องรู้

หากฮอร์โมนไม่สมดุล ก็มีผลเสียหลายอย่าง ตั้งแต่ปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือนมาไม่ปกติ ปัญหาการเจริญพันธุ์ อารมณ์แปรปรวน น้ำหนักขึ้น เผาผลาญแย่ ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังและผมร่วง ปัญหาหลับนอน กระดูกพรุน และอีกหลายปปัญหาด้วยกัน ทำให้คุณผู้หญิงต้องรู้จักวิธีปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งจะมีวิธีดังนี้

1. ออกกำลังกายเป็นประจำ

ออกกำลังกายในแบบที่ไม่หนักมาก เช่น การเดินสลับวิ่ง การเล่นโยคะ ว่ายน้ำ รวมถึงการยกน้ำหนัก ซึ่งการออกกำลังกายเบา ๆ นี้ จะมีส่วนช่วยควบคุมฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยดึงน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงาน รวมถึงฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้ร่างกายสามารถตอบสนองต่อความเครียด

2. ลดเครียด ช่วยคุมฮอร์โมนได้

เพราะความเครียดจะทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียดสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อฮอร์โมนทางเพศอย่างฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง การหาวิธีแก้เครียดลดเครียดจึงสำคัญซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การทำกิจกรรมยามว่าง งานอดิเรก โยคะ การนั่งสมาธิ ดูหนัง ฟังเพลง และอีกหลายวิธี

3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารพิษต่าง ๆ

ลดการสัมผัสกับสารเคมีบางอย่าง เช่น สารเคมีที่พบได้ในพลาสติก เครื่องสำอางบางชนิด และน้ำยาทำความสะอาดในครัวเรือนหรือห้องน้ำ เพราะสารเคมีเหล่านี้อาจรบกวนการทำงานของฮอร์โมนได้ และหันไปใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแทน

4. ดูแลน้ำหนัก

ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน น้ำหนักไม่ควรน้อยหรือมากจนเกินไป ถ้าหากปล่อยไว้ก็อาจนำไปสู่ภาวะฮอร์โมนแปรปรวนได้ และอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้เช่นกัน ควรออกกำลังกายลดน้ำหนักและทานอาหารที่มีประโยชน์เคียงคู่กัน

5. พักผ่อนให้เพียงพอ เลี่ยงเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน

การหลับพักผ่อนให้เพียงพอ มีความสำคัญอย่างมากและเป็นวิธีปรับฮอร์โมนเพศหญิงวิธีหนึ่งที่ไม่ใช่แค่ผู้หญิง สำคัญสำหรับผู้ชายเช่นกัน เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลหลั่งออกมามากในช่วงเวลาตลอดวัน นอกจากนี้ก็อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคอ้วน รวมถึงมีปัญหาการเผาผลาญได้เช่นกัน

6. ไม่สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ จะเข้าไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนหลายชนิด เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ การสูบบุหรี่จะทำให้กระตุ้นฮอร์โมนชนิดนี้ อาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนสเตียรอยด์อย่างฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดเพิ่มมากขึ้น

7. เลี่ยงการทานอาหารในปริมาณมากเกินไป

การทานอาหารในปริมาณมากเกินไป หากมีพฤติกรรมนี้ติดต่อกัน ก็อาจทำให้ระบบเผาผลาญแย่ลงได้ รวมถึงทำให้ไขมันในเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

8. เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารไขมัน คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลสูง

หันไปทานอาหารที่มีไขมันดีอย่างไขมันโอเมก้า 3 ทานอาหารไฟเบอร์สูง ทานผัก ผลไม้ รวมถึงเติมโปรตีนให้ร่างกาย เพราะอาหารเหล่านี้จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการสร้างฮอร์โมนในร่างกาย รวมถึงลดอาหารที่มีไขมันเลว ไขมันทรานส์ หรือไขมันอิ่มตัวสูง รวมถึงอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง และอาหารน้ำตาลสูงด้วยเช่นกัน

อาหารปรับฮอร์โมน

6 อาหารปรับฮอร์โมน ที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนให้ดียิ่งขึ้น

การทานอาหารปรับฮอร์โมน จะเป็นวิธีปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิงที่ดีวิธีหนึ่ง ซึ่งอาหารต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยปรับฮอร์โมน จะมีดังนี้

  1. อาหารที่มีไขมันดี ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญอย่างมากต่อการสร้างและควบคุมระดับฮอร์โมน เช่น อะโวคาโด ถั่วต่าง ๆ อย่าง อัลมอนด์ เมล็ดแฟล็กซ์ เมล็ดเจีย ถั่ววอลนัท น้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นอาหารที่มีไขมันโอเมก้า 3 สูง
  2. ผักตระกูลกระหล่ำ จะมีสารประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยขับฮอร์โมนเอสโตรเจนส่วนเกินออกจากร่างกาย และดีต่อตับ เช่น บรอกโคลี ผักเคล กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก เป็นต้น
  3. อาหารที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระบบย่อยอาหาร ซึ่งสำคัญอย่างมากต่อการปรับฮอรโมนอย่างเอสโตรเจนและอินซูลิน เช่น ผักโขม ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ถั่วลูกไก่ ถั่วดำ ถั่วเหลือง เป็นต้น
  4. อาหารดอง เพราะอาหารหมักดองจะสนับสนุนจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น ซุปมิโซะ กิมจิ โยเกิร์ต เป็นต้น
  5. อาหารที่มีโปรตีนสูง สำคัญต่อการสร้างปรับควบคุมระดับฮอร์โมน เช่น ไข่ ปลาไขมันโอเมก้า 3 อย่างปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล รวมถึงเนื้อไก่โดยเฉพาะอกไก่ เต้าหู้ เป็นต้น
  6. สมุนไพร จะมีส่วนช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน เช่น ขมิ้นชัน อบเชย ขิง ถั่งเช่า และเห็ดหลินจือ

 

การรู้จักวิธีปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง จะมีส่วนช่วยอย่างมาก หากกำลังมองหาตัวเลือกอาหารเสริมที่มีส่วนช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน KINN ถั่งเช่า จะมีส่วนช่วยในการปรับระดับฮอร์โมน รวมถึงช่วยปรับปรุงการไหลเวียนเลือด ช่วยให้นอนหลับ รวมถึงช่วยฟื้นฟูและบำรุงสมรรถภาพทางเพศ

KINN หลินจือ ก็มีส่วนช่วยปรับสมดุลฮอร์ในร่างกาย ช่วยขับล้างสารพิษในตับ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ทำให้นอนหลับลึกและสนิทมากยิ่งขึ้น 


อ่านบทความเพิ่มเติม : 

วัยทองก่อนวัย เกิดขึ้นได้กับสาว ๆ ทุกคน หากไม่ดูแลสุขภาพ

ฮอร์โมนทดแทนวัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน (Menopause) คืออะไร?

ทานอาหารเสริมวัยทองอย่างไรให้ถูกวิธี

Healthy Talk by Lee,

“ปาท่องโก๋” จะกินต่อ หรือ เลิกกิน

@healthytalkbylee

“ปาท่องโก๋” จะกินต่อ หรือ เลิกกิน ? @Healthy Talk by หลี #สุขภาพดีกับหลี #เคล็ดลับสุขภาพดี #สุขภาพดี #สุขภาพดีง่ายๆ #ความรู้เรื่องสุขภาพ #longervideos #tiktokวีดีโอยาว #tiktokสายความรู้ #ที่สุดแห่งปี #ความรู้แห่งปี2023 #ปาท่องโก๋ #น้ํามัน #คาร์โบไฮเดรต #อ้วน #นมข้นหวาน #แคลอรี่ #ไขมัน

♬ Groovy Gold – Matt Beilis

HEALTH,

ฟลาโวนอยด์ คืออะไร มีสรรพคุณดีต่อหัวใจ พบในอาหารอะไรบ้าง

สารอาหารหรือสารประกอบต่าง ๆ ที่มีอยู่ในอาหาร จะมีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง โดยเฉพาะอาหารที่เป็นผักและผลไม้ที่มีวิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ และสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หลากหลายชนิด ในบทความนี้ เราจะมีอธิบายเกี่ยวกับ ฟลาโวนอยด์ ที่หลายคนอาจคุ้นชื่อและอีกหลายคนก็อาจจะยังไม่รู้จักว่ามันคืออะไร มีสรรพคุณอะไรบ้างที่ดีและจำเป็นต่อร่างกาย แล้วอาหารอะไรบ้างที่มี? เรามีคำตอบ

ฟลาโวนอยด์ ประโยชน์

ฟลาโวนอยด์ คืออะไร?

ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) คือ กลุ่มของไฟโตนิวเทรียนท์หรือสารเคมีจากพืช ที่พบได้ในผลไม้ ผัก ดอกไม้ หรืออาหารจากพืช ซึ่งเป็นสารประกอบที่ทำให้พืช ผลไม้ ดอกไม้มีสีสัน เป็นส่วนหนึ่งของสารประกอบจากพืชกลุ่มใหญ่ที่เรียกว่าโพลีฟีนอล (Polyphenol) และเป็นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ต้านทานการอักเสบ มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน

และมีหลายประเภท เช่น ฟลาโวโนล ฟลาโวน ไอโซฟลาโวน ฟลาโวโนน ฟลาโวโนล และแอนโทไซยานีน

7 ประโยชน์ของฟลาโวนอยด์ ที่ดีต่อร่างกายและสุขภาพโดยรวม

ประโยชน์ของฟลาโวนอยด์ จะฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยปรับปรุงสุขภาพหัวใจ ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคเบาหวาน ต้านการอักเสบ มีส่วนช่วยต้านมะเร็ง และดีต่อระบบสมอง

1. มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง

อนุมูลอิสระในร่างกายจะส่งผลเสียต่อร่างกายในหลายด้าน ทำให้เซลล์ถูกทำลาย แก่ชราเร็ว ไปจนถึงเป็นสาเหตุของภาวะต่าง ๆ อย่างโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ทำให้สารต้านอนุมูลอิสระเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการกำจัดอนุมูลอิสระ ทำให้การทานผักหรือผลไม้ที่มีสารนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ควรมีทุกมื้ออาหาร

2. ปรับปรุงสุขภาพหัวใจ

สามารถปรับปรุงการทำงานของเยื่อบุผนังหลอดเลือด ทำให้สุขภาพการไหลเวียนหลอดเลือดดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดความดันโลหิต ลดเสี่ยงโรคหัวใจได้เช่นกัน

3. ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน

จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันโดยการปรับการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว มีส่วนช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ลดเสี่ยงการติดเชื้อได้มากขึ้น

4. มีส่วนช่วยป้องกันโรคเบาหวาน

สารที่สำคัญนี้อาจมีส่วนช่วยลดการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2 เนื่องจากเป็นสารที่ปรับปรุงให้ร่างกายสามารถใช้น้ำตาลและย่อยคาร์โบไฮเดรตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงปัจจัยการเกิดโรคเบาหวานลงได้

5. ต้านการอักเสบ

การอักเสบ เป็นปัจจัยของภาวะต่าง ๆ เช่น โรคข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ รวมถึงโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ซึ่งจะมีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบ ส่งเสริมการผลิตสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยเช่นกัน

6. มีส่วนช่วยต้านมะเร็ง

บางตัว เช่น เคอร์เซตินและคาเทชิน อาจมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งได้ ลดโอกาสการเติบโตของก้อนเนื้อ มีส่วนทำให้เซลล์มะเร็งตาย และลดโอกาสการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

7. ดีต่อระบบสมอง

สารประเภทนี้ที่อยู่ในบลูเบอร์รีหรือชาเขียว มีฤทธิ์ป้องกันระบบประสาท และอาจมีส่วนช่วยในการปรับปรุงเรื่องของความจำ ชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อม และลดโอกาสการเกิดโรคเกี่ยวกับระบบประสาทอย่างอัลไซเมอร์

ฟลาโวนอยด์ พบใน

ฟลาโวนอยด์ พบในอาหารอะไรบ้าง?

สามารถพบได้ในอาหารหลากหลายชนิด โดยเฉพาะผลไม้และผัก ดังนี้

ผลไม้ : ส้ม มะนาว สตรอวเบอร์รี บลูเบอร์รี ราสเบอร์รี แบล็กเบอร์รี แอปเปิล เชอร์รี องุ่น

ผัก : ผักโขม บรอกโคลี ผักเคล หัวหอม พริก พริกหยวก มะเขือเทศ

ถั่ว : ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วเลนทิล ถั่ววอลนัท พิสตาชิโอ นัตโตะหรือนัตโตะแคปซูล

เครื่องดื่ม : ชาเขียว มัทฉะ ชาดำ ไวน์แดง

สมุนไพรหรือเครื่องเทศ : ผักชีฝรั่ง ขึ้นฉ่าย โหระพา อบเชย ขมิ้นชัน

อาหารอื่น ๆ : ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ดาร์กช็อคโกแลต น้ำมันมะกอก

 

ฟลาโวนอยด์ เป็นสารประกอบจากพืชและผลไม้อย่างหนึ่งที่มีส่วนช่วยต่าง ๆ ที่ดีต่อร่างกาย การทานผัก ผลไม้เป็นประจำ จะมีส่วนช่วยที่ดีต่อร่างกาย และควรมีในทุกมื้ออาหาร


อ่านบทความเพิ่มเติม : 

8 ประโยชน์ของชาดำ ชาที่มีคาเฟอีนสูง กินชาดำเย็นทุกวันได้ไหม

8 ผลไม้บำรุงเลือด ป้องกันภาวะโลหิตจาง ดีต่อระบบไหลเวียนเลือด

8 ประโยชน์ของมะเขือเทศ ดีต่อผิว กินวันละกี่ลูก กินตอนไหนดี

 

สั่งซื้อ คลิกที่นี่

HEALTH,

นอนหลับยาก ตื่นง่ายกลางดึก เกิดจากอะไร มีวิธีแก้อย่างไรบ้าง

การพักผ่อน ทุกคนรู้ดีว่าเป็นสิ่งจำเป็นและเชื่อว่าทุกคนต้องการการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อให้วันถัดไปสามารถตื่นมาใช้ชีวิตหรือตื่นขึ้นมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสุข อย่างไรก็ตาม การหลับนอนที่เพียงพอกลับกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่เราลืม ด้วยเหตุผลหรือพฤติกรรมบางอย่าง ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับอาการ นอนหลับยาก บางครั้งก็ตื่นง่ายกลางดึก นอนหลับไม่สนิท ว่ามันเกิดจากอะไร แล้วเราจะมีวิธีแก้อย่างไรบ้าง? เรามีคำตอบ

ตื่นง่ายกลางดึก

นอนหลับยาก นอนไม่หลับ เกิดจากอะไร?

สาเหตุของภาวะนอนหลับยาก นอนไม่หลับ หรือชอบตื่นนอนตอนกลางคืน อาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุ จะมีดังนี้

  1.     ภาวะเครียดหรือวิตกกังวล รวมถึงภาวะเครียดสะสม ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องงาน ความสัมพันธ์ ชีวิตส่วนตัว เป็นภาวะที่มีส่วนอย่างมากต่อสุขภาพการหลับนอน
  2.     สภาพแวดล้อมการหลับนอน ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ดังเกินไป อุณหภูมิห้องที่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป แสงที่สว่างของเกินไป รวมถึงเตียงที่นอนไม่สบาย อาจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการหลับนอนได้
  3.     ปัญหาไลฟ์สไตล์ เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป ติดกาแฟ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือชอบทานอาหารมื้อดึก
  4.     โรคต่าง ๆ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea) โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการหลับนอนโดยตรง
  5.     ความผันผวนทางฮอร์โมน กับผู้หญิงวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน มักจะมีอาการหนึ่งคือเหงื่อออกตอนกลางคืน ทำให้รบกวนการหลับนอนได้ง่าย

นอกจากนี้ ก็อาจมีปัจจัยเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้ เช่น โรคเรื้อรังต่าง ๆ โรคข้ออักเสบ โรคทางเดินหายใจ เป็นต้น

ภาวะนอนหลับยาก แก้ได้อย่างไรบ้าง?

สำหรับคนที่มีปัญหาการหลับนอน นอนหลับยาก นอนไม่หลับ ชอบตื่นขึ้นมาตอนกลางดึก การจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ต้องเริ่มที่การปรับแก้พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้

1. นอนหลับเวลาเดิม ตื่นเวลาเดิมทุกวัน

นอนเวลาเดิมและตื่นเวลาเดินทุกวัน รวมถึงช่วงวันหยุดด้วยเช่นกัน เพื่อปรับเวลาการนอนหรือนาฬิกาชีวิตให้กลับมาเป็นปกติ และต้องนอนอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงทุกวัน

2. ปรับสภาพแวดล้อมการนอนให้น่านอน

ทำให้ห้องนอนเป็นห้องที่น่านอน เงียบ มืด และเย็นพอดี ใช้ผ้าม่านสีทึบ หรือใช้หน้ากากปิดตาช่วยหลับนอน ใช้หมอนและเตียงที่นอนสบาย อาจใช้กลิ่นลาเวนเดอร์หรือสมุนไพรต่าง ๆ เข้ามาช่วยก็ได้เช่นกัน

3. เลี่ยงการเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน

ไม่ใช่แค่โทรศัพท์ รวมถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเลต เลี่ยงอย่างน้อย 30-60 นาทีก่อนการนอน เพราะแสงสีฟ้าของหน้าจออาจรบกวนการผลิตเมลาโทนินของร่างกาย ทำให้นอนหลับยากมากยิ่งขึ้น

4. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารและการดื่ม

เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนที่มากเกินไป โดยเฉพาะหลังจากช่วงบ่าย 3 เป็นต้นไปหรือ 3-4 ชั่วโมงก่อนนอน รวมถึงเลี่ยงการทานอาหารมื้อหนัก ๆ ก่อนนอนซึ่งอาจรบกวนการนอนได้ เลี่ยงการดื่มน้ำนปริมาณมาก ๆ ก่อนนอนเพราะอาจทำให้ปวดปัสสาวะตอนกลางคืนได้

5. ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายเป็นประจำจะมีส่วนช่วยทำให้นอนหลับได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายเบา ๆ ก่อนนอน อย่างไรก็ตาม ควรเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ก่อนเข้านอน อาจทำให้ร่างกายทำงานหนักจนเกินไป และอาจกระตุ้นให้อดรีนาลีนหลั่งมากเกินไปจนนอนไม่หลับได้

6. จัดการกับความเครียด

เพราะความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีอาการนอนไม่หลับ การเข้าใจอาการและจัดการกับความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญ ปรึกษาแพทย์หากรู้สึกเครียดมากหรือมีภาวะซึมเศร้า นั่งสมาธิ ฝึกหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อทำให้สมองเคลียร์ก่อนเข้านอน

7. เลี่ยงหรือลดการนอนกลางวัน

ไม่ควรนอนกลางวัน แต่ถ้าเป็นคนนอนกลงาวัน ไม่ควรนอนนานเกิน 20-30 นาที และเลี่ยงการงีบช่วงตอนเย็น เพราะจะทำให้การนอนหลับตอนกลางคืนยากขึ้นได้

นอนไม่หลับ วิธีแก้

KINN หลินจือ และ KINN ถั่งเช่า มีส่วนช่วยแก้ปัญหาการนอนหลับ

KINN หลินจือ เป็นแคปซูลอาหารเสริมที่มีส่วนช่วยในการนอนหลับ ช่วยแก้ปัญหาการนอนหลับยาก และมีส่วนช่วยขับล้างสารพิษในตับ เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ปรับสมดุลฮอร์โมนสำหรับผู้หญิงวัยทอง มีสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกาย

KINN ถั่งเช่า เป็นแคปซูลอาหารเสริมที่มีส่วนช่วยให้นอนหลับสนิท กระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต ปรับสมดุลฮอร์โมน ป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต บำรุงร่ายกาย และเหมาะสำหรับคนที่มีภาวะอ่อนเพลียจากการทำงานหนัก ฟื้นฟูและบำรุงสมรรถภาพทางเพศ


อ่านบทความเพิ่มเติม : 

ผู้สูงอายุ นอนไม่หลับ ปัญหากลางดึกที่ไม่ควรปล่อยผ่าน

รวม 5 อาหารช่วยให้นอนหลับง่าย ใครหลับยากต้องอ่าน

โรคนอนไม่หลับหายได้เองมั้ย อาการหนักแบบไหนถึงควรไปพบแพทย์

HEALTH,

นอนหลับไม่สนิท ชอบตื่นกลางดึก สาเหตุและผลเสียต่อร่างกาย

สุขภาพการหลับนอนเป็นสิ่งสำคัญ หากนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอหรือนอนไม่ถึง 7-9 ชั่วโมงต่อวัน หากสะสมไปนาน ๆ ก็อาจทำให้มีปัญหาสุขภาพได้ในหลายด้าน ตั้งแต่พลังงานลดน้อยลงไปจนถึงความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจ ปัญหาการหลับนอนหลายคนคือภาวะ นอนหลับไม่สนิท ชอบตื่นกลางดึกบ่อย ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายว่าภาวะนี้เกิดจากอะไรได้บ้าง มีผลเสียอย่างไร แล้วจะมีวิธีแก้ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองอย่างไรบ้าง? เรามีคำตอบ

ตื่นกลางดึกบ่อย

นอนหลับไม่สนิท ชอบตื่นกลางดึก ส่งผลเสียอย่างไรต่อร่างกายบ้าง?

ตื่นกลางดึกบ่อย ตื่นมาแล้วนอนไม่หลับ ภาวะพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนอนไม่ถึง 7-9 ชั่วโมงต่อวัน หากสะสมเป็นเวลานาน จะมีผลเสียต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน

  • มีปัญหาเกี่ยวกับความจำ การโฟกัสกับสิ่งต่าง ๆ ลดลง สมาธิไม่ดี หรืออาจทำให้การตัดสินใจแย่ลงได้
  • อาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์และสุขภาพจิต รำคาญง่าย อารมณ์แปรปรวน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าได้
  • ภูมิคุ้มกันตก เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทำให้ไม่สบาย เป็นไข้ เป็นหวัดได้ง่ายขึ้น และอาจทำให้แผลหายช้า ใช้เวลาฟื้นฟูนาน
  • อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน
  • อาจทำให้น้ำหนักเพิ่ม หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน
  • ทำให้มีอาการอ่อนเพลียทั้งทางกายและจิต

นอกจากนี้ก็อาจทำให้รู้สึกเบิร์นเอาท์ได้ โดยเฉพาะเมื่อนอนหลับไม่สนิท พักผ่อนน้อยและต้องทำงานอย่างหนัก

นอนหลับไม่สนิท เกิดจากอะไรได้บ้าง?

เชื่อว่าหลายคนที่มีปัญหาชอบตื่นกลางดึก นอนไม่หลับ หรือมีปัญหาการหลับนอน หลายคนก็ไม่รู้ว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไรได้บ้าง ซึ่งเราจะมาอธิบายให้ได้เข้าใจ ซึ่งสาเหตุภาวะเหล่านี้อาจจะมาจากทั้งภาวะสุขภาพกายและสุขภาพจิต ดังนี้

1. ภาวะความเครียด

ภาวะความเครียด ความวิตกกังวล หรือปัญหาเครียดสะสม มักจะเป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่รบกวนการนอน อาจทำให้นอนไม่หลับ และมักจะทำให้ตื่นกลางดึกอยู่บ่อยครั้ง ความคิดมากก็เป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน

2. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จะมีอาการหยุดหายใจซ้ำ ๆ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตื่นกลางดึกหลายครั้ง เพราะร่างกายตอบสนองบังคับให้เราตื่น เพื่อให้เรากลับมาหายใจปกติแบบเดิม  

3. โรคนอนไม่หลับ Insomnia

โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) เป็นภาวะเรื้อรังอย่างหนึ่งที่ทำให้มีปัญหาในการหลับนอน มักจะเกิดจากปัจจัยทางจิตใจ บวกกับปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งเป็นโรคที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

4. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

ภาวะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง มักจะเกิดกับผู้หญิงวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน (Menopause) ซึ่งภาวะนี้คืออาการร้อนวูบวาบจะมีอาการเหงื่อออกและมักจะออกตอนกลางคืน ทำให้การหลับนอนมีปัญหา และทำให้นอนหลับไม่สนิทได้ นอกจากนี้ ปัญหาเกี่ยวกับไทรอยด์ก็อาจทำให้มีปัญหาการหลับนอนด้วยเช่นกัน

5. สภาพแวดล้อมการหลับนอนไม่ดี

สภาพแวดล้อมทางเสียง แสงไฟ อาจรวมไปถึงเตียงนอนก็อาจทำให้รบกวนการหลับนอนได้ อุณหภูมิภายในห้องที่ร้อนหรือเย็นเกินไป ก็อาจทำให้ตื่นกลางดึกได้ด้วยเช่นกัน

6. การดื่มคาเฟอันหรือแอลกอฮอล์มากเกินไป

คนติดกาแฟ ดื่มกาแฟวันละหลาย ๆ แก้วต่อวัน และคนที่ดื่มหลังเวลาบ่าย 2 ก็อาจรบกวนเวลาการหลับนอนได้ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ อาจเปลี่ยนแปลงสภาพการหลับนอนได้ด้วยเช่นกัน

7. โรคเรื้อรังต่าง ๆ

โรคข้ออักเสบเรื้อรัง โรคเก๊าท์ อาจทำให้เกิดปัญหาการหลับนอนได้ ทำให้หลับนอนได้ยากขึ้น และมักจะตื่นกลางดึกอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงคนที่มีปัญหาขาอยู่ไม่สุข (Restless legs syndrome : RLS) ที่อาจทำให้ตื่นกลางดึกได้บ่อยครั้ง และภาวะโรคกรดไหลย้อนก็เป็นปัญหาเช่นกัน

8. ปัญหาด้านไลฟ์สไตล์

ไม่ชอบนอน เปลี่ยนเวลานานบ่อย นอนในเวลาที่ไม่สม่ำเสมอ หรือมีพฤติกรรมชอบเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน จะมีส่วนทำให้นอนหลับได้ยาก และอาจทำให้กลับไปนอนได้ยากกว่าเดิม

 

KINN ถั่งเช่าสูตรเอ็กซ์ตร้า และ KINN หลินจือ มีส่วนช่วยแก้ปัญหาการหลับนอน

KINN ถั่งเช่าสูตรเอ็กซ์ตร้า มีส่วนช่วยให้แก้ปัญหานอนหลับไม่สนิท กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกาย บรรเทาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้สดชื่น ในแคปซูลจะมีถั่งเช่า 79% หรือ (395 มิลลิกรัม) เบต้า กลูแคน 14% (7 มิลลิกรัม) 1 กล่องบรรจุ 20 แคปซูล

KINN หลินจือ มีส่วนช่วยให้นอนหลับลึก หลับสนิท มีส่วนช่วยขับล้างสารพิษในตับ ปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย บำรุงระบบประสาท ในแคปซูลจะบรรจุสปอร์เห็ดหลินจือ 500 มิลลิกรัม 1 กล่องบรรจุ 30 แคปซูล

KINN ถั่งเช่า

 


อ่านบทความเพิ่มเติม : 

ภาวะกรดยูริกในเลือดสูงส่งผลต่อ คุณภาพการนอนหลับหรือไม่?

รวม 5 อาหารช่วยให้นอนหลับง่าย ใครหลับยากต้องอ่าน

โรคนอนไม่หลับ เพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ

Stats จำนวน คน
error: I-Kinn.com